เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ•ตอนที่ 15

เสียงกระซิบจากเบื้องบน

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"วางปืนลงซะริน... การพยายามยิงใส่เงามันไม่มีวันทำให้เจ้าของเงาตายได้หรอก" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากความมืดหลังเสาหินอ่อนในโถงทางเดินชั้นบนสุดของอาคารศาลาว่าการ รินกระชับด้ามปืนในมือแน่น นิ้วชี้สั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงอัดของอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนแทบระเบิดออกมา เขาไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียง แต่สายตาจดจ้องไปยังเอกสารชุดหนึ่งบนโต๊ะไม้โอ๊กที่เพิ่งถูกมือปริศนาลบเลือนร่องรอยไปจนหมดสิ้น "ศิลา" รินขานชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเขาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ถูกแช่มานานปี "นายกล้ามากที่โผล่หัวออกมาในที่ที่กฎหมายยังพอจะมีลมหายใจอยู่" "กฎหมาย?" ศิลาหัวเราะเบาๆ เสียงนั้นฟังดูแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยความสมเพช ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟสลัวจากโคมระย้าด้านบนสะท้อนให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของอดีตคู่หู "ริน นายยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าที่นี่ไม่มีกฎหมายหรอก มีแต่ 'มติ' จากคนกลุ่มหนึ่งที่ตัดสินว่าใครควรอยู่หรือตาย และดูเหมือนว่า... วันนี้โชคชะตาจะตัดสินให้ชื่อของนายกลายเป็นเพียงบรรทัดหนึ่งในบันทึกที่ต้องถูกลบ" รินหันขวับมาเผชิญหน้า มือยังคงถือปืนนิ่ง ความเงียบภายในโถงกว้างกดทับจนหูอื้ออึง เขาเห็นเงาของชายฉกรรจ์สี่คนในชุดสูทสีดำสนิทเดินออกมาจากเงามืดด้านหลังศิลา พวกเขาคือมือสะอาดของสภาเมือง คนที่พร้อมจะเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นศพและเปลี่ยนศพให้กลายเป็นอุบัติเหตุ "พวกมันจ่ายให้นายเท่าไหร่" รินถาม พลางขยับเท้าไปด้านหลังช้าๆ เพื่อหาที่กำบัง "หรือแค่เพราะความแค้นในอดีตที่ทำให้นายต้องยอมลดตัวไปเป็นสุนัขรับใช้พวกเดรัจฉานในคราบนักการเมือง?" ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าคมสันฉายแวววูบไหวเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม "มันไม่ใช่เรื่องเงิน และไม่ใช่เรื่องแค้น ริน... มันคือการรักษาสมดุล ถ้าโลกนี้ขาดเงามืด แสงสว่างก็จะแผดเผาทุกอย่างจนมอดไหม้ไปเอง นายกำลังพยายามดับไฟด้วยน้ำมัน และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาสั่งให้ฉันมาจัดการ 'ความผิดพลาด' อย่างนาย" รินไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่เขาตัดสินใจขว้างไฟแช็กที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อไปทางโคมไฟที่ห้อยระย้าอยู่เหนือกลุ่มชายชุดดำ แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยทำให้สายโซ่ที่ชำรุดอยู่แล้วขาดสะบั้น โคมแก้วหนักนับสิบกิโลกรัมร่วงกราวลงมาพร้อมกับเสียงแตกกระจายดั่งเสียงแก้วบาดหัวใจ รินอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวเข้าหาหน้าต่างบานสูงที่เปิดแง้มอยู่ ปัง! เสียงปืนดังสนั่นก้องอาคาร รินรู้สึกถึงแรงกระชากที่หัวไหล่ซ้าย แต่เขากัดฟันแน่นไม่ยอมให้เสียงหลุดออกมา ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วกระดูก แต่สมองเขายังคงทำงานได้เฉียบคมเหมือนดั่งทุกครั้งที่ต้องเอาชีวิตรอด เขากระโดดผ่านหน้าต่างออกไปสู่ระเบียงภายนอก ลมหนาวปะทะใบหน้าจนตาสว่าง รินหอบหายใจถี่ สายตามองลงไปเบื้องล่าง เห็นรถสีดำนับสิบคันเริ่มล้อมปิดทางเข้าออกของอาคารทั้งหมด นี่ไม่ใช่การจับกุม แต่นี่คือการไล่ล่าเพื่อปิดปากพยานปากสุดท้ายที่กุมความลับเรื่องคลังเลือดที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ผังเมืองใหม่ รินทรุดตัวลงพิงกำแพงระเบียง เลือดสีแดงเข้มซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมาอย่างรวดเร็ว เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กออกมา มันคือสิ่งเดียวที่เขาทุ่มเทชีวิตแลกมา แต่มันกลับรู้สึกเบาหวิวราวกับขนนกเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาต้องสูญเสียไปในวันนี้ "แกไปไม่รอดหรอก ริน" เสียงศิลาก้องมาจากภายในห้องน้ำเสียงนั้นดูใจเย็นจนน่าขนลุก "พวกข้างบนเริ่มขยับตัวแล้ว ไม่ใช่แค่คนในสภา... แต่หมายถึง 'เขา' คนนั้นที่นายเคยสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต" รินชะงักกึก มือที่กำแฟลชไดรฟ์สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหันกลับไปมองเงาของศิลาที่ทอดทับผ่านกระจกหน้าต่าง "หมายความว่ายังไง" รินเค้นเสียงถาม ศิลาเดินมาหยุดที่หน้าต่าง แต่ไม่ก้าวออกมา เขาเพียงแค่มองรินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเวทนา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเปิดลำโพง เสียงปลายสายที่ตอบกลับมาทำเอารินถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เสียงที่เขาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงหัวใจตัวเอง เสียงของหญิงสาวที่เขาคิดว่าปลอดภัยที่สุดในเมืองนี้ "ริน... ได้โปรดหยุดเถอะค่ะ" เสียงของหญิงสาวสั่นเครือ "เขาไม่ได้ขู่... เขาแค่ต้องการให้คุณเลิกยุ่งเรื่องนี้ ก่อนที่ฉันจะกลายเป็นคนต่อไปที่ต้องไปอยู่ในบันทึกเลือดนั่น" รินเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นจากปลายเท้าขึ้นสู่ขั้วหัวใจ เมื่อเขามองไปที่ถนนเบื้องล่าง เห็นรถคันคุ้นตาของเธอจอดนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางวงล้อมของชายชุดดำ และที่กระจกด้านหลังของรถคันนั้น เขามองเห็นเงาของใครบางคน—คนที่มีอำนาจมากพอจะบงการเมืองทั้งเมือง—กำลังนั่งกอดอกมองขึ้นมาที่เขาด้วยรอยยิ้มที่มองไม่เห็นผ่านกระจกทึบ ความหวังที่เคยมีมลายสิ้น รินตระหนักได้ทันทีว่าการเดินทางที่เขาสู้มาตลอดไม่ใช่การเดินเข้าสู่แสงสว่าง แต่เป็นการเดินเข้าไปติดกับดักที่ออกแบบมาเพื่อขยี้จิตวิญญาณของเขาให้แตกสลายอย่างสมบูรณ์แบบ ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและเงามายาในบทนี้ไปพร้อมกับผมครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%