ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหรากว้างขวางไม่ได้ช่วยให้สติสัมปชัญญะของแพทย์หญิงอรินดากลับคืนมาได้เร็วขึ้น รสสัมผัสอันดิบเถื่อนและจาบจ้วงจากริมฝีปากของคิรากรยังคงแผดเผาอยู่บนกลีบปากบวมเจ่อ ราวกับรอยประทับแห่งความเป็นเจ้าMที่เขาจงใจฝากไว้เพื่อตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเธอ
ทว่า... สิ่งที่ดึงสติของเธอให้หลุดลอยจากห้วงเสน่หาอันอันตราย กลับไม่ใช่ความเย็นเยียบของอากาศยามค่ำคืนภายนอก แต่เป็นตัวอักษรบนแฟ้มเอกสารปกสีดำสนิทที่กองอยู่บนโต๊ะทำงานของมาเฟียหนุ่ม
*ดร.ภากร เวชวรุตม์*
ชื่อนั้น... ชื่อของพี่ชายต่างสายเลือดผู้เป็นที่รักยิ่ง ผู้ซึ่งจมดิ่งสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรพร้อมกับอุบัติเหตุทางเรือเมื่อห้าปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย บัดนี้กลับปรากฏหราอยู่บนแฟ้มประวัติคนไข้ลับขององค์กรใต้ดินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย เอกสารด้านในระบุสถานะปัจจุบันอย่างชัดเจน—ยังมีชีวิตอยู่ และอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของคิรากร!
“เล่นสนุกอะไรอยู่... อรินดา”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคิรากรที่ก้าวกลับเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเธอด้วยแววตาระรื่นคล้ายผู้กุมชัยชนะ มือหนาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักมังกรจีนสีดำที่เลื้อยหายเข้าไปใต้สาบเสื้อ บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายที่บีบอัดจนอากาศแทบเจือจาง
อรินดาเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร แววตาที่เคยฉายแววหวาดหวั่นและตื่นตระหนกเมื่อครู่ บัดนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นชาจนน่าตกใจ ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้เกียรติและจรรยาบรรณแพทย์ระเบิดออกจนหมดสิ้น เธอก้าวฉับเข้าประชิดตัวร่างสูงโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวเขาแม้แต่น้อย
“คุณเก็บเขาไว้ที่ไหน!” เสียงหวานเอ่ยถามลอดไรฟัน ร่างเพรียวสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเดือดดาลที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด “พี่ภากรตายไปแล้ว... คุณโกหกอะไรอีก คิรากร! คุณเอาพี่ชายฉันมาซ่อนไว้ที่นี่ทำไม!”
คิรากรไม่สะทกสะท้านต่อแรงกระแทกที่อกแกร่ง เขายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ปลายน้ายาวเอื้อมขึ้นไล้กรอบหน้าเรียวของแพทย์หญิงที่กำลังพยายามปัดป้อง แต่มือหนากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะดึงรั้งร่างอรชุนเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
“ระวังคำพูดของเธอหน่อย หมออรินดา...” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน “คนที่เธอควรเรียกว่า ‘ฆาตกร’ ไม่ใช่ฉัน... แต่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของเธอต่างหาก ที่ขายข้อมูลองค์กรให้ศัตรู จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนแล้วมาตายกลายๆ อยู่ใต้ตีนฉันแบบนี้”
“โกหก! พี่ภไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด!” อรินดาตอกกลับทันควัน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมให้ร่วงหล่น เธอดิ้นรนสุดแรงเพื่อขัดขืนพันธนาการที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก “ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!”
“ดิ้นสิ... ดิ้นให้แรงกว่านี้อีก” คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้ ดวงตาคมกrivกวาดมองริมฝีปากที่สั่นระริกและลำคอขาวผ่องที่ขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ “เธอยิ่งดื้อรั้น ยิ่งพยศ... ฉันก็ยิ่งอยากทำลายความถือดีของเธอให้แหลกคามือ”
คำพูดจาบจ้วงและสายตาที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหายทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำ ความเกลียดชังและแรงดึงดูดอันแปลกประหลาดตีรวนกันจนปั่นป่วน อรินดาเชิดหน้าขึ้น หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหลังมือของเขา แต่แววตากลับคมกริบไม่แพ้กัน
“ถ้าคุณคิดว่าใช้พี่ชายฉันมาต่อรองเพื่อบีบบังคับให้ฉันยอมก้มหัวให้คุณได้ละก็... ฝันไปเถอะ!” เธอเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น “ฉันเกลียดคุณ... เกลียดสัมผัสทุเรศๆ ของคุณที่สุด!”
