เสียงกัมปนาทของกลองศึกสำริดสะเทือนเลื่อนลั่นสะท้อนก้องผืนปฐพี ดุจเสียงคำรามของพญามังกรผู้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน หมอกหนาทึบยามรุ่งสางถูกแผดเผาด้วยประกายเพลิงจากคบเพลิงนับแสนดวงที่โอบล้อมกำแพงเมืองหลวงอันสูงตระหง่านไว้ทุกด้าน ท้องฟ้าเหนือมหานครเจียงหลานบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต ความหนาวเหน็บในเดือนสิบเอ็ดไม่อาจระงับไอสังหารที่แผ่พุ่งขึ้นจากกองทัพนับแสนนายที่เคลื่อนพลเข้าประชิดประตูป้อมปราการชั้นนอกได้อย่างแนบเนียน
บนหลังม้าสีหมอกนิลกาฬ ร่างสูงสง่าในชุดเกราะเหล็กดำสนิทประดับลวดลายวิจิตรบรรจงสะท้อนแสงไฟคือท่านอ๋องจ้าวซานหลาง พระเนตรคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองไปยังเชิงเทินเบื้องหน้าที่บัดนี้ธงทิวสีเหลืองทองของราชสำนักกำลังโบกสะบัดอย่างน่าสมเพช ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกจากพระองค์จนนายกองรอบกายไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"รายงานท่านแม่ทัพ!" เสียงฝีเท้าม้าควบตะบะเข้ามาหยุดคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ นายกองทหารม้าลาดตระเวนประสานมือรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "กองกำลังขององค์ชายรองระดมพลเสริมกำลังพลที่ประตูด้านทิศเหนือและทิศประจิมจนหนาแน่นเป็นสองเท่าพ่ะย่ะค่ะ แถมยังใช้วิธีเอาเชื้อพระวงศ์และขุนนางตระกูลใหญ่มาเป็นโล่มนุษย์ตรึงไว้บนกำแพงเมือง เกรงว่าหากเราใช้เครื่องยิงหินจู่โจม อาจจะ..."
จ้าวซานหลางไม่ตรัสสิ่งใดในทันที พระองค์ทรงผ่อนลมหายใจช้าๆ ความเงียบงันที่แผ่ขยายออกไปสร้างความกดดันยิ่งกว่าคมดาบ ทรงเหลือบพระเนตรมองไปยังเงาร่างบอบบางในชุดคลุมขนจิ้งจอกสีขาวสะอาดตารัศมีสง่างามที่นั่งอยู่บนหลังม้าอีกตัวเคียงข้างกัน
ฉางเยว่ หญิงสาวผู้กุมตำแหน่งกุนซือเอกแห่งกองทัพไร้พ่าย ใบหน้างดงามล่มเมืองเรียบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึก ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์เชิงเทินเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็น ก่อนจะเอื้อnเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทว่าเฉียบคมดั่งกริชเงิน
"องค์ชายรองทรงประเมินความเด็ดขาดของท่านอ๋องต่ำเกินไปแล้วเพคะ..." ฉางเยว่กล่าวพลางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตร "พระองค์ทรงคิดว่าการเอาชีวิตของพวกขุนนางหน้าเนื้อใจเสือเหล่านั้นมาเป็นตัวประกัน จะทำให้กองทัพของเราลังเล ชะงักงัน และเปิดช่องว่างให้ตลบหลังได้ในยามวิกาล ทว่า... พระองค์กลับลืมคิดไปว่า สำหรับท่านอ๋องแล้ว หมากที่ไร้ประโยชน์และเคยทรยศแผ่นดิน ย่อมไม่มีค่าพอให้ต้องเหลือบแลตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าสู่สงครามนี้แล้ว"
มุมพระoษฐ์ของจ้าวซานหลางยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏช่างเย็นเยียบและไร้ความปรานีเสียจนน่ากลัว
"เจ้าพูดถูก ฉางเยว่..." สุระเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น "คนพวกนั้นยอมขายชาติเพื่อความอยู่รอดในยามที่บ้านเมืองสงบสุข บัดนี้ยามภัยมาถึงตัว ไฉนเราจึงต้องเอาชีวิตทหารกล้าผู้จงรักภักดีนับหมื่นไปแลกกับเศษสวะเหล่านั้นล่ะ"
ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นอาณัติสัญญาณเพียงครั้งเดียว กองพลธนูเพลิงนับพันนายก็ก้าวออกมาเบื้องหน้า สายธนูถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ ลูกศรอาบน้ำมันวาววับนับพันดอกจ่อตรงไปยังเป้าหมายบนกำแพงเมืองทันที ความกดดันในสนามรบพุ่งทะยานขึ้นถึงจุดแตกหัก อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกจนแทบหายใจไม่ออก
"ยิง!"
ห่าฝนเพลิงพวยพุ่งทะยานแหวกอากาศยามรุ่งอรุณขึ้นสู่ท้องฟ้า ดุจดาวหางนับพันดวงที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน เสียงกรีดร้องระคนความตกใจดังมาจากเบื้องบนกำแพงเมืองหลวง แสงไฟลุกโชนสว่างวาบท่ามกลางความมืดมิดของไอหมอก เป็นสัญญาณเริ่มต้นของการล้อมเมืองที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ราชสำนัก
ทว่า ในขณะที่ศึกเบื้องหน้ากำลังโหมกระหน่ำดุจไฟบรรลัยกัลป์ ภายในตำหนักรับรองลับกลางเมืองหลวงที่ถูกยึดครองโดยกองกำลังขององค์ชายรอง บรรยากาศกลับเงียบงันและวังเวงยิ่งกว่าหลุมศพ
องค์ชายรองทรงประทับอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม พระพักตร์ซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก ข่าวการตัดสินใจอันเด็ดขาดของจ้าวซานหลางแพร่สะพัดเข้ามาในตำหนักเร็วยิ่งกว่าสายลมพายุ ทรงตระหนักแล้วว่า แผนการใช้โล่มนุษย์ใช้ไม่ได้ผลกับแม่ทัพผู้ไร้หัวใจผู้นั้น
"ท่านอ๋องซานหลาง... เจ้าปีศาจอำมหิต!" องค์ชายรองทรงปัดถ้วยน้ำชาบนโต๊ะกระจัดกระจายด้วยความเกรี้ยวกราด "มันไม่สนแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของราชวงศ์! มันกล้าเผาทำลายขุนนางชั้นผู้ใหญ่พร้อมกับพวกเรา!"
