"ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบของตัวตนปลอมๆ ของแก, ร่างเงาของฉัน"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านหน้ากากเหล็กฉาบด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงสะท้อนในห้องสี่เหลี่ยมอับทึบ แต่มันคือคมมีดที่กรีดลงบนเส้นประสาทของรินโดยตรง เขายืนแข็งทื่ออยู่ ณ จุดกึ่งกลางระหว่างความจริงกับภาพลวงตา ดวงตาคู่คมเบิกกว้าง ร่างกายชาวาบตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าจรดยันโคนผม ความเงียบงันรอบตัวราวกับถูกบีบอัดจนแบนราบ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดไม่ใช่การเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือการได้ยินเสียงของตัวเอง... เปล่งออกมาจากร่างของคนที่ต้องการฆ่าเขา
รินก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ปลายส้นรองเท้ากระทบเข้ากับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ความทรงจำนับพันภาพหลั่งไหลตีรันวนเวียนอยู่ในหัวราวกับพายุหมุน น้ำเสียงนั้น สำเนียงการเว้นจังหวะ การลากเสียงต่ำที่คุ้นเคยยิ่งกว่าเงาของตัวเอง ไม่มีทางผิดเพี้ยนไปได้
"แกเป็นใคร..." รินเค้นเสียงลอดไรฟัน ความเย็นชาที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งแกร่ง
ชายสวมหน้ากากเหล็กหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกและสร้างความคลุ้มคลั่งให้แก่ผู้ฟัง "จำไม่ได้งั้นหรือ... ริน? สถานที่ที่เราเคยเหยียบย่างไปด้วยกัน ที่ซึ่งทุกหยดหยาดน้ำตาและคราบเลือดฝังรากลึกอยู่ใต้พื้นดิน... บางที การกลับไปเยี่ยม 'บ้านหลังแรก' ของความล้มเหลว อาจจะช่วยฟื้นความจำที่เน่าเฟะของแกได้ดีขึ้น"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างใต้หน้ากากเหล็กก็หันหลังให้และหายลับไปกับความมืดของทางเดินอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้รินจมดิ่งอยู่กับความว่างเปล่าและคำถามที่กัดกินหัวใจ
***
กลิ่นอัปชื้นของฝุ่นผงและคราบสนิมลอยแตะจมูกทันทีที่ผลักบานประตูไม้สักเก่าคร่ำคร่าเข้าไป
โกดังสินค้าหมายเลข 7 ท่าเรือร้างริมแม่น้ำเก่า อาคารที่ถูกลืมเลือนจากกาลเวลา ที่แห่งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย นับตั้งแต่คืนนั้น... คืนที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขาและศิลาไปตลอดกาล
รินก้าวเดินช้าๆ บนพื้นปูนที่เต็มไปด้วยเศษซากกระดาษและเศษเหล็กขึ้นสนิม แสงสลัวของพลบค่ำที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแตกๆ สาดส่องลงมาเป็นลำแสงยาว ทอดเงายาวเหยียดของเขาให้ดูโดดเดี่ยวและเวิ้งว้าง ความทรงจำสีเลือดเมื่อห้าปีก่อนฉายชัดขึ้นมาในหัวสมองราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
*“นายแน่ใจนะริน ว่าข้อมูลนี้เชื่อถือได้?” เสียงของศิลาในวันนั้นกระซิบแผ่วเบา มือข้างหนึ่งถือปืนพกกระชับแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความระแวง*
*“ฉันตรวจสอบมาหมดแล้ว ศิลา คนวงในบอกว่ามันซ่อนอยู่ที่นี่” รินในวัยหนุ่มตอบด้วยความมั่นใจเกินร้อย ความฮึกเหิมที่จะสร้างชื่อเสียงบดบังความรอบคอบจนหมดสิ้น*
แต่ความจริงคือ... มันคือกับดัก
ความผิดพลาดครั้งแรกในฐานะนักสืบเอกชน ความเย่อหยิ่งที่คิดว่าตัวเองคุมเกมได้ทั้งหมด ทำให้กระสุนนัดหนึ่งพุ่งทะลุร่างของพยานปากเอกไปต่อหน้าต่อตา และหลักฐานชิ้นสำคัญถูกเผาทำลายคากองเพลิง ศิลาได้รับบาดเจ็บสาหัสในคืนนั้น รอยแผลเป็นที่พาดผ่านแผ่นหลังของเพื่อนสนิท กลายเป็นตราบาปที่รินแบกรับไว้ในใจมาตลอดห้าปีเต็ม การหันหลังให้กันของเขากับศิลาไม่ได้เริ่มต้นจากความเกลียดชัง แต่มันเริ่มต้นจากความรู้สึกผิดที่รินไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
รินหยุดยืนอยู่ตรงจุดกึ่งกลางของโกดัง บริเวณที่เคยมีรอยเลือดนองเต็มพื้น แม้กาลเวลาจะชะล้างมันไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่สำหรับรินแล้ว กลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศราวกับมันฝังรากอยู่ในโสตประสาท
"มาจนได้สินะ..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากความมืดบริเวณชั้นลอยของโกดัง รินเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวัง พร้อมกับมือที่เอื้อมไปกุมด้ามปืนพกใต้เสื้อสูทอย่างมั่นคง
ศิลาก้าวออกมาจากเงาดำ เขาไม่ได้สวมหน้ากากเหล็กในตอนนี้ แต่สวมเพียงเสื้อโค้ตตัวยาวสีดำสนิท ใบหน้าด้านขวามีรอยแผลเป็นลากยาวลงมาถึงคอ ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงคืนอันเลวร้ายนั้น ดวงตาของศิลาไม่ได้มองรินด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันว่างเปล่า... ว่างเปล่าจนน่ากลัว
"นายพาฉันมาที่นี่ทำไม ศิลา" รินถาม เสียงของเขาเรียบสนิท แต่ซ่อนความสั่นไหวไว้เบื้องลึก
"เพื่อให้นายได้เห็นไงล่ะ ริน..." ศิลาเดินลงมาจากบันไดเหล็ก ช้าๆ ทีละก้าว เสียงฝีเท้าก้องกังวานไปทั่วโกดัง "สถานที่ที่นายฝังอุดมการณ์ของตัวเองไว้... และเป็นสถานที่ที่ฉันได้พบกับ 'ตัวตนใหม่' ของฉัน"
รินขมวดคิ้ว "หมายความว่ายังไง? เรื่องทั้งหมดนี้... เสียงใต้หน้ากากนั่น... นายเป็นคนจัดฉากมันขึ้นมางั้นเหรอ?"
