ระบบนี้บอกว่าผมเป็นผู้เล่นระดับตำนาน•ตอนที่ 12

ชัยชนะด้วยมันสมอง

ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
"ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดีค่ะ... แต่ความมั่นใจที่ปราศจากการคำนวณความน่าจะเป็น มันก็เป็นเพียงแค่ความสะเพร่ารอวันพังทลายเท่านั้นเอง" เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของเรนดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมพื้นที่โล่งกว้างหน้าดันเจี้ยนระดับสูง กลิ่นอายของดินปืนและเศษซากเวทมนตร์ยังคงลอยกรุ่นอยู่ในบรรยากาศ เบื้องหน้าของเขามีร่างของ 'บาร์บารั่น' นักสู้แนวหน้าผู้ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งแห่งกิลด์ 'ยักษ์ษาทมิฬ' กำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่ง หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เกราะเหล็กกล้าชั้นดีที่เคยเงางามบัดนี้เต็มไปด้วยรอยขูดขีดและคราบเขม่าจากการระเบิดของศิลาเวทมนตร์ที่ถูกคำนวณวิถีมาอย่างแม่นยำรา3กับจับวาง ดวงตาคมกริบของนักสู้ร่างยักษ์มองตรงมายังเด็กหนุ่มผู้สวมเสื้อคลุมสีเทาเรียบง่าย ความโกรธเกรี้ยวและคับแค้นใจฉายชัดอยู่ในหน่วยตา แต่มันถูกกลบด้วยความตื่นตะลึงอย่างลึกซึ้ง เขาพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับผู้เล่นสายซัพพอร์ตและควบคุมสนามรบที่ไม่มีแม้กระทั่งทักษะโจมตีรุนแรงในระดับตำนานด้วยซ้ำ "แก... แกทำมันได้อย่างไร..." บาร์บารั่นเค้นเสียงลอดไรฟัน ดาบใหญ่ในมือสั่นระริก "การเคลื่อนไหวของฉัน... ทุกจังหวะที่ฉันก้าวเท้า... มันเหมือนกับถูกคำนวณไว้ล่วงหน้าทั้งหมด!" เรนไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เขายกมือซ้ายขึ้น ปลายนิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่หน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่ลอยอยู่กลางอากาศ ข้อมูลตัวเลข โค้ดคำสั่ง และสถิติจำนวนมหาศาลกำลังไหลผ่านดวงตาของเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ มันคือความได้เปรียบที่ได้จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เล่นระดับท็อปผ่านระบบตรรกะเชิงลึก ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามเพราะมัวแต่หลงใหลไปกับพลังโจมตีที่รุนแรง "เกมนี้ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียวหรอกนะคะคุณบาร์บารั่น" รินะ จอมเวทสาวร่างเพรียวจากกิลด์ดังที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกลก้าวเท้าเข้ามาใกล้ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาสสีนิลของเธอพราวระยับด้วยความสะใจระคนชื่นชม "สถิติอัตราการออกอาวุธ ระยะเวลาคูล다운 และมุมอับสายตาของพวกคุณ ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่การปะทะกันครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วค่ะ เรนใช้เวลาทั้งคืนในการถอดรหัสรูปแบบการต่อสู้ของคุณ... การที่คุณเดินเข้ามาในจุดอับการมองเห็นเมื่อครู่ ก็เป็นผลลัพธ์จากการวางหมากสามตาก่อนหน้านี้ต่างหากล่ะคะ" คำพูดของรินะทำให้บรรดาสมาชิกที่เหลือของกิลด์ยักษ์ษาทมิฬที่ยืนดูอยู่รอบนอกถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พวกเขาต่างเป็นยอดฝีมือที่ผู้คนในเซิร์ฟเวอร์ต่างเกรงขาม แต่ในเวลานี้ กลับไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว ความน่ากลัวของเรนไม่ใช่พลังเวทมนตร์ทำลายล้างที่รุนแรงจนพลิกแผ่นดิน แต่เป็น 'ความน่ากลัวทางความคิด' ที่บีบคั้นให้คู่ต่อสู้เดินไปสู่หลุมพรางที่ขุดไว้ทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว เรนลดมือลง ปิดหน้าต่างระบบก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนักสู้ร่างยักษ์ "พวกคุณต้องการสิทธิ์ในการสำรวจดันเจี้ยนชั้นที่สิบห้า