กลิ่นอายของชาผู่เอ๋อร์หมักบ่มยี่สิบปีลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ที่โชยมาแตะนาสิกของจ้าวซานหลางได้เลย แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬปรายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีวาดลายครามในมือ เงาสะท้อนจากผิวชานิ่งสนิทราวกับผืนน้ำในบึงลึกยามไร้ลมไหว แต่ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับกวาดมองผู้ที่นั่งอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง
"เจ้าบอกว่า สำนักข่าวกรองฝ่ายใต้เพิ่งส่งม้าเร็วรายงานมาเมื่อยามสามกระนั้นหรือ... อาฮุ่ย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบเยือกเย็นจนผู้ฟังต้องสะท้านสะเทือนถึงขั้วกระดูกสันหลัง จ้าวซานหลางเอ่ยถามออกไปโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างของรองแม่ทัพหนุ่มผู้เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายมานานนับปี ร่างของอาฮุ่ยคุกเข่าลงกับพื้นพรมปักลายเมฆา ตัวสั่นเทาเล็กน้อยโดยพยายามซ่อนพิรุธไว้ภายใต้ร่มเงาของแสงตะเกียงน้ำมันหอม
"เรียน... เรียนท่านแม่ทัพ เป็นความจริงขอรับ ข้าพเจ้าได้รับรายงานลับฉบับนี้เมื่อครู่ จึงรีบนำมารายงานให้ท่านทราบเป็นคนแรก เกรงว่าหากปล่อยให้เนิ่นนานไป แผนการเคลื่อนทัพขึ้นเหนืออาจจะรั่วไหลได้" อาฮุ่ยกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้มั่นคง แต่เหงื่อกาฬกลับผุดพรายขึ้นเต็มแผ่นหลังจนอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีชุ่มโชก
ภายในห้องหนังสืออันเงียบสงบ ณ ค่ายใหญ่ชายแดนประจิม บรรยากาศกลับกดดันหนักหน่วงราวกับมีขุนเขาอัคนีมาทับถมอยู่บนบ่า ฉางเยว่ กุนซือหญิงผู้สวมชุดคลุมผ้าแพรสีเทาอ่อนปักลายดาราศาสตร์นั่งอยู่ ณ มุมห้อง นางมิได้เอวาจาใดๆ ออกมาตั้งแต่ต้น นางเพียงแต่ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ทว่าดวงตาเรียวรีคู่นั้นกลับกวาดมองทุกอากัปกิริยาของอาฮุ่ยอย่างพินิจพิเคราะห์
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ฉางเยว่จะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดังกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคน
"รองแม่ทัพอาฮุ่ยช่างขยันขันแข็งยิ่งนัก..." ฉางเยว่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงจิตใจ "ยามสามเป็นเวลาที่ผู้คนหลับใหล แต่ท่านกลับได้รับข่าวลับจากแดนใต้ที่อยู่ห่างออกไปนับพันลี้ได้รวดเร็วยิ่งกว่าเหยี่ยวสื่อสารของกองทัพหลวงเสียอีก ช่างน่าอัศจรรย์ใจ... หรือว่าม้าเร็วของท่านจะมีปีกบินได้กันแน่?"
คำถามเชิงเชือดเฉือนนี้ทำให้อาฮุ่ยหน้าซีดเผือด รีบโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ "กุนซือฉางโปรดให้ความเป็นธรรมด้วย! ข้าพเจ้า ... ข้าพเจ้ามีสายสืบส่วนตัวที่คอยหาข่าวในยุทธภพ จึงได้รับเรื่องเร็วกว่าปกติ หาได้มีเจตนาปิดบังซ่อนเร้นสิ่งใดไม่!"
จ้าวซานหลางค่อยๆ วางถ้วยชาลงบ้าง ดวงตาคมปลาบดุจคมดาบจับจ้องไปยังชายผู้ที่ตนเคยไว้วางใจที่สุด ความเจ็บปวดลึกๆ สายหนึ่งพาดผ่านก้นบึ้งหัวใจที่ด้านชา แต่มันถูกกลบฝังด้วยความเหี้ยมเกรียมเด็ดขาดอย่างรวดเร็ว ในฐานะแม่ทัพผู้กุมชีวิตทหารนับแสน การทรยศหักหลังคือความผิดเดียวที่ไม่อาจให้อภัย แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นพี่น้องที่ร่วมสาบานก็ตาม
"สายสืบส่วนตัวอย่างนั้นรึ..." จ้าวซานหลางทวนคำ น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ "อาฮุ่ย... เจ้าจำได้หรือไม่ เมื่อสามปีก่อน ตอนที่เราติดอยู่ในหุบเขาอัคคี ศัตรูโอบล้อมสามด้าน ทหารของเราเหลือไม่ถึงพัน ข้าเคยบอกเจ้าว่าอย่างไร?"
อาฮุ่ยตัวสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัว "ท่าน... ท่านแม่ทัพเคยบอกว่า... แม้โลกหล้าจะหันหลังให้เรา แต่พวกเราจักไม่มีวันหันหลังให้กัน..."
"ถูกต้อง" จ้าวซานหลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำสง่างามภายใต้ชุดเกราะหนังสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟวับวับ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอาฮุ่ยทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับหนักหน่วงดุจเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าความตาย "แล้วเหตุใด... ตราประหยัดหยกขององค์ชายรอง จึงไปซ่อนอยู่ใต้เบาะม้าของเจ้าเล่า?"
