เสียงคำรามของราชโองการที่ถูกกระชากออกจากกระบอกไม้ไผ่เคลือบชาดดังขึ้น ราวกับเสียงอสุนีบาตที่ฟาดผ่ากลางห้องโถงใหญ่แห่งค่ายทหารบูรพา กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีและผงชาวยังคงคละคลุ้ง ทว่าบรรยากาศโดยรอบกลับเยือกเย็นราวจับไข้ เมื่อเสนาบดีกรมพิธีการชราผู้หนึ่งก้าวออกมาก้าวหนึ่ง แขนเสื้อปักลายเมฆมงคลสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจสะกดกลั้น
"เหลวไหลที่สุด!"
ถ้อยคำนั้นหลุดรอดจากไรฟันของขุนนางเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาสามรัชกาล ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองม้วนกระดาษสีเหลืองทองในมือขันทีหลวงราวกับมันเป็นอสรพิษร้าย "กองทัพพิทักษ์ชายแดนคือปราการเหล็กของแผ่นดิน เป็นสถานที่ซึ่งมีแต่บุรุษผู้หลั่งเลือดชะโลมแผ่นดินเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์เหยียบย่าง เหตุใดฮ่องเต้จึงทรงมีพระราชโองการแต่งตั้งสตรี... สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่ง ขึ้นดำรงตำแหน่งกุนซือใหญ่แห่งกองทัพบูรพา! นี่มันเป็นการดูหมิ่นเกียรติยศของบรรพบุรุษตระกูลจ้าวและเหล่าแม่ทัพนายกองสิ้นดี!"
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณ นายกองนับร้อยที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่างต่างส่งเสียงฮือฮากระซิบกระซาบกันระงม หลายคนถึงกับแสดงสีหน้าดูแคลนและไม่ยอมรับอย่างเปิดเผย การเอาชีวิตรอดในสนามรบที่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ไม่มีใครยอมรับบัญชาจากสตรีบอบบางที่อาจไม่เคยเห็นคมดาบด้วยซ้ำ
ทว่า ท่ามกลางพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำนั้น เจ้าสำนักค่ายทหารบูรพา—ท่านอ๋องจ้าวซานหลาง—กลับยังคงนั่งนิ่งสงบอยู่บนเก้าอี้พนักสูงแกะสลักจากไม้จันทน์ดำ ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีนิลสนิทสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวาม ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายทอดมองม้วนพระราชโองการนิ่งสนิม ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ และไม่มีแม้แต่ความตกใจระคนแปลกใจ
มือหนาที่ผ่านการถือดาบสังหารศัตรูมานับไม่ถ้วนเอื้อมไปหยิบถ้วยชาเคลือบเซลลาดอนขึ้นมาจิบช้าๆ กิริยาอาการนั้นเยือกเย็นจนน่ากลัว ราวกับเรื่องราววุ่นวายเบื้องหน้าเป็นเพียงใบไม้ร่วงหล่นตามฤดูกาล
"ท่านแม่ทัพใหญ่!" เสนาบดีชราผู้เดิมพันอนาคตไว้กับกลุ่มอำนาจขององค์ชายรองก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด โน้มตัวลงต่ำด้วยท่าทีที่ดูเหมือนจะนอบน้อมทว่าแฝงไว้ด้วยการกดดัน "ท่านจะนิ่งเฉยต่อพระราชโองการที่ไร้เหตุผลนี้ไม่ได้นะ องค์ชายรองทรงตรัสไว้ชัดเจนว่า นี่อาจเป็นแผนการบ่อนทำลายความมั่นคงจากขั้วอำนาจในราชสำนักฝั่งตรงข้าม หากท่านรับตำแหน่งกุนซือผู้นี้เข้ามาในค่าย เกรงว่าขวัญกำลังใจของไพร่พลนับแสนจะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน!"
จ้าวซานหลางยังคงไม่ปริปาก ชายหนุ่มเพียงแต่หมุนถ้วยชาในมือเบาๆ ไอความร้อนสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมาบรรจบกับความมืดมิดในนัยน์ตาคู่นั้น ความโดดเดี่ยวและอำนาจเด็ดขาดที่สะสมมานานปีแผ่ซ่านออกมารอบตัว จนทำให้ขุนนางเฒ่าผู้,นั้นต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก
"ท่านเสนาบดี..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงหินบดกันดังขึ้นจากลำคอของท่านอ๋อง เป็นน้ำเสียงที่เรียบสนิทแต่มันกลับทำให้ทุกคนในห้องโถงต้องหยุดหายใจ "ท่านกำลังสอนข้าว่าควรจัดการกับราชสำนักอย่างไร หรือท่านกำลังบอกว่า... องค์เหนือหัวทรงตัดสินพระทัยผิดพลาด?"
"กระ... กระผมมิกล้า!" ขุนนางเฒ่าหน้าถอดสี รีบทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นศิลาจนเกิดเสียงดังทึบ "เพียงแต่... เพียงแต่กุนซือผู้นี้มีนามว่าฉางเยว่ นางเป็นเพียงบุตรีของอดีตราช士(บัณฑิต)ตกอับผู้หนึ่ง ไม่มีฐานะ ไม่มีพรรคพวก และที่สำคัญ... นางเป็นสตรี!"
