พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 32

ความรักที่แน่นแฟ้นขึ้น

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงสัญญาณเตือนภัยจากสมาร์ตโฟนในมือของคินน์ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เจ้าตัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นช้าๆ กลับเยือกเย็นเสียจนลินินที่ยืนอยู่เคียงข้างยังต้องเผลอกลั้นหายใจ หน้าจอสีดำสนิทปรากฏตัวอักษรเรืองแสงสีทองของระบบธนาคารระดับโลก ยอดเงินห้าแสนล้านบาทถูกตัดออกไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับกรรมสิทธิ์ทั้งหมดของตระกูลกานต์ที่ถูกโอนย้ายมาอยู่ในกำมือของชายหนุ่มผู้นี้อย่างสมบูรณ์แบบ "ห้าพันล้านเพื่อแลกกับการซื้อตระกูลที่เคยเหยียบย่ำคุณ... ดูเหมือนพวกมันจะตีราคาตัวเองสูงเกินไปหน่อยนะคะ" ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความสะใจอย่างล้ำลึก ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองข้อความปริศนาที่ยังคงกะพริบเตือนอยู่บนหน้าจอ *“ระวังตัวด้วยนะคินน์ คนที่ส่งฉันมา... กำลังรอต้อนรับพวกคุณอยู่ที่ชั้นบนสุดของโรงแรม...”* คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันภายในห้องโถงวีไอพีจนแตกละเอียด เขาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาผ่านมรสุมชีวิตมาด้วยกัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากอดีตยามนี้อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "กลัวไหมคะลินิน..." คินน์เอ่ยถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นออกไปหมายจะสัมผัสแก้มเนียนนุ่ม แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศด้วยความลังเล—ความรู้สึกผิดบาปที่เคยลากเธอเข้ามาพัวพันกับเกมแก้แค้นอันสกปรกนี้ยังคงกัดกินหัวใจเขาเสมอ ทว่า... ลินินกลับไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสได้ถอยหลัง เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ใช้สองมือเรียวเล็กคว้ามือหนาของคินน์ขึ้นมาแนบเข้ากับแก้มอิ่มของตนเองอย่างแนบแน่น ไออุ่นจากฝ่ามือที่ผ่านการทำงานหนักมาอย่างโชกโชนส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดเข้ามาในหัวใจของเธอ "ถ้าคุณยังถามคำถามโง่ๆ แบบนี้อีก... ฉันคงต้องโกรธคุณจริงๆ แล้วนะคะคินน์" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความจริงจังที่อัดแน่นอยู่เต็มอก "วันที่คุณไม่มีอะไรเลย วันที่คุณถูกพวกมันเหยียบย่ามจนจมดิน... ฉันยังเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้ แล้วนับประสาอะไรกับวันที่คุณกำลังจะทวงคืนทุกอย่างล่ะคะ" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของคินน์ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอไปพังทลายลงในพริบตา คินน์ไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว เขาใช้แขนแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวก่อนจะดึงเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่มนสูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่คอยเยียวยาจิตใจเขามาตลอดหลายปี "ขอบคุณนะคะ... ที่เชื่อใจผม" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างหู ลินินหลับตาลงซึมซับความอบอุ่นนั้น ปล่อยให้หัวใจสองดวงเต้นประสานเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางพายุแห่งการแก้แค้นที่กำลังโหมกระหน่ำ บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความเงียบงันเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด ความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางเศษซากปรักหักพังของชีวิต ไม่ได้เปราะบางเหมือนแก้วเจียระไน หากแต่แข็งแกร่งและแน่นแฟ้นราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเตาไฟแห่งความเจ็บปวด ลินินเปิดใจยอมรับในทุกสิ่งที่คินน์เป็น—ไม่ว่าเขาจะร้ายกาจ เยือกเย็น หรือเปี่ยมไปด้วยความแค้นแค่ไหน เธอก็พร้อมจะเป็นแสงสว่างเดียวในโลกอันมืดมิดของเขา "เราขึ้นไปกันเถอะค่ะ" ลินินผละออกจากอ้อมกอดช้าๆ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคม แววตาของเธอในยามนี้ไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่จะเดินเคียงข้างราชสีห์หนุ่มตัวนี้ไปจนถึงปลายทาง คินน์พยักหน้ารับ รัศมีแห่งความเยือกเย็นและอำนาจมืดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอีกครั้ง เขายื่นแขนข้างหนึ่งให้หญิงสาวควงแขนอย่างสง่างาม ทั้งคู่ก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังลิฟต์แก้วส่วนตัวที่เชื่อมต่อไปยังชั้นบนสุดของโรงแรมหรู ระหว่างที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวขึ้นสู่เบื้องบนอย่างรวดเร็ว หน้าจอโทรศัพท์ของคินน์ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ ข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากกล้องวงจรปิดของชั้นเป้าหมาย ทำให้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ต้องหยุดชะงักลงเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ภาพบนหน้าจอแสดงให้เห็นร่างของ "กานต์" แฟนเก่าจอมหิวเงินและเห็นแก่ตัว กำลังนั่งสั่นเทาอยู่บนเก้าอี้กลางห้องโถงเพดานสูง สภาพของเขาดูไม่ได้เลยสักนิด เนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าแบรนด์เนมยับยู่ยี่ ใบหน้าซีดเผือดไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองเหมือนในอดีต ข้างกายเขามีชายชุดดำร่างยักษ์ยืนคุมเชิงอยู่หลายคน แต่ทว่า... บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังกานต์และกำลังถือแก้วไวน์รอต้อนรับพวกเขานั้น กลับไม่ใช่ใครอื่นไกล เงาร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงหันกลับมาเผชิญหน้ากับกล้อง รอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแค้นเคืองสะท้อนผ่านหน้าจอคมชัด—ผู้หญิงคนที่ควรจะหายสาบสูญไปจากชีวิตของพวกเขาตั้งแต่หลายปีก่อน คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาจากร่างสูงจนลินินที่ควงแขนอยู่สัมผัสได้ทันที "ดูเหมือนว่า... แขกไม่速之客ที่เราคาดไม่ถึง จะรอต้อนรับเราอยู่เรื่อยเปื่อยเลยนะคะ" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้แหลกเป็นจุล ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวเท้าพ้นจากธรณีประตูลิฟต์ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตก็พากันกรูเข้ามาปิดล้อมทางเดินไว้ทุกด้าน พร้อมกับเสียงปรบมือเยาะเย้ยที่ดังมาจากความมืดเบื้องหน้า—และเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่เอ่ยทักทายพวกเขาด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายต้องเย็นเฉียบ: *"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกแก... คินน์ ลินิน!"* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ไอศกรีมมินต์ช็อก" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%