"ทรงกริ้วไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรอง..."
เสียงทุ้มนุ่มลึกดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เงาร่างในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวออกมาจากเสาต้นใหญ่ ชายชราผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างหนึ่งแย้มยิ้มอย่างน่าขนลุก มันคือที่ปรึกษาคนสนิทผู้กุมความลับทั้งหมดขององค์ชายรอง
"ในเมื่อหมากกระดานนี้พ่ายแพ้แล้ว เราก็ยังเหลือไพ่ใบสุดท้าย... ไพ่ใบที่จะพลิกสถานการณ์ทั้งหมดให้กลับมาอยู่ในกำมือเรา"
ที่ปรึกษาเฒ่ายื่นหีบไม้แกะสลักลวดลายโบราณขนาดเล็กมาวางตรงหน้าองค์ชายรอง ภายในนั้นบรรจุราชโองการลับฉบับหนึ่งที่มีตราประทับหยกแท้พร้อมลายพระhัตถ์ของฮ่องเต้พระองค์ก่อน ซึ่งถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา
องค์ชายรองทรงเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจเมื่อทอดพระเนตรเห็นสิ่งนั้น "นี่คือ... พระราชโองการสละราชบัลลังก์ที่เสด็จพ่อทรงซ่อนไว้ก่อนสิ้นพระชนม์อย่างนั้นหรือ? เจ้าไปเอามาจากไหน!"
"กระหม่อมใช้เวลาสืบหามานานนับสิบปีพ่ะย่ะค่ะ..." ที่ปรึกษาเฒ่ายิ้มเหี้ยมเกรียม "และตอนนี้... มีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่จะเปิดอ่านมันต่อหน้ากองทัพทั้งหมด เพื่อประกาศความชอบธรรมของเรา"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันทรงพลัง ร่างสูงใหญ่ของจ้าวซานหลางก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับไอสังหารที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ด้านหลังคือฉางเยว่ที่เดินตามมาด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ดวงตาทั้งคู่จับจ้องตรงมาที่หีบไม้ในมือขององค์ชายรองราวกับล่วงรู้ทุกสิ่ง
จ้าวซานหลางแย้มสรวลเย็นชา พระเนตรคมกริบกวาดมองพระราชโองการในมือศัตรู ก่อนจะตรัสด้วยพระสุระเสียงที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกราวกับถูกแช่แข็งในฤดูเหมันต์
"พวกเจ้าคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวในมือ จะช่วยชีวิตพวกเจ้าจากคมดาบของเปิ่นหวางได้งั้นรึ?"
องค์ชายรองทรงพระสรวลลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง พระหัตถ์สั่นเทากลัดกลุ้มหยิบราชโองการขึ้นมา "จ้าวซานหลาง! ต่อให้เจ้าเก่งกาจมาจากไหน แต่ถ้าพระราชโองการฉบับนี้ประกาศออกไปว่าเจ้าคือ... กบฏผู้ปล้นชิงบัลลังก์ กองทัพของเจ้าก็จะกลายเป็นกบฏแผ่นดินทันที!"
ฉางเยว่ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังค่อยๆ ก้าวออกมาก้าวหนึ่ง นางป้องมือคารวะด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ซ่อนความเฉียบคมไว้ลึกซึ้ง
"องค์ชายเพคะ..." นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส "พระองค์ทรงลืมไปแล้วกระมัง ว่าผู้ที่ถือครองสำนักโหราศาสตร์และตรวจสอบตราประทับหยกตัวจริง... คือหม่อมฉัน"
ฉางเยว่สะบัดแขนเสื้อ ชูแผ่นหยกพยัคฆ์อีกชิ้นขึ้นประกบเทียบกับราชโองการในมือองค์ชายรอง ทันทีที่แสงไฟจากคบเพลิงส่องกระทบ ตราประทับบนราชโองการก็ปรากฏร่องรอยการปลอมแปลงอย่างชัดเจน
องค์ชายรองทรงผงะถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก พระพักตร์ซีดเผือดไร้สีเลือด ความหวังสุดท้ายพังทลายลงในพริบตา
จ้าวซานหลางก้าวเข้าไปประชิดตัวองค์ชายรองในระยะประชิด พระหัตถ์หนาเอื้อมไปคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด พระเนตรดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่หวาดกลัวของศัตรู
"เกมจบแล้ว..." ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดุจคำพิพากษาจากยมโลก
ทว่า ในวินาทีที่คมดาบของจ้าวซานหลางกำลังจะปลิดชีพองค์ชายรองเพื่อปิดฉากสงครามครั้งนี้ หน้าต่างกระดาษสาด้านหลังห้องก็ถูกทะลวงเข้ามาด้วยลูกธนูอาบยาพิษสีดำสนิทดอกหนึ่งพุ่งตรงเข้าใส่พระ0ุระของจ้าวซานหลางอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม•ตอนที่ 23
รุ่งอรุณแห่งความวินาศ
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!