"หากท่านแม่ทัพไม่ยอมคุกเข่า นั่นมิใช่เพียงการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่หมายถึงการประกาศตนเป็นกบฏต่อหน้าเหล่าทหารหาญนับหมื่นที่กำลังเฝ้ามองอยู่ ณ ที่นี้"
เสียงของขันทีหลวงผู้ถือม้วนกระดาษสีเหลืองทองดังกังวานบาดแก้วหู ท่ามกลางความเงียบงันดุจป่าช้าที่ปกคลุมไปทั่วค่ายทหารชายแดน จ้าวซานหลางยืนตระหง่านดั่งขุนเขาที่ไม่มีวันสั่นคลอน นัยน์ตาดำสนิทดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรจ้องมองม้วนกระดาษนั้นด้วยความเย็นชาที่เกือบจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยาม
เขามิได้ขยับกายแม้เพียงกระเบียดนิ้ว มือหนาที่กร้านจากการจับกระบี่กำด้ามอาวุธข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ราชโองการมีไว้เพื่อรักษาแผ่นดิน มิใช่เพื่อทำลายขวัญกำลังใจของผู้ที่ปกป้องมัน" จ้าวซานหลางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "หากข้าคุกเข่าให้แก่คำสั่งที่ไร้ซึ่งเหตุผล ท่านขันที... ท่านคิดว่าแผ่นดินหลังค่ายนี้จะยังคงอยู่ให้องค์ชายรองได้เสวยสุขอีกนานเท่าใด?"
ฉางเยว่ที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังของท่านแม่ทัพขยับกายเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบของนางจับจ้องไปที่ท้องฟ้ายามโพล้เพล้ที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำผิดปกติ นางไม่ได้หวั่นเกรงต่อสถานการณ์เบื้องหน้า ทว่าความกังวลในใจกลับพุ่งสูงขึ้นเมื่อเห็นตำแหน่งของดาวหางที่หางของมันพาดผ่านทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่ตั้งของค่ายศัตรู
"ท่านแม่ทัพ" ฉางเยว่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ทำลายบรรยากาศที่กำลังจะระเบิดออก "ดาวเหนือหม่นแสง ลมตะวันออกเริ่มแปรปรวนเป็นลมหมุนพายุหิมะ ท่านขันที... หากท่านยังยืนกรานจะให้ท่านแม่ทัพคุกเข่าในยามที่ท้องฟ้ากำลังจะพิโรธเช่นนี้ ข้าเกรงว่าราชโองการนี้อาจจะกลายเป็นใบสั่งตายของพวกท่านเองก่อนที่จะถึงก้าวแรกของการเจรจาเสียอีก"
ขันทีหลวงชะงัก สายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่บัดนี้เริ่มมีก้อนเมฆสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับมีอาคมกำกับ ลมกระโชกแรงพัดผ่านเต็นท์บัญชาการจนผืนผ้าใบสะบัดไหวราวกับจะฉีกขาด
"เจ้า... เจ้าเป็นเพียงสตรีในค่ายทหาร อย่าได้อาจหาญขัดขวางราชกิจ!" ขันทีผู้นั้นตะคอก แม้เสียงจะเริ่มสั่น
"ข้าหาได้ขัดขวาง แต่ข้ากำลังเตือนด้วยความหวังดี" ฉางเยว่ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีรอบกายของนางดูสงบนิ่งแต่กดดันจนเหล่าทหารองครักษ์ที่ตามมาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว "คืนนี้ พายุหิมะจะถล่มลงมาหนักหน่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา หากท่านไม่รีบหาที่หลบภัยแต่ยังมัวยื้อแย่งอำนาจที่ไม่ได้มีอยู่จริงในดินแดนที่ไร้ซึ่งกฎหมายแห่งนี้ ท่านก็เพียงแค่ซากศพที่รอการกลบฝังในคืนพรุ่งนี้เท่านั้น"
