แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม•ตอนที่ 8

เปลวเพลิงที่ชายแดนเหนือ

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
ตราประทับหยกขาวสลักลายพยัคฆ์คำรามกระแทกลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดงจนเกิดเสียงทึบหนักหน่วง สะท้อนความกริ้วโกรธที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นดุจน้ำแข็งนับพันปี จ้าวซานหลางมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทว่ารัศมีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะประดับลวดลายมังกรทองกลับทำให้บรรยากาศภายในกระโจมบัญชาการหลักพลอยเย็นเยียบลงจนแทบหายใจไม่ออก ราชโองการลับที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่อยู่ในมือของรองแม่ทัพ คือเครื่องยืนยันว่าข่าวกรองจากสายลับนั้นหาใช่ลมปากเลื่อนลอย พระสนมเอกผู้ให้กำเนิดแม่ทัพใหญ่ผู้ไร้พ่าย บัดนี้กำลังตกเป็นตัวประกันในเงื้อมมือขององค์ชายรองผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มอันอ่อนโยน "ท่านอ๋อง..." องครักษ์เงาผู้หนึ่งคุกเข่าลงแนบพื้น ร่างกายสั่นเทิด้วยความหวาดกลัวต่อจิตสังหารที่นายเหนือจงใจปลดปล่อยออกมา "องค์ชายรองทรงอ้างพระราชเสาวนีย์... ตรัสว่าพระสนมทรงพระประชวรหนัก จึงต้องเชิญเสด็จไปประทับรักษาพระองค์ ณ ตำหนักบูรพาเป็นการชั่วคราว... แต่ทหารอารักขาถูกเปลี่ยนตัวจนหมดสิ้น พ่ะย่ะค่ะ" จ้าวซานหลางแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบดั่งคมดาบที่ลากผ่านแผ่นน้ำแข็ง "ช่างเป็นการกตัญญูที่น่าซาบซึ้งยิ่งนัก... องค์ชายรองผู้พี่ของข้า ช่างรู้จักเลือกวิธีบีบคั้นหัวใจคนได้ไม่เลวเลย" ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์หันไปมองแผนที่แผ่นใหญ่ที่กางอยู่เบื้องหน้า บนนั้นปักหมุดกองกำลังของแคว้นเป่ยหลันที่กำลังเคลื่อนพลประชิดชายแดนเหนือ ทิศทางลมเปลี่ยนแปร ฝุ่นตลบอบอวลเนื่องจากกองทัพนับแสนชีวิตกำลังเตรียมเปิดฉากมหาสงคราม หากเขาเลือกยกพลกลับเมืองหลวงเพื่อช่วยมารดา กองทัพแดนเหนือย่อมแตกพ่ายในชั่วข้ามคืน แผ่นดินบรรพบุรุษจะตกเป็นของอริราชศัตรู แต่หากเขาเลือกเดินหน้าทำสงคราม มารดาผู้ให้กำเนิดย่อมกลายเป็นเครื่องสังเวยบนกระดานอำนาจขององค์ชายรอง นี่คือหมากตานรกที่บีบให้แม่ทัพผู้ไร้พ่ายต้องเลือกทางที่ต้องสูญเสียไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบปริแตก เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับพู่กันแตะลงบนกระดาษฟางก็ดังขึ้น ฉางเยว่ก้าวเข้ามาภายในกระโจมด้วยชุดคลุมยาวสีครามเข้ม ปักลายดาราศาสตร์ด้วยด้ายเงินสะท้อนแสงไฟสลัว นางมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกต่อบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่นั้นสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก ดวงตาดอกท้อคู่งามกวาดมองแผ่นป้ายราชโองการและสีหน้าเคร่งเครียดของเหล่าแม่ทัพนายกอง ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของท่านอ๋องผู้กำลังเผชิญหน้ากับมรสุมชีวิต "ท่านอ๋องทรงกำลังคิดว่า... จะยอมเสียสละบัลลังก์แดนเหนือ หรือจะยอมให้ผู้ให้กำเนิดต้องสังเวยอยู่ใต้เงื้อมมือของหมาป่าห่มหนังแกะเช่นนั้นหรือครับ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทว่าเฉียบคมดั่งกริชเงินเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลง จ้าวซานหลางหันมามองกุนซือหญิง สายตาทั้งสองคู่ประสานกันราวกับมีประกายไฟประทุขึ้นกลางอากาศ "ฉางเยว่... เจ้าก็รู้สถานการณ์เวลานี้ดี กองทัพเป่ยหลันประชิดค่ายแล้ว ข้าจะละทิ้งหน้าที่แม่ทัพเพื่อความปลอดภัยของมารดาคนเดียวได้อย่างไร แต่มารดาของข้า... เล่า..." คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ ทว่าความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย่อหยิ่งทระนงกลับไม่สามารถหลบซ่อนพ้นสายตาอันลุ่มลึกของนางได้ ฉางเยว่ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะแผนที่อีกนิด นางเอื้อมมือเรียวขาวหยิบหมากหยกสีดำขึ้นมาวางลงบนจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางตอนเหนือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตานั้นมีความมั่นคงเด็ดเดี่ยวราวกับขุนเขาที่ไม่เคยหวั่นไหวต่อพายุฝน "ท่านแม่ทัพจำคำสอนในตำราพิชัยสงครามบทที่เจ็ดไม่ได้แล้วหรือครับ... 