คำพูดท้าทายนั้นไม่ทำให้มาเฟียหนุ่มโกรธเคือง ตรงกันข้าม... มันกลับจุดประกายไฟปรารถนาในแววตาคมกริบให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม คิรากรคำรามต่ำในลำคอ มือหนาที่ตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นบีบกระชับเอวบางคอดกิ่วให้แนบชิดยิ่งขึ้น จนหน้าอกนุ่มหยุ่นแนบสนิทกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขา
“เกลียดฉันงั้นเหรอ...?” เสียงกระซิบพร่าเลือนเต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจ ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะก้มลงปิดกลีบปากอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาอย่างไร้ความปรานี
อรินดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกัดฟันแน่นเพื่อขัดขืนการรุกราน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะต้านทานแรงมหาศาลของผู้นำองค์กรใต้ดินได้ คิรากรขบเม้มริมฝีปากเธอบดขยี้อย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนแทรกซึมผ่านรอยแยกเพื่อกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ความดุดันและเร่าร้อนที่ถาโถมเข้ามาทำให้หัวสมองของศัลยแพทย์สาวขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่พยายามประคับประคองไว้หลุดลอยหายไปทีละน้อย ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนระทวยลงอย่างไร้เรี่ยวแรงท่ามกลางรสจูบที่สูบฉีดวิญญาณ
เขามอมเมาเธอด้วยความดิบเถื่อนและเสน่ห์อันตรายที่เธอไม่มีวันหลุดพ้น มือใหญ่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบางผ่านเนื้อผ้ากาวน์ สัมผัสร้อนลวกที่ฝ่ามือผ่านไปทำให้ผิวเนื้อเธอกรีดร้องด้วยความวาบหวามที่ไม่อาจปฏิเสธ ความเกลียดชังที่เคยมีถูกแผดเผาจนมอดไหม้เหลือเพียงเพลิงปรารถนาที่โหมกระหน่ำอยู่ในอก
เนิ่นนานกว่าที่คิรากรจะยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอาลัย เขาดึงร่างที่หอบสะท้านของเธอออกห่างเพียงเล็กน้อย ปลายนิ้วหยาบกร้านปาดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ ขณะที่ดวงตาคมปลาบจ้องมองผลงานของตัวเองที่ทำให้ริมฝีปากเธอบวมเจ่อและแดงก่ำ
“ปากเก่งให้ได้ตลอดก็แล้วกัน... คุณหมอ” เขายิ้มเยาะด้วยความพึงพอใจ “เพราะคืนนี้... เธอยังต้องชดใช้ความอวดดีนี้อีกยาวนาน”
ทว่า... ในจังหวะที่อรินดากำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยความเจ็บใจ เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยร่างของบอดี้การ์ดคนสนิทที่ผลัคนประตูเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก และลมหายใจหอบกระชั้น
“นายครับ... แย่แล้วครับ!” ลูกน้องคนสนิทละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ตอนนี้ตำรวจสากลนำหมายศาลบุกเข้ามาตรวจค้นตึกใหญ่แล้วครับ... และคนที่นำทีมค้นในครั้งนี้ คือคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน... *สารวัตรภากร* ครับ!”
คิรากรชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าคมคายแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันกลับมามองแพทย์หญิงในอ้อมแขนที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดไม่แพ้กัน!
ติดตามตอนต่อไป... รสรักอันร้อนแรงจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นเกมเชือดเฉือนเมื่อความลับที่ถูกฝังกลบกำลังจะถูกขุดคุ้ย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในห้วงเสน่หาอันดาร์กและเร่าร้อนนี้นะคะ
เพลิงปรารถนาใต้เงามาเฟียไร้ใจ•ตอนที่ 6
เมื่อความอดทนถึงขีดสุด
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงปรารถนาใต้เงามาเฟียไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!