แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม•ตอนที่ 14

กรงขังแห่งความภักดี

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
รอยหมึกสีชาดบนฎีกาแผ่นนั้นยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ เมื่อราชโองการลับประทับตราหยกมังกรทองถูกวางลงเบื้องหน้าฉางเยว่ กลิ่นหอมจางของกำยานไม้กฤษณาในห้องทรงอักษรหาได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงไม่ กลับยิ่งกดทับโสตประสาทให้ตึงเครียดราวกำลังยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบที่พร้อมจะแตกละเอียดได้ทุกเมื่อ "ตระกูลฉางจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์มาสามชั่วคน... แต่บัดนี้ เจ้าต้องเป็นผู้เลือกระหว่างความกตัญญูต่อบรรพชน กับหัวใจที่เจ้ามอบให้แก่แม่ทัพแดนเหนือผู้นั้น" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจขององค์ชายรองดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พระองค์แย้มสรسนอยู่น้อยๆ ทว่าดวงเนตรกลับพินิจมองกุนซือหญิงผู้เลื่องชื่อด้วยประกายเยียบเย็นดุจสัตว์ล่าเหงื่อที่รอขย้ำ ทรงรู้ดีว่าหมากตานี้คือจุดตายที่แม้แต่ปราชญ์ผู้รอบรู้ตำราพิชัยสงครามร้อยเล่มก็มิอาจหาทางออกได้อย่างงดงาม ฉางเยว่ยังคงรักษาอาการสงบนิ่งได้อย่างน่าทึ่ง อาภรณ์ปักลายเมฆสีครามขลิบดิ้นเงินไหววูบตามจังหวะการหายใจเข้าออก เรือนร่างระหงตั้งตรงสง่างามดั่งต้นสนกลางเหมันต์ ปลายนิ้วเรียวดั่งลำเทียนที่กุมพู่หยกขาวไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ฟ้องว่าภายในอกของนางกำลังเผชิญกับคลื่นลมมรสุมรุนแรงเพียงใด ภาพเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนก่อนยังคงชัดเจนในความทรงจำ อ้อมกอดอันอบอุ่นและมั่นคงของจ้าวซานหลางท่ามกลางลมหนาว สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กุมมือของนางไว้แน่น พร้อมคำสัญญาหนักแน่นดุจหินผาว่า "ไม่ว่าฟ้าดินจะพลิกคว่ำเช่นไร ข้าจะปกป้องเจ้าด้วยลมหายใจสุดท้าย" ทว่าในยามนี้ คำสัญญานั้นกลับกลเสมือนโซ่ตรวนที่กำลังรัดรึงลำคอของนางให้แน่นขึ้น เมื่อทางเลือกอีกด้านคือชีวิตของบิดา และสมาชิกสกุลฉางนับร้อยชีวิตที่ถูกคุมขังไว้ในคุกใต้ดินหลวง รอคอยเพียงพระราชอาญาที่จะประหารเจ็ดชั่วโคตรในยามรุ่งสาง "องค์ชายทรงตรัสล้อเล่นแล้วกระมังเพคะ" ฉางเยว่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความคมคายที่บาดลึก "หม่อมฉันเป็นเพียงกุนซือต้อยต่ำผู้หนึ่ง ไฉนเลยจะมีน้ำหนักเพียงพอที่จะชั่งน้ำหนักระหว่างบัลลังก์มังกรกับความอยู่รอดของตระกูลใหญ่ได้เล่า" "เจ้ามิใช่คนต้อยต่ำ ฉางเยว่" องค์ชายรองทรงก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ทีละน้อย ฉลองพระองค์ปักลายพฤกษาลู่ลมสะท้อนแสงตะเกียงวับแวม "เจ้าคือมันสมองของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ หากไม่มีเจ้า จ้าวซานหลางก็เป็นเพียงสุนัขป่าไร้ทิศทาง... จงเขียนจดหมายลับฉบับนี้ แจ้งพิกัดค่ายกลคูเมืองด้านทิศเหนือให้กองกำลังของเรารู้เสีย