สิ้นคำกล่าวนี้ อาฮุ่ยราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความลับที่คิดว่าปิดบังไว้ได้อย่างแนบเนียน กลับถูกเปิดเผยออกมาอย่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
"ท่าน... ท่านรู้ได้อย่างไร..." อาฮุ่ยพึมพำด้วยริมฝีปากสั่นระริก
"ข้าไม่ได้รู้..." ฉางเยว่เป็นผู้ลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับกางแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นหนึ่งออกบนโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวงามชี้ไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางตอนใต้ "แต่ดวงดาวบนท้องฟ้ายามนี้บ่งบอกว่า ทิศบูรพากำลังถูกครอบงำด้วยดาวมาร และจดหมายลับที่เจ้าได้รับเมื่อครู่ มิได้ส่งมาจากแดนใต้... แต่มันถูกส่งมาจากจวนขององค์ชายรองในเมืองหลวงต่างหากเล่า"
ฉางเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาอาฮุ่ย แววตานางเต็มไปด้วยความเวทนาปนสมเพช "องค์ชายรองทรงใช้เงินทองและตำแหน่งเจ้าเมืองยวนโจวเป็นเดิมพัน เพื่อซื้อวิญญาณของรองแม่ทัพผู้กล้าหาญ แลกกับการส่งแผนผังค่ายกลค่ายทหารของเราให้แก่ฝ่ายตรงข้าม... น่าเสียดายยิ่งนัก ที่ความโลภบังตาจนมองไม่เห็นว่า หมากตัวนี้... เป็นเพียงหมากใช้แล้วทิ้งที่องค์ชายรองเตรียมสละทิ้งไว้แต่แรก"
อาฮุ่ยกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้นชิงชัง ในเมื่อไม่มีทางรอดแล้ว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเงยหน้าขึ้น หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ฮ่าๆๆ! ถูกต้อง! ข้ามันคนโลภ! ข้ามันคนทรยศ! แล้วอย่างไรเล่า? ท่านแม่ทัพ... ท่านคิดว่าท่านเก่งกล้าสามารถนักรึ? กองทัพไร้พ่ายอันยิ่งใหญ่นี้ แท้จริงแล้วเป็นเพียงเสี้ยนหนามตำตาฮ่องเต้และองค์ชายรอง! ต่อให้ท่านเก่งกาจเพียงใด สุดท้ายท่านก็เป็นได้แค่สุนัขรับใช้ที่รอวันถูกเชือดทิ้งเมื่อหมดประโยชน์เท่านั้น!"
"บังอาจ!" เสียงตวาดกร้าวของจ้าวซานหลางดังสะเทือนไปทั่วห้อง พร้อมกับกระบี่ประจำกายที่หลุดออกจากฝักครึ่งหนึ่ง แสงวาววับบาดตาจนอาฮุ่ยต้องหลับตาปี๋รอรับความตาย
ทว่า จ้าวซานหลางกลับหยุดยั้งคมกระบี่ไว้เพียงแค่ปลายจมูกของอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมจ้องมองอดีตสหายรักด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความหนטาวเหน็บที่แผ่ซ่านออกมาจากจิตวิญญาณ
"ข้าให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย... ใครเป็นคนสั่งการเจ้าเบื้องหลังตัวจริง นอกเหนือจากองค์ชายรอง?"
อาฮุ่ยหัวเราะในลำคออย่างน่าสมเพช เลือดสีแดงฉานไหลรินมุมปาก "ท่านไม่มีทางรู้หรอก... คนที่อยู่เบื้องหลังองค์ชายรอง... คือผู้ที่นั่งอยู่ใกล้ตัวท่านมากที่สุด... มากเสียจนท่านคาดไม่ถึง..."
ฉับพลันนั้นเอง!
ก่อนที่อาฮุ่ยจะทันได้เอ่ยวาจาใดออกมามากกว่านั้น ลูกธูปลับสีดำสนิทดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศทะลุผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าแลบ ปักเข้าที่ลำคอของอาฮุ่ยอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!
"อึก...!" อาฮุ่ยเบิกKตาค้าง ร่างกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เลือดสีดำทะลักออกมาจากปากย้อมพื้นพรมให้กลายเป็นสีคล้ำ ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มฟุดยลงไปแน่นิ่งสนิท ดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความตายที่ไม่คาดฝัน
จ้าวซานหลางสะบัดกระบี่พุ่งทะยานออกไปทางหน้าต่างทันที ร่างสูงใหญ่หายลับไปในความมืดราตรีเพื่อไล่ล่ามือสังหาร ทิ้งให้ฉางเยว่ยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นเลือดและควันธูปปริศนาเพียงลำพัง
กุนซือหญิงก้าวเข้าไปใกล้ศพของอาฮุ่ย ช้าๆ นางย่อกายลงใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่หลุดร่วงออกมาจากมือของคนตายขึ้นมาดู ดวงตาคู่สวยหรี่แคบลงเมื่อพบสัญลักษณ์ประหลาดที่สลักไว้บนนั้น... มันคือตราสัญลักษณ์ประจำตัวของ 'แม่ทัพพิทักษ์ชายแดนตะวันออก' ผู้ซึ่งกำลังนำทัพหนุนมาสมทบกับพวกเขาในวันพรุ่งนี้!
ก่อนที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวจะกระจ่างชัด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นล้อมรอบตำหนักพักแรมของแม่ทัพใหญ่ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานจากด้านนอกที่ทำให้หัวใจต้องหยุดเต้น
"มีคนลอบปลงพระชนม์องค์ชายรอง! แม่ทัพจ้าวซานหลางคิดกบฏ! จงจับกุมตัวไว้!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปพร้อมกับพงศาวดารมีชีวิตนะครับ
แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม•ตอนที่ 16
กระดานหมากขององค์ชายรอง
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เหี้ยมหาญกับกุนซือหญิงผู้หยั่งรู้ทิศทางลม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!