*สตรีผู้หยั่งรู้ทิศทางลมกระนั้นหรือ...*
จ้าวซานหลางหวนนึกถึงข่าวลือที่ลอยลมมาจากเมืองหลวงเมื่อไม่กี่วันก่อน เกี่ยวกับสตรีผู้ใช้หลักดาราศาสตร์และตำราพิชัยสงครามโบราณพลิกสถานการณ์ในสภาขุนนางจนพรรคพวกขององค์ชายรองต้องเพลี่ยงพล้ำอย่างหมดรูป นางเป็นใครกันแน่? หมากในเกมของใครบางคน หรือปีศาจจำแลงที่ถูกส่งมาเพื่อทดลองความอดกลั้นของเขา?
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบของราตรีก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ถูกผลักออกช้าๆ โดยผู้คุ้มกันประจำตัว สายลมยามค่ำคืนที่พัดพาเอาละอองฝนและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยป่าลอยเข้ามาแตะจมูก
ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายกอไผ่ด้วยดิ้นเงินก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง เรือนผมสีดำขลับถูกรวบครึ่งศีรษะด้วยปิ่นหยกขาวเรียบง่าย ดวงหน้ารูปไข่สวยงามล้ำเลิศทว่าสงบนิ่งราวน้ำในบึงลึก นัยน์ตากลมโตคู่สวยฉายแววเฉียบคมลุ่มลึกเกินกว่าจะหาได้จากสตรีทั่วไป นางไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาดุดันนับร้อยคู่ที่จ้องมองมา นางกวาดสายตากวาดผ่านเหล่าแม่ทัพนายกองด้วยความเยือกเย็นดุจเซียนผู้มองลงมาจากยอดเขา
"คารวะท่านแม่ทัพใหญ่ และใต้เท้าทุกท่าน"
เสียงหวานใสก้องกังวานกังวานใสราวกระดิ่งเงินสั่นไหวในยามเช้า ทว่ากลับทรงพลังจนสะกดให้ห้องโถงทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ฉางเยว่ประสานมือคารวะตามธรรมเนียมบัณฑิต ท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติ ไม่มีอาการสั่นเทาแม้แต่น้อย
"เจ้าคือ... ฉางเยว่?" จ้าวซานหลางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบกันเบาๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะก้าวเข้าไปหาหญิงสาวทีละก้าว แรงกดดันระดับแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่พุ่งเข้าใส่นางอย่างจงใจ เพื่อทดสอบความกล้าหาญของสตรีผู้นี้
ฉางเยว่เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายระยิบระยับดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด นางไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"หากมิใช่หม่อมฉัน... แล้วใต้เท้าผู้เฒ่าทางนั้นจะยอมรับราชโองการจากฮ่องเต้ได้อย่างไรเลเพคะ?" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนในที จนเสนาบดีกรมพิธีການถึงกับหน้าดำคร่ำเครียด
จ้าวซานหลางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านาง ระยะห่างเพียงแค่คืบ กลิ่นกายหอมเย็นบริสุทธิ์ปะปนกับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนลอยเข้าสู่โสตประสาท ท่านอ๋องผู้เหี้ยมหาญก้มมองสตรีร่างบางที่สูงเพียงแค่ระดับอกของตน แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความสงสัยและการประเมินค่า
"ค่ายทหารบูรพาไม่ใช่สถานที่สำหรับเด็กเล่น กุนซือที่นี่ต้องใช้ชีวิตแลกกับชัยชนะ นางหนู... เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่ากระดูกบางๆ ของเจ้าจะทนทานต่อลมหายใจของสนามรบแห่งนี้ได้?" สุ้มเสียงกระซิบต่ำลอดไรฟัน เต็มไปด้วยการข่มขู่คุกคาม
ฉางเยว่แย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มที่ทำให้ดวงหน้าอันงดงามนั้นราวกับดอกไม้ที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรยปราย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง
"ท่านแม่ทัพโปรดวางใจ... กระดูกของหม่อมฉันอาจจะบอบบาง แต่ลมหายใจของหม่อมฉัน จะยาวนานพอที่จะเห็นท่านเป็นผู้กุมแผ่นดิน หรือไม่ก็... ดับสูญไปพร้อมกับความเย่อหยิ่งของท่านเองเพคะ"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจจ้าวซานหลาง ดวงเนตรคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่บรรดาขุนนางและนายกองต่างพากันสูดปากด้วยความตกตะลึงในความอาจหาญของนาง
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงม้าเร็วดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกค่าย พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งที่แทบขาดใจของทหารยามหน้าประตู
"รายงาน! ม้าเร็วด่วนที่สุดจากนครหลวง... องค์ชายรองทรงนำทัพหลวงเคลื่อนพลมาประชิดชายแดนทิศเหนือแล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ด้วยกันนะครับ
แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม•ตอนที่ 2
ม้าเร็วจากนครหลวง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!