แล้วข้าจะปล่อยบิดาของเจ้า พร้อมทั้งยกเว้นโทษทัณฑ์ให้แก่สกุลฉางทั้งหมด นี่คือความเมตตาครั้งสุดท้ายที่ข้าจะมอบให้" ข้อเสนอที่แลกมาด้วยความทรยศ การทรยศชายผู้มอบดวงใจและเกียรติยศทั้งหมดให้แก่นาง ดวงตาคู่คมของกุนซือสาวหลุบลงมองกระดาษแผ่นขาวบนโต๊ะ พู่ขนหมาป่าปลายแหลมชุ่มหมึกดำสนิทวางอยู่เคียงข้าง มันช่างเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและน่ากลัวที่สุดในยามนี้ เพียงแค่จรดปลายพู่ลงไป โชคชะตาของแผ่นดินก็จะพลิกผัน ทว่าจิตวิญญาณของนางจะถูกจองจำอยู่ในขุมนรกแห่งความสำนึกผิดไปชั่วชีวิต หากเลือกตระกูล... นางต้องกลายเป็นคนทรยศที่แทงข้างหลังชายคนรัก หากเลือกคนรัก... บิดาและญาติมิตรนับร้อยต้องสังเวยคมดาบใต้เงื้อมมือขององค์ชายรอง ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทรงอักษรอีกครา ยาวนานราศศวรรษ นานจนเสียงลมหนาวที่พัดกระหน่ำหน้าต่างกระดาษสาช่วยขับเน้นความโดดเดี่ยวของสตรีผู้กุมชะตากรรมของสองกองทัพให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ฉางเยว่เงยหน้าขึ้นสบพระเนตรขององค์ชายรอง รอยยิ้มบางเบาและเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้องค์ชายผู้ทะเยอทะยานถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ" ฉางเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไร้ซึ่งความลังเลระคนหวาดกลัวอีกต่อไป นางยื่นมือออกไปหยิบพู่กันขึ้นมาด้วยท่าทีสง่างามราวกับกำลังจะรจนาบทกวีรักอันงดงามหาใช่ประกาศิตแห่งความตายไม่ ในขณะเดียวกัน ที่ค่ายใหญ่กองทัพพยัคฆ์ทมิฬอันไกลโพ้น จ้าวซานหลางในชุดเกราะเหล็กดำสนิทกำลังยืนประจันหน้ากับลมหนาวบนหอคอยบัญชาการ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะเลทรายมองทอดไปยังขอบฟ้าทิศตะวันออกที่เริ่มเรืองแสงสีเทาแห่งรุ่งอรุณ หัวใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยหวั่นเกรงต่อคมดาบใดในใต้หล้า กลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ราวกับสังหรณ์ใจว่าสายสัมพันธ์ที่เขายึดเหนี่ยวไว้กำลังจะขาดผึ่งลงในไม่ช้า "ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เอกดังขึ้นพร้อมกับการคุกเข่าลงเบื้องหน้า "มีม้าเร็วจากเมืองหลวง... ส่งสาส์นลับถึงท่าน!" จ้าวซานหลางรับม้วนกระดาษประทับตราโลหิตมาด้วยมือข้างที่สวมถุงมือเหล็ก เขาสลายผนึกด้วยความรวดเร็ว กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ด้านในเพียงแวบเดียว ร่างสูงใหญ่พลันแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ถ้วยชาหยกขาวในมืออีกข้างร่วงหล่นแตกกระจายบนพื้นหิน เสียงของเหลวอุ่นร้อนไหลนองปะปนกับเศษกระเบื้อง ทว่าความหนาวยะเยือกกลับแล่นพล่านจากปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจในทันที ข้อความในสาส์นสั้นๆ นั้นเขียนด้วยลายมือของฉางเยว่... ลายมือที่เขาคุ้นเคยและรักยิ่งกว่าชีวิต *“ซานหลาง... โปรดอภัยให้คนไร้สัจวาจาเช่นข้า”* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%