กลิ่นอายจางๆ ของกำยานไม้กฤษณาผสานกับกลิ่นชาอู่หลงชั้นเลิศลอยวนอยู่ภายในตำหนักบูรพา ยามนี้รัตติกาลล่วงเข้าสู่ยามสาม ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ราวกับโลกทั้งใบถูกแช่แข็งไว้ด้วยความเยือกเย็นแห่งเหมันตฤดู ทว่าภายในห้องหนังสือส่วนตัวของแม่ทัพใหญ่ กลับระอุไปด้วยบรรยากาศอันตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวเนื้อได้โดยไม่ต้องอาศัยคมดาบ
จ้าวซานหลางประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันไปมองร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งซึ่งกำลังยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ฉางเยว่ในอาภรณ์สีเทาอ่อนปักลายเมฆาล้อมจันทร์ดูเรียบง่ายแต่สง่างาม นางกำลังถือพู่กันขนหมาป่าจุ่มน้ำหมึกสีชา เพื่อคัดลอกรายงานการเคลื่อนพลของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬตามคำบัญชา ทว่าปลายพู่กันนั้นกลับหยุดค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างไม่กะพริบ ราวกับต้องการจะทะลวกลงไปถึงก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณ
"ท่านอ๋องทรงทอดพระเนตรสิ่งใดอยู่หรือครับ รายการเสบียงที่หม่อมฉันตรวจทานเมื่อยามเย็น มีจุดใดบกพร่องให้ต้องแก้ไขอีกกระนั้นหรือ" ฉางเยว่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สุขุม และเยือกเย็นดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง นางมิได้เงยหน้าขึ้นสบตา ทว่าหัวใจใต้ร่มผ้ากลับเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะด้วยสัญชาตญาณอันตรายที่ร่ำร้องเตือนภัย
"ข้ามิได้มองรายงานเสบียง... แต่ข้ากำลังมองสตรีผู้ซึ่งกล้าดีอย่างไร ถึงได้เข้ามาปั่นป่วนค่ายกลในใจของแม่ทัพผู้เหี้ยมหาญเช่นข้า จนย่อยยับไม่เป็นท่า"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่ละคำที่หลุดออกมาจากโอษฐ์ของจ้าวซานหลางหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนลิ่มสลัก หัวใจของฉางเยว่กระตุกวูบ พู่กันในมือร่วงหล่นลงกระทบแท่นหมึก เกิดเสียงดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน น้ำหมึกสีดำกระเซ็นเปรอะเปื้อนกระดาษสาเนื้อดี แต่นางหาได้ใส่ใจไม่ สตรีสาวยอมเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมคลาคลุ้งไปด้วยอารมณ์ล้ำลึกคู่นั้นเป็นครั้งแรก
สายตาของทั้งสองประสานกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมหลบตาให้แก่กัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ฉางเยว่จะฝืนแย้มสรวลบางเบา ราวกับดอกเหมันต์ที่แย้มกลีบกลางพายุทل
"ท่านอ๋องทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้วกระมังครับ ตำแหน่งกุนซือข้างกายท่าน คือผู้ถวายคำปรึกษาและวางกลยุทธ์เพื่อบ้านเมือง หาใช่สตรีในหอคอยที่จะมาโยกคลอนจิตใจของผู้ใดได้"
"ฉางเยว่... เจ้ายังคงใช้ความเฉียบคมมาต่อรองกับข้าเสมอ" จ้าวซานหลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะหนังสือเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและดุดันแผ่ซ่านกดดันจนบรรยากาศรอบกายดูแคบลงไปถนัดตา "เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่า แผนการทลายค่ายกลขององค์ชายรองเมื่อคืนก่อน เป็นฝีมือการเดินหมากของใคร เจ้าเอาชีวิตของตนเองไปเสี่ยงเป็นเหยื่อล่อ เพื่อดึงกำลังหลักของศัตรูออกมาให้ข้าปิดฉาก... เจ้าทำเพื่อแผ่นดิน หรือทำเพื่อใครกันแน่!"