ศิลาหยุดยืนห่างจากรินเพียงไม่กี่ก้าว รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "จัดฉากเหรอ? หึ... นายยังไม่รู้อะไรเลย ริน นายคิดว่าคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อห้าปีก่อน นายพลาดเพราะความสะดุดของตัวเองจริงๆ งั้นเหรอ? นายคิดว่าฉันถูกยิงเพราะโชคร้ายอย่างนั้นเหรอ?"
คำพูดของศิลาเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในผืนน้ำนิ่งสนิท รินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก "นายหมายความว่ายังไง..."
"หมายความว่า... ตั้งแต่วันแรกที่เราก้าวเข้ามาในตึกนี้ นายไม่ได้เป็นคนเลือกเส้นทางเดินเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว" ศิลาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของริน "องค์กรที่นายพยายามตามล่า คนที่นายคิดว่าเป็นฆาตกร และแม้กระทั่งความผิดพลาดที่ทำให้นายรู้สึกผิดมาตลอดห้าปี... ทุกอย่างถูกจัดฉากขึ้นโดยคนคนเดียวกัน"
รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ความจริงที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตเริ่มพังทลายลงทีละน้อย เสียงในหัวของเขาก้องกังวานซ้ำไปซ้ำมา *'ตัวตนปลอมๆ ของแก'*
"ใคร..." รินเค้นเสียงถาม มือที่กุมปืนสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เขาเองก็ไม่อาจควบคุมได้ "ใครคือคนบงการเบื้องหลังทั้งหมดนี้?"
ศิลาไม่ตอบในทันที เขาเอื้อมมือไปหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ต มันคือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิท โลโก้สลักรูปงูกลืนหางปรากฏเด่นชัดอยู่บนนั้น สัญลักษณ์เดียวกันกับที่พบในที่เกิดเหตุทุกคดี
"อยากรู้ความจริงไหมล่ะ?" ศิลาโยนแฟลชไดรฟ์ในมือขึ้นลงเบื้องหน้า ก่อนจะกำมันไว้แน่นแล้วยื่นมันออกมาข้างหน้า "ก้าวเข้ามาสิ... ริน ก้าวข้ามผ่านอดีตที่นายหวาดกลัวที่สุด แล้วเปิดประตูบานสุดท้ายด้วยมือของนายเอง"
รินมองแฟลชไดรฟ์ในมือของศิลา สลับกับใบหน้าของอดีตคู่หูที่บัดนี้กลายเป็นเงาปริศนา นิ้วชี้ของเขาแตะอยู่ที่ไกปืน ความลังเล ความโกรธแค้น และความอยากรู้อยากเห็นตีรันวนเวียนอยู่ในอก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่รินจะได้ตัดสินใจยื่นมือออกไปรับ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ บนเพดานโกดังก็กะพริบถี่ๆ ส องสามครั้งก่อนจะดับลงสนิท
ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัวเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าจำนวนมากนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากทุกทิศทุกทางรอบโกดัง พร้อมกับลำแสงไฟฉายแรงสูงนับสิบดวงที่สาดส่องเข้ามาจับจ้องร่างของรินและศิลาไว้ตรงกลาง!
"นี่คือตำรวจกองปราบ! วางอาวุธลงแล้วชูมือขึ้นเหนือหัวซะ!"
เสียงตะโกนผ่านโทรโข่งดังก้องสะท้อนไปทั่วโกดัง รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปมองรอบตัว—หน่วยปฏิบัติการพิเศษนับสิบนายปิดล้อมทางเข้าออกไว้ทุกด้าน และคนที่ก้าวเดินนำหน้าสุดด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก คือสารวัตรภาคภูมิ ผู้บังคับบัญชาที่เขาไว้ใจที่สุด
และก่อนที่รินจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร ศิลาก็กระซิบเบาๆ ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกเสียดกระดูก
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักชิ้นสุดท้าย... คู่หูของฉัน ตอนนี้ นายกลายเป็นฆาตกรที่ทางการต้องการตัวมากที่สุดแล้ว"
________________________________________
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงามายาแห่งศรัทธานี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ* - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ•ตอนที่ 6
กลิ่นอายของอดีต
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!