เสียงปรบมือแปะๆ ดังสะท้อนก้องไปตามผนังหินอ่อนของทางเดินวีไอพี ราวกับเสียงเคาะฝาโลงที่ถูกบรรจงตรรกะขึ้นมาต้อนรับผู้มาเยือนอย่างจงใจ ความมืดมิดเบื้องหน้าที่เคยสงัดเงียบ บัดนี้ถูกแหวกออกด้วยเงาร่างนับสิบของกลุ่มบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิท พวกเขายืนเรียงรายเป็นกำแพงมนุษย์ ปิดตายทุกเส้นทางหนีราวกับกรงขังของสัตว์ป่าที่หมดทางสู้
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกแก... คินน์ ลินิน!"
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของ "กานต์" อดีตแฟนเก่าจอมหิวเงินของลินิน ใบหน้าที่เคยฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มจอมปลอมในอดีต บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความสะใจจนน่าสมเพช ดวงตาคู่คมกวาดมองทั้งสองคนด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับพวกเขากำลังยืนอยู่ใต้ฝ่าเท้าของมัน
ลินินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อขยับเข้าไปยืนเคียงข้างผู้ชายที่เธอเลือก ทางเลือกที่คนอื่นต่างตราหน้าว่าโง่เขลา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนก แม้ฝ่ามือที่ประสานกันอยู่จะชื้นเหงื่อ แต่ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยนกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความกลัว เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะบางๆ ส่งให้คนที่เคยคิดว่าเธอเป็นเพียงของตาย
"ดูเหมือนว่าสมองของนายจะไม่ค่อยพัฒนาขึ้นเลยนะคะ กานต์... ถึงได้ยังคิดว่าหมาหมู่พวกนี้จะทำอะไรเราได้" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนคนฟังต้องสะท้าน กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่ถูกกดไว้ภายใต้ความเรียบง่ายมานาน บัดนี้แผ่ซ่านออกมาจนน่าเกรงขาม
กานต์หัวเราะลั่นในลำคอ ใบหน้าหยิ่งยโสเชิดขึ้นสูง "ปากดีไปเถอะ ยัยคุณหนูตกอับ! คิดว่าหนีตามไอ้สวะนี่ไปแล้วจะสุขสบายงั้นเหรอ? แกมันก็แค่ผู้หญิงโง่ๆ ที่ทิ้งกองมรดกมาซบผู้ชายกระจอกๆ คนหนึ่ง... วันนี้แหละ ฉันจะทำให้พวกแกได้รู้ซึ้งว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็นยังไง!"
คินน์ยังคงนิ่งเงียบ ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทร่วมสมัยยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นระคนตื่นตระหนก ดวงตาสีนิลคู่คมกริบกวาดตามองบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตที่ยืนล้อมรอบ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาของกานต์ ความเงียบที่คินน์มอบให้กลับทรงพลังเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ มันคือความเงียบของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลาเดินเข้าสู่ปากหลุมพรางด้วยความเต็มใจ
"พูดจบหรือยังคะ?" คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับกดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งลงไปอีกหลายเท่า
กานต์ชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยาะบนใบหน้ากระตุกเกร็ง "แก... แกยังมีหน้ามาทำเสียงอวดดีอีกเรอะ! จับพวกมันมัดซะ! เอาตัวนังผู้หญิงนี่ไปสั่งสอนให้หลาบจำ ส่วนไอ้คินน์... หักขาพวกมันทั้งสองข้างแล้วโยนลงไปชั้นล่าง!"
สิ้นคำสั่ง บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนก็พุ่งเข้ามาหมายจะตะปบแขนของลินิน
*พรึบ!*
ทว่า เร็วยิ่งกว่าความคิด คินน์ขยับตัวราวกับภูตผี ร่างสูงก้าวเข้ามาบังร่างบางของลินินไว้ในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าข้อมือของบอดี้การ์ดคนแรกที่พุ่งเข้ามาบีบไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล เสียงกระดูกลั่นกรอบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดที่ดังลั่นทางเดิน
"อ๊ากกก!"
ร่างของบอดี้การ์ดร่างยักษ์ถูกเหวี่ยงกระแทกกับผนังหินอ่อนอย่างไม่ใยดี ก่อนที่คินน์จะพุ่งหมัดสวนเข้าที่ปลายคางของคนที่สองจนหงายหลังล้มตึงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น ท-ั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที! รวดเร็ว เด็ดขาด และไร้ความปรานี
กานต์เบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความตื่นตระหนกในทันที "เฮ