น้ำเสียงที่ทรงอำนาจแฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดเล็กน้อย ทว่าลึกลงไปในนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวดและห่วงหาที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน จ้าวซานหลางหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าฉางเยว่โดยมีระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว ไอร้อนจากกายหนาแผ่ซ่านกระทบผิวกายของนางจนสตรีสาวต้องผอยถอยหลังไปครึ่งก้าว ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นตำหนักจนไร้ทางหนี
ฉางเยว่เงยหน้ามองบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพไร้พ่าย ผู้ซึ่งคนนับหมื่นต้องก้มหัวให้ด้วยความหวาดกลัว ยามนี้แววตาของเขากลับไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ พยายามรักษาเกราะกำบังอันเย็นชาเอาไว้
"หม่อมฉันเป็นข้าราชบริพารของแผ่นดิน หน้าที่ของกุนซือคือการนำชัยชนะมาสู่ท่านอ๋อง เพื่อปกป้องราษฎร... หากการเอาชีวิตเข้าแลกทำให้กองทัพไม่ต้องสูญเสียไพร่พล หม่อมฉันย่อมต้องทำ..."
"พอเสียที!" จ้าวซานหลางเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดห้วง พระเนตรแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นกุมหัวไหล่บอบบางของนางเอาไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้มุ่งร้าย ทว่ามันสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้อีกต่อไป "ข้าไม่สนแผ่นดิน! ข้าไม่สนชัยชนะ! ข้าสนเพียงแค่ว่า หากลูกธนูหรือคมดาบดอกนั้นพลาดเป้าไปเพียงนิดเดียว... สตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าข้าผู้นี้ จะหายลับไปจากโลกใบนี้ตลอดกาล!"
ถ้อยคำสารภาพอันดิบเถื่อนและจริงใจพรั่งพรูออกมาจากปากของแม่ทัพผู้เยือกเย็น มันไม่ใช่คำเกี้ยวพาราสีอันหวานหูตามแบบฉบับคุณชายเจ้าสำราญ ทว่ามันคือเสียงคำรามจากก้นบึ้งของหัวใจบุรุษผู้แบกรับความตายและสงครามมาทั้งชีวิต หัวใจของฉางเยว่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสโดยไม่รู้ตัว นางไม่เคยคิดเลยว่า บุรุษผู้แข็งกระด้างดั่งหินผาผู้นี้ จะซ่อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งและเปราะบางถึงเพียงนี้ไว้ภายใต้เกราะเหล็ก
"ท่านอ๋อง... พระองค์ทรง..." ฉางเยว่พยายามจะเอ่ยท้วงติงด้วยเหตุผลตามตำราพิชัยสงคราม ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับถูกปิดกั้นด้วยความอบอุ่นอันดุดันที่ทาบทับลงมาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า
จ้าวซานหลางประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากของนางอย่างรวดเร็วและหนักแน่น ความอ่อนหวานที่เจือปนด้วยความโหยหามาเนิ่นนานทำให้นางแทบละลาย รสชาติของชาอู่หลงและกลิ่นอายบุรุษหลอมรวมกันจนมึนงง ฉางเยว่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวพยายามจะยกขึ้นผลักไดอกแกร่งออกตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะทั้นจากหัวใจของเขาที่เต้นรัวราวกองศึก มือคู่นั้นก็ค่อยๆ อ่อนแรงลง และเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อสีดำของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
มันไม่ใช่เพียงแค่ความลุ่มหลงในเรือนร่าง ทว่ามันคือพันธนาการแห่งวิญญาณ สองชีวิตที่ต้องเผชิญหน้ากับความตายและเล่ห์เหลี่ยมการเมืองอันโสมم ท่ามกลางสมรภูมิเลือดและบัลลังก์มรณะ ยามนี้กลับหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้เงารัตติกาล
ในวินาทีที่หัวใจทั้งสองดวงกำลังประสานเข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ ท่ามกลางความเงียบสงบของตำหนักบูรพา เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดอันรีบร้อนและรุนแรงก็ดังขึ้นที่เบื้องนอก ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการขออนุญาต
ทหารองครักษ์ประจำพระองค์พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยเนื้อตัวที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและเหงื่อไคล สีหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์ละล่ำละลักรายงานด้วยเสียงสั่นเครือ "กองกำลังลับขององค์ชายรองบุกเข้าล้อมพระIราชวังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และมีพระราชโองการด่วนฉบับพิเศษ ประทับตราหยกมังกรทอง ส่งตรงมาถึงตำหนักบูรพาในยามนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวซานหลางผละริมฝีปากออกจากฉางเยว่อย่างช้าๆ แววตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและโหยหา กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุร้ายดั่งพญายมในพริบตา พระเนตรคมกริบมองไปยังราชโองการในมือขององครักษ์ ซึ่งถูกชูขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม•ตอนที่ 13
คำสารภาพของแม่ทัพผู้เย็นชา
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!