"นายไม่มีวันชดใช้มันได้หรอก ริน... แม้แต่น้ำตาหยดสุดท้ายของนาย ก็ยังไม่พอจะล้างคราบเลือดที่ติดอยู่บนมือคู่นั้น"
เสียงแหบพร่าของศิลาไม่ได้ดังมาจากเบื้องหน้า แต่มันดังก้องอยู่ในมโนภาพที่บิดเบี้ยวของริน ในขณะที่กลิ่นยาฆ่าเชื้อฉุนกึกในห้องพักฟื้นกำลังกรีดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัส รินขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดจากบาดแผลถูกแทงที่สีข้างแล่นริ้วขึ้นมาเหมือนเข็มนับพันเล่มที่กำลังทิ่มแทงซ้ำลงบนรอยแผลเก่า
เขาพยุงกายขึ้นนั่งช้าๆ ผ้าม่านสีขาวหม่นพริ้วไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท แสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดเข้ามาเป็นลำ แสงนั้นทำให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้าง ราวกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายของเขา
รินมองดูผ้าพันแผลที่โชกไปด้วยเลือดจางๆ บนหน้าท้อง ก่อนจะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน วันที่เขาตัดสินใจทิ้งพยานปากสำคัญเพียงหนึ่งเดียวไว้เบื้องหลัง เพื่อแลกกับการรักษาตัวรอดจากกับดักที่เขาวางไว้เองในชื่อของ 'ความยุติธรรม' ในตอนนั้น เขาเชื่อมั่นว่าเขากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่ในความเป็นจริง ความผิดพลาดครั้งนั้นคือชนวนเหตุที่ทำให้คนบริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิต และมันคือรากฐานของอำนาจที่ศิลาใช้ครอบงำเมืองนี้ในเวลาต่อมา
"ความยุติธรรมที่เปื้อนเลือด... คือความล้มเหลวที่สวยหรูที่สุดที่ฉันเคยสร้างมา" รินพึมพำกับความเงียบ น้ำเสียงของเขาแหบแห้งและเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่กำลังละลาย
เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มือเรียวยาวสั่นเทาขณะเอื้อมไปหยิบสมุดบันทึกหนังปกเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ภายในนั้นมีรายชื่อของผู้คนที่เขาเคยทำให้ต้องเดือดร้อน ทุกตัวอักษรที่เขาจดบันทึกไว้ ไม่ใช่แค่เพื่อเตือนความจำ แต่เพื่อตอกย้ำว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะให้อภัยตัวเอง
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก รินหยุดชะงัก มือที่ถือสมุดบันทึกกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาไม่ได้หันไปมองเพราะรู้ดีว่าใครอยู่ตรงนั้น กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ลอยมาก่อนตัวคือเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน
"นายควรจะนอนนิ่งๆ ริน แผลนายลึกพอที่จะทำให้คนธรรมดาตายได้สามรอบ" ศิลาเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน เขาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงพลางมองดูรินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ทำไมถึงต้องเป็นนาย" รินถามขึ้นโดยไม่หันไปสบตา
"เพราะไม่มีใครรู้จักจุดตายของนายดีเท่าฉันยังไงล่ะ" ศิลาแค่นยิ้ม "นายกำลังมองหาการไถ่บาปในห้องแคบๆ นี้ แต่ความจริงแล้ว นายกำลังรอให้ฉันเดินเข้ามาจบเรื่องนี้ต่างหาก ริน นายลืมไปแล้วหรือไงว่าในอดีต นายเคยสอนให้ฉันทำอย่างไรถึงจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้"
รินกำหมัดแน่น ความเจ็บปวดที่บาดแผลดูจะไร้ความหมายไปถนัดตาเมื่อเทียบกับความขมขื่นในใจ เขารู้ดีว่าศิลาไม่ได้มาเพื่อฆ่าเขา แต่มาเพื่อ 'ตอกย้ำ' ว่าทุกย่างก้าวที่เขากำลังเดินอยู่ คือหมากที่ศิลาเป็นคนวางไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ
"ฉันไม่ได้ทำเพื่อไถ่บาป" รินตอบกลับเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด "ฉันทำเพราะนรกที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง มันไม่มีที่ให้ฉันถอยหลังกลับไปอีกแล้ว"
ศิลาลุกขึ้นยืน ก้าวเข้ามาใกล้จนรินสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงพลังราวกับจะบดขยี้จิตวิญญาณของเขา
"งั้นก็ดี... เพราะพรุ่งนี้เช้า ข้อมูลทุกอย่างที่นายพยายามปิดบังมาตลอดห้าปี จะถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน ไม่ใช่ในฐานะความผิดพลาดของนาย แต่ในฐานะ 'แผนการลับ' ที่นายเป็นคนบงการแต่แรก"
ศิลาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลวางทับลงบนสมุดบันทึกของริน ก่อนจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่บีบคั้น รินหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่สั่นสะท้าน สิ่งที่อยู่ในนั้นไม่ใช่แค่เอกสาร แต่เป็นภาพถ่ายของเขากับใครบางคนที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นอีก... บุคคลที่เขาเชื่อว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อน
ในรูปภาพนั้น คนคนนั้นกำลังยืนอยู่ข้างศิลาด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความอาฆาต และที่มุมภาพมีข้อความเขียนด้วยลายมือที่เขาจำได้แม่นยำว่าคือของใคร...
'ขอบคุณที่ยังไม่ตายนะ... พี่ชาย'
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและเงามายาในบทนี้ไปพร้อมกับผมครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ•ตอนที่ 14
บาดแผลที่ไม่มีวันจาง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!