เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ•ตอนที่ 30

วินาทีที่ตัดสินชะตา

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
“นายดูแปลกใจนะริน... ทั้งที่ความจริงแล้ว มันควรจะเป็นสิ่งที่นายควรจะคาดเดาได้ตั้งแต่วันแรกที่เราแยกทางกัน” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของริน เขาขยับกายเล็กน้อย แสงเลเซอร์สีแดงยังคงตรึงแน่นอยู่ตรงตำแหน่งหัวใจของบอดี้การ์ดหนุ่ม ราวกับจะบอกว่าชีวิตของรินไม่ได้อยู่ในกำมือของโชคชะตาอีกต่อไป แต่มันอยู่ในนิ้วชี้ที่พร้อมจะเหนี่ยวไกของศิลา รินยืนนิ่ง สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ปากกระบอกปืน แต่จับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตคู่หู เขาเห็นความว่างเปล่าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันสมบูรณ์แบบของชายผู้มีอิทธิพลที่สุดในเมืองนี้ “ผมแค่ไม่นึกว่า... ความศรัทธาที่นายเคยมีต่อความยุติธรรม มันจะกลายเป็นความวิปริตได้ถึงขนาดนี้” รินตอบกลับ น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและนิ่งสนิท มือที่กำปืนอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ทสั่นเพียงเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความสับสนที่กำลังกัดกินจิตวิญญาณ ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเดินวนรอบห้องทำงานที่หรูหราซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารลับและร่องรอยของการวางแผนทำลายล้างเมืองทั้งเมือง “ความยุติธรรมงั้นหรือ? ริน... นายก็รู้ดีกว่าใครว่าโลกนี้มันเน่าเฟะแค่ไหน สิ่งที่ฉันทำไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการ 'ชำระล้าง' ต่างหาก” “ชำระล้างด้วยเลือดและหายนะเนี่ยนะ?” รินแค่นยิ้ม “นายสร้างองค์กรนี้ขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบสังคม แต่สิ่งที่นายกำลังจะทำคืนนี้ คือการกดปุ่มให้ทั้งเมืองจมดิ่งลงสู่ความโกลาหลเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีบ้าๆ ของนายเท่านั้น” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในหัวของเขากำลังคำนวณระยะห่างระหว่างเขากับศิลา รวมถึงระบบควบคุมแม่ข่ายที่ติดตั้งอยู่เบื้องหลังตู้หนังสือขนาดใหญ่ หากเขาพุ่งตัวออกไปตอนนี้ เขาอาจจะหยุดศิลาได้ แต่นั่นหมายถึงเขาต้องทิ้งชีวิตของตัวเองไว้เป็นเดิมพัน หรือไม่ก็ต้องสูญเสียหลักฐานทั้งหมดที่เขารวบรวมมาตลอดหลายปีไปตลอดกาล “นายมีเวลาอีกแค่สามนาทีริน” ศิลาหยิบรีโมทคอนโทรลสีเงินขึ้นมาควงเล่น “ถ้าเลเซอร์ที่อกนายดับลง นั่นหมายถึงคนของฉันข้างนอกเริ่มปฏิบัติการ และเมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้รินผู้ไร้เทียมทานอย่างนายก็ยื้ออะไรไว้ไม่ได้อีกแล้ว” รินรู้ดีว่านี่คือจุดตัดสินใจสำคัญที่สุดในชีวิต เขาไม่ได้มองไปที่ศิลาอีกต่อไป แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่แท่นควบคุมระบบเครือข่ายหลัก หากเขาทำลายมันเสียตอนนี้ แผนการชักใยข้อมูลทั้งหมดของศิลาจะพังพินาศ แต่ระบบเซฟตี้ของอาคารจะล็อกตายทันที และเขาเองก็จะถูกขังอยู่กับระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างตึกแห่งนี้ รินหลับตาลงชั่วครู่ ภาพความทรงจำสมัยยังทำงานร่วมกับศิลาในฐานะตำรวจตงฉินแวบเข้ามา—ภาพที่พวกเขาเคยสาบานว่าจะปกป้องผู้คน ไม่ใช่ทำลายมัน *‘ขอโทษนะศิลา... นายเลือกทางของนาย แล้วฉันก็จะเลือกทางของฉัน’* รินตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาไม่ได้หยิบปืนออกมา แต่กลับพุ่งตัวเข้าใส่แผงควบคุมหลักด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย ศิลาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกดเหนี่ยวไกปืนเสียงดังสนั่น! *ปัง!* กระสุนเฉี่ยวผ่านหัวไหล่ของรินไปเพียงมิลลิเมตรจนเสื้อผ้าขาดวิ่น แต่รินไม่หยุด เขาใช้แรงทั้งหมดกระแทกกระบอกปืนพกของเขาเองเข้ากับแผงวงจรหลักจนประกายไฟพุ่งกระจาย เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วตึก ระบบรักษาความปลอดภัยเริ่มทำงานด้วยการปิดล็อกทุกประตูและตัดระบบไฟฟ้าทั้งหมด ห้องทั้งห้องมืดสนิท เหลือเพียงแสงจากแผงวงจรที่กำลังลุกไหม้และเสียงหายใจหอบถี่ของทั้งสองคน “นายทำอะไรลงไป!” เสียงของศิลาดังขึ้นในความมืด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน “นายรู้ไหมว่านายกำลังทำลายความพยายามตลอดสิบปีของฉัน!” “ไม่ใช่แค่ความพยายามของนายหรอกศิลา...” รินลุกขึ้นยืนในความมืด หยิบไฟแช็กออกมาจุดให้แสงสว่าง แสงสีส้มอ่อนๆ กระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเลือดของเขา “แต่มันคือการยุติฝันร้ายที่ฉันเป็นคนมีส่วนร่วมสร้างมันขึ้นมาด้วย!” ศิลาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มที่น่าขนลุกที่สุดเท่าที่รินเคยเห็นมา “นายคิดว่าการทำลายแผงวงจรนี้จะหยุดฉันได้เหรอ? นายลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนวางระบบนี้ตั้งแต่วันแรก... ริน นายกำลังจะตายในหลุมศพที่นายเป็นคนขุดเอง” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง เสียงโลหะกระทบกันบ่งบอกว่ามีการเตรียมการบุกเข้ามาด้วยอาวุธครบมือ รินรู้ว่าเขาสิ้นหนทางที่จะออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย แต่ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังเข้าครอบงำ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของศิลาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบนั้น ศิลาชะงักไปเมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก “เป็นไปไม่ได้... คนคนนี้ควรจะหายสาบสูญไปแล้ว!” เขารีบกดรับสาย ทว่าเสียงที่ตอบกลับมาผ่านลำโพงโทรศัพท์ทำเอาทั้งรินและศิลาต้องแข็งค้างไปพร้อมกัน เพราะมันไม่ใช่เสียงของใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของคนที่พวกเขาเคยฝังไปกับความทรงจำเมื่อห้าปีก่อน... คนที่ควรจะเป็น 'จุดเริ่มต้น' ของความแค้นทั้งหมดนี้ “ศิลา... นายคิดว่าจะจบเรื่องนี้ได้ โดยที่ไม่มีฉันร่วมรับรู้อย่างนั้นเหรอ?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง พร้อมกับประตูห้องที่ถูกระเบิดพังทลายลงจากแรงอัดของคนข้างนอก รินมองไปที่ศิลาด้วยแววตาที่สั่นไหว เมื่อเงาร่างหนึ่งก้าวพ้นควันระเบิดเข้ามา... มหายุทธ์ไร้เทียมทานขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้มาถึงตอนที่ 30 นะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%