คมโลหะกรีดผ่านความเงียบงันของรัตติกาล รวดเร็วดั่งอสนีบาตฟาดลงกลางใจเรือนพักแรม
ฉางเยว่ตวัดพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนม้วนกระดาษซวนจื่อด้วยความรวดเร็ว สัญชาตญาณอันเฉียบคมของนักวางแผนทำให้ร่างระหงเบี่ยงหลบประกายดาบที่พุ่งแหวกหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาได้อย่างเฉียดฉิว ปลายคมดาบอาบยาพิษสีเขียวมรกตเฉียดผ่านหัวไหล่บอบบาง สร้างรอยแผลลึกที่ซึมซาบด้วยโลหิตสีแดงเข้มทันที
"ใคร!" สุ้มเสียงของกุนซือหญิงแม้จะเจือด้วยความเจ็บปวด แต่ยังคงความเยือกเย็นและทรงอำนาจไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย
เงาดำสามร่างทะยานผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในห้องหนังสือราวกับภูตผีไร้เงา พวกมันสวมชุดรัดกุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกอำพรางด้วยผ้าโปร่งสีทึบ ปราศจากเสียงฝีเท้าและลมหายใจที่หนักหน่วง บ่งบอกถึงการฝึกฝนจากสำนักนักฆ่าระดับพระกาฬที่ถูกส่งมาเพื่อปิดปากผู้หยั่งรู้ทิศทางลมแห่งค่ายทหารบูรพาโดยเฉพาะ
ฉางเยว่กวาดสายตาประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที ร่างกายที่เคยสงบนิ่งเริ่มมีหยาดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ด้วยพิษร้ายจากคมดาบเริ่มแล่นริ้วเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ปลายนิ้วเริ่มชาด้าน ทว่าสมองของนางกลับแล่นเร็วยิ่งกว่ากงจักร
"เป้าหมายคือข้า... มิใช่คลังเสบียง" นางพึมพำกับตนเองพร้อมกับถอยร่นไปพิงชั้นตำราโบราณ มือเรียวยาวเอื้อมไปคว้าแจกันหยกโบราณที่ตั้งอยู่บนโต๊ะแล้วปัดทิ้งลงพื้นเสียงดังเพล้ง เพื่อส่งสัญญาณเตือนองครักษ์ด้านนอก
*แคร้ง! ฉับ!*
คมดาบเล่มแรกพุ่งตรงมาหมายปลิดชีพ ทว่าฉางเยว่ก้มตัวลงต่ำอย่างงดงาม ชายเสื้อคลุมสีครามเข้มสะบัดไหวราวก접ระባยคลื่น นางใช้ตำราพิชัยสงครามเล่มหนาปัดป้องประกายดาบที่ฟันลงมาอย่างอุกอาจ แต่แรงปะทะก็ทำให้ร่างของนางกระเด็นไปกระแทกกับมุมเสาไม้จันทน์หอมอย่างจัง โลหิตสีสดไหลรินจากมุมปากลงสู่คอเสื้อขาวสะอาด ตัดกับความมืดมิดของค่ำคืนได้อย่างน่าสะเทือนใจ
ในวินาทีที่เงาดำเงื้อดาบขึ้นเตรียมปลิดชีพเป็นครั้งสุดท้าย ประตูห้องหนังสือก็ถูกพังทลายลงด้วยพละกำลังมหาศาล
*โครม!*
ร่างสูงใหญ่สง่างามดั่งพญาอินทรีย์ปรากฏขึ้นท่ามกลางเศษไม้ที่กระจายเกลื่อน จ้าวซานหลางสวมชุดคลุมนอนสีเข้มโดยไม่ได้สวมเกราะป้องกัน ทว่ารัศมีสังหารและความดุดันเยือกเย็นรอบกายกลับแผ่ขยายออกมาราวกับพายุหิมะในฤดูเหมันต์ นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกราดมองภาพตรงหน้าก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างทรุดฮวบของฉางเยว่ที่มีคราบเลือดเปื้อนอาภรณ์
ความโกรธเกรี้ยวระดับมหภาคพวยพุ่งขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจของท่านอ๋องผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ผู้ใดเห็น
"บังmหาญนัก!"