จ้าวซานหลางปรายตามองฉางเยว่แวบหนึ่ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเพียงชั่วครู่เมื่อเห็นความมั่นใจในดวงตาคู่นั้น เขาเข้าใจในทันทีว่านางมิได้พูดเล่น
"ได้ยินแล้วใช่หรือไม่" จ้าวซานหลางกล่าวพลางก้าวเข้ามาประชิดตัวขันที "ข้าจะคุกเข่าต่อแผ่นดินและบรรพบุรุษ แต่ข้าจะไม่คุกเข่าต่อเจตจำนงที่ต้องการให้ข้าพ่ายแพ้ในสนามรบ นำราชโองการของท่านไปเก็บไว้เสีย หรือหากอยากจะอ่านต่อ ก็จงอ่านไปพร้อมกับเสียงคำรามของเทพเจ้าแห่งพายุในคืนนี้เถิด"
ทันใดนั้น ลมพายุลูกใหญ่ก็ปะทะเข้ากับค่ายทหารจนทุกอย่างโกลาหล ขันทีและเหล่าองครักษ์พากันถอยร่นอย่างเสียขวัญ
ในความวุ่นวายนั้นเอง ฉางเยว่ดึงแขนเสื้อของจ้าวซานหลางไว้แน่น ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูของเขา "ท่านแม่ทัพ องค์ชายรองมิได้มาเพียงเพื่อส่งราชโองการ... เขาส่งคนมาลอบวางเพลิงคลังเสบียงในยามที่พายุโหมกระหน่ำ ข้าเห็นเครื่องหมายลับบนแขนเสื้อของคนสนิทขันทีผู้นี้แล้ว"
จ้าวซานหลางนิ่งงัน ความเย็นยะเยือกในดวงตาเปลี่ยนเป็นความอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่าง เขาหันมามองใบหน้าของกุนซือหญิงที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวท่ามกลางพายุ
"หากข้าต้องเลือกระหว่างการรักษาเกียรติในราชสำนัก กับการรักษาทัพของข้า" จ้าวซานหลางกดเสียงต่ำ "เจ้าคิดว่าข้าจะเลือกสิ่งใด?"
ฉางเยว่เพียงแต่ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของแม่ทัพหนุ่มเต้นจังหวะที่ผิดไปจากปกติ
"ข้าเลือกที่จะไม่ตอบท่าน แต่ข้าจะกางแผนที่ให้ท่านดู... ว่าคนที่จะตายในคืนนี้ มิใช่ทหารของท่าน แต่เป็นคนขององค์ชายรองที่กำลังย่างกรายเข้ามาในกับดักที่ท่านวางไว้ต่างหาก"
ยังไม่ทันสิ้นคำ เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นจากทิศทางของคลังเสบียง แสงสีส้มแดงฉานตัดกับความมืดมิดของพายุหิมะ จ้าวซานหลางชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสะท้อนจากคมเหล็กพาดผ่านใบหน้าของเขา
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะออกคำสั่ง ขันทีหลวงที่ดูเหมือนจะหวาดกลัวเมื่อครู่ กลับชักมีดสั้นอาบยาพิษสีม่วงคล้ำออกมาจากในอกเสื้อ แล้วพุ่งตรงเข้าใส่ฉางเยว่ด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าทหารทั่วไปหลายเท่า!
"ฉางเยว่!" จ้าวซานหลางคำราม แต่ระยะห่างนั้นไกลเกินกว่าที่เขาจะช่วยได้ทัน คมมีดพุ่งเข้าสู่ลำคอของกุนซือหญิงในระยะเพียงคืบเดียวเท่านั้น!
ความผิดพลาดที่คาดไม่ถึงนี้กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของสงครามไปตลอดกาล...
หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะถูกใจและทำให้ท่านผู้อ่านรู้สึกลุ้นระทึกไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามผลงานของ "พงศาวดารมีชีวิต" มาโดยตลอดครับ
แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม•ตอนที่ 5
แสงดาวชี้ชะตา
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!