เพื่อนำไอเทมเควสต์ไปส่งมอบให้มาสเตอร์กิลด์สินะคะ? น่าเสียดายจริงๆ ที่เวลาของพวกคุณหมดลงแล้ว และตามเงื่อนไขเดิมที่เราตกลงกันไว้..." "แกต้องการอะไร!" บาร์บารั่นกัดฟันกรอด ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างจำยอม "ไม่ต้องมากความหรอกค่ะ แค่ถอนกำลังออกไปจากเขตพื้นที่นี้เป็นเวลาสามวัน และห้ามเข้ามาแทรกแซงการเก็บเลเวลของพวกเราอีก เพียงเท่านี้ก็ยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่ายแล้วค่ะ" เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหอง มีเพียงความสุขุมลุ่มลึกที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกราวกับกำลังเจรจากับขุนนางผู้สูงศักดิ์มากกว่าเด็กหนุ่มวัยรุ่นทั่วไป ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ก่อนที่บาร์บารั่นจะพยักหน้าอย่างจำยอม ร่างของนักสู้ร่างยักษ์ถูกแสงสีขาวห่อحลุมเล็กน้อยตามกลไกการฟื้นฟูสภาพร่างกายของเกม ก่อนที่เขาและพรรคพวกจะทยอยถอนกำลังออกไปจากพื้นที่อย่างไม่เต็มใจนัก รินะมองตามหลังกลุ่มคนเหล่านั้นจนลับตา ก่อนจะหันมามองสหายร่วมรบหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย "ให้ตายเถอะ เรน บางครั้งฉันก็อดคิดไม่ได้นะว่า นายเป็นมนุษย์จริงๆ หรือเป็นระบบ AI ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปั่นหัวคนอื่นกันแน่" เรนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยทอประกายอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย "ถ้าฉันเป็นระบบ AI จริงๆ ฉันคงไม่รู้สึกเหนื่อยกับการคำนวณข้อมูลนับล้านบรรทัดนี่หรอกนะคะรินะ... ไปกันเถอะค่ะ เราเสียเวลามามากพอแล้ว ประตูของดันเจี้ยนชั้นที่สิบห้ากำลังจะเปิดออกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า และฉันคิดว่า ของขวัญที่รอเราอยู่ข้างในคงจะไม่ใช่แค่ไอเทมธรรมดาๆ แน่ๆ" ทั้งสองก้าวเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันไปยังเบื้องหน้า ประตูหินโบราณขนาดมหึมาสลักลวดลายอักษรเวทมนตร์โบราณค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากกัน ส่งเสียงครืนครางก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ไอเย็นยะเยือกพัดปะทะใบหน้า พร้อมกับกลิ่นอายของความลับโบราณที่หลับใหลมาเนิ่นนาน ทว่า ในวินาทีที่แสงสว่างจากภายในดันเจี้ยนสาดส่องออกมาทาบทับร่างของทั้งสอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เรารู้จักคุ้นเคยก็ดังขึ้น—แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนการผ่านเควสต์ปกติ [ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับพิเศษถูกกระตุ้น: "ผู้เล่นได้ทำการเคลียร์พื้นที่ด้วยกลยุทธ์ระดับสมบูรณ์แบบ และปลดล็อกประตูชั้นที่ 15 ก่อนกำหนดเวลา"] [ระบบกำลังทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างดันเจี้ยน...] [คำเตือน: ตรวจพบการตื่นขึ้นของสิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติที่ถูกผนึกไว้ใต้ชั้นที่ 15 — "ราชันย์มังกรอมตะ : บาลทาซาร์"] [ระบบภารกิจระดับ SSS: "คำพิพากษาแห่งบรรพกาล" ได้เริ่มต้นขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นไม่สามารถปฏิเสธหรือถอนตัวได้] เรนชะงักฝีเท้าลงทันที รอยยิ้มสุขุมบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา เมื่อหน้าต่างระบบสีแดงฉานนับสิบปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากส่วนลึกที่สุดของดันเจี้ยน ราวกับผืนแผ่นดินกำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกในตอนนี้ด้วยกันนะคะ พรีสต์สายลุยตื่นเต้นกับปมใหม่นี้มากๆ เลยค่ะ!
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบนี้บอกว่าผมเป็นผู้เล่นระดับตำนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%