เสียงคำรามต่ำลึกราวกับราชสีห์บาดเจ็บดังขึ้น จ้าวซานหลางพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวนักฆ่าคนแรกด้วยความเร็วที่แทบมองไม่เห็น มือหนวดยาวดั่งกรงเล็บเหล็กคว้าเข้าที่ลำคอของมือสังหารแล้วบดขยี้อย่างไร้ความปรานี เสียงกระดูกคอหักดังกร๊อบท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจจะถูกเหวี่ยงกระแทกผนังห้องจนพังทลาย
นักฆ่าอีกสองคนหันขวับมาเผชิญหน้ากับแม่ทัพใหญ่ผู้ไร้พ่าย พวกมันประสานสายตากันก่อนจะตัดสินใจพุ่งเข้าใส่พร้อมกันเพื่อแลกชีวิต จ้าวซานหลางแค่น
"หึ" ในลำคอ ร่างสูงหมุนตัวหลบคมดาบอย่างพลิ้วไหว ก่อนจะชักกระบี่ประจำกายที่แขวนไว้ข้างผนังออกมาวาดเป็นวงโค้งประกายไฟ
*ฉับ! ฉับ!*
เพียงพริบตาเดียว ศีรษะของมือสังหารทั้งสองก็หลุดกระเด็นออกจากบ่า โลหิตสีดำพุ่งกระฉูดรดพื้นเรือนไม้จนส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทว่าท่านอ๋องหาได้สนใจซากศพเหล่านั้นไม่ พระMบาทก้าวฉับๆ ตรงเข้าไปหาร่างที่กำลังจะหมดสติของฉางเยว่ทันที
"ฉางเยว่!"
สุ้มเสียงที่เคยราบเรียบและเยือกเย็น บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อยยามเอ่ยนามนั้น จ้าวซานหลางช้อนร่างบางขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของผิวเนื้อและคราบเลือดอุ่นๆ ที่ซึมผ่านอาภรณ์ของเขา
ฉางเยว่ปรือตาขึ้นช้าๆ มองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความกังวลและความเดือดดาลของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดิน นางแย้มยิ้มบางเบาออกมาทั้งที่ริมฝีปากยังมีคราบเลือด
"ท่านอ๋อง... หม่อมฉันบอกแล้วว่า... หมากกระดานนี้... องค์ชายรองทรงร้อนรนเกินไป..."
"เงียบเสีย!" จ้าวซานหลางเอ็ดเบาๆ แต่แววตาที่ทอดมองนางกลับอ่อนแสงลงอย่างยิ่งยวด มือหนาประคองศีรษะนางไว้แนบอก พร้อมทั้งใช้พลังภายในกดจุดเพื่อสกัดกั้นพิษร้ายมิให้แล่นเข้าสู่หัวใจ ความโดดเดี่ยวและเยือกเย็นที่เคยหล่อเลี้ยงหัวใจของแม่ทัพผู้เหี้ยมหาญมาเนิ่นนาน บัดนี้กลับถูกแผดเผาด้วยความห่วง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศรอบกายกำลังอบอวลไปด้วยความเจ็บปวดและการปกป้องคุ้มครองอันลึกซึ้ง ขันทีเฒ่าคนสนิทของกองทัพก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงที่หน้าประตูด้วยเนื้อตัวสั่นเทา
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีเฒ่าละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงอันตราย "ราช... ราชครู... ถูกพบเป็นศพถูกฆ่าตัดคออยู่ในห้องหนังสือจวนอุปราช พร้อมกับ... พร้อมกับราชโองการลับฉบับใหม่ที่ระบุว่า... แม่ทัพจ้าวซานหลาง... เป็นกบฏพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวซานหลางชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงทันที ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วห้องหนังสือที่อบอวลด้วยกลิ่นเลือด
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเส้นทางประวัติศาสตร์อันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะครับ
แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม•ตอนที่ 10
หยาดเลือดใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!