'ผู้ที่ต้องการชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ย่อมต้องรู้จักรักษากลยุทธ์อันแยบยล' องค์ชายรองทรงใช้มารดาของท่านเป็นเครื่องมือ ก็เพราะพระองค์ทรงทราบดีว่าท่านอ๋องคือบุรุษผู้มีความกตัญญูเป็นที่ตั้ง ทว่าพระองค์กลับทรงลืมไปอย่างหนึ่ง..." ฉางเยว่หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด นางโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน "องค์ชายรองทรงกุมตัวพระสนมไว้ได้... แต่พระองค์มิได้กุม 'ลมหายใจ' ของแผ่นดินนี้ แดนเหนือแห่งนี้... อยู่ภายใต้การควบคุมของท่านอ๋อง หาใช่ราชสำนักที่เน่าเฟะในเมืองหลวงไม่" จ้าวซานหลางชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบเป็นประกายขึ้นมาวับหนึ่ง ความมืดมนในใจคล้ายถูกแสงสว่างแห่งปัญญาของสตรีตรงหน้าแผ้วถางจนเริ่มเห็นหนทาง "เจ้าหมายความว่า..." "เราไม่จำเป็นต้องเลือก... ระหว่างหน้าที่กับความกตัญญูครับ" ฉางเยว่แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเล่ห์กลอันล้ำลึก "ในเมื่อองค์ชายรองอยากเล่นเกมการเมืองในเมืองหลวง เราก็แค่เปิดฉากสงครามที่แดนเหนือให้เด็ดขาดและรวดเร็วที่สุด... เมื่อกองทัพเป่ยหลันปลาสนาการ หัวใจของราษฎรและกองทัพทั่วหล้าจะเทมาที่ท่านอ๋อง เมื่อถึงเวลานั้น... ต่อให้องค์ชายรองมีอำนาจล้นฟ้าในมือ พระองค์ก็เป็นเพียงกบฏที่รอวันถูกบดขยี้ด้วยกองทัพไร้พ่ายเท่านั้น" คำกล่าวของนางดังก้องไปทั่วกระโจม บรรดานายกองต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความฮึกเหิมและศรัทธาต่อแม่ทัพใหญ่และกุนซือหญิงถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งในอก จ้าวซานหลางมองสตรีตรงหน้านิ่งนาน แววตาที่เคยแข็งกร้าวและโดดเดี่ยวบัดนี้กลับมีความอบอุ่นระคนความชื่นชมฉายชัดขึ้นมา เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะแผนที่สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคงท่ามกลางความหนาวเหน็บของลมหนาวชายแดน "เช่นนั้น... ข้าจะมอบหมายให้กุนซือฉางเยว่เป็นผู้ดูแลค่ายกลทัพหน้า ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้าสู่สนามรบ... เจ้าพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ครั้งนี้ร่วมกับข้าหรือไม่" ฉางเยว่มิได้ดึงมือออก นางเพียงแต่เงยหน้าสบตากับแม่ทัพผู้เหี้ยมหาญด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก "เกียรติยศในการชี้ทิศทางลมเคียงข้างพยัคฆ์ร้ายแห่งแดนเหนือ... เป็นสิ่งที่หม่อมฉันรอคอยมานานแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง" เสียงกลองศึกที่ค่ายทหารแดนเหนือเริ่มดังกระหึ่มขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าสงครามได้ปะทุขึ้นอย่างเป็นทางการ กองทัพเคลื่อนพลออกจากค่ายท่ามกลางหิมะโปรยปราย มุ่งหน้าสู่แนวหน้าด้วยความฮึกเหิม ทว่าในขณะที่ขบวนทัพกำลังเคลื่อนตัวผ่านหุบเขาแคบ ม้าเร็วตัวหนึ่งก็ควบตะบึงฝุ่นตลบเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าขบวน ผู้ส่งสารกระโดดลงจากหลังม้าด้วยท่าทางเร่งรีบจนเกือบสะดุดชายผ้า เขารีบทรุดตัวคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นหิมะด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา ก่อนจะชูห่อผ้าไหมสีเหลืองทองขึ้นเหนือศีรษะด้วยสองมือที่สั่นระริก "ท... ท่านอ๋อง! มีสารด่วนจากเมืองหลวง... ส่งตรงถึงแม่ทัพใหญ่พ่ะย่ะค่ะ!" จ้าวซานหลางขี่ม้าศึกสีดำสนิทออกมารับห่อผ้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าเมื่อเขาแกะผ้าไหมออกและกางแผ่นกระดาษด้านในอ่าน ดวงตาคมกริบก็หรี่แคบลงทันที ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นข้อความลายมือที่คุ้นเคย บนแผ่นกระดาษนั้น... มิใช่พระราชโองการจากฮ่องเต้ หรือประกาศิตจากองค์ชายรอง... หากแต่เป็นจดหมายด้วยลายมือของพระสนมเอกผู้มารดา ที่เขียนด้วยหยดเลือดสดๆ ส਼นความสั้นๆ ว่า: *"ซานหลางลูกรัก... รีบหนีไป... คนที่กักบริเวณแม่มิใช่รองฮองเทีย... แต่คือ..."* รอยหมึกเลือดขาดหายไปตรงนั้น พร้อมกับเสียงธนูแหวกอากาศนับร้อยดอกที่พุ่งตรงเข้าใส่ขบวนทัพจากหน้าผาสูงชันเบื้องบน! กราบขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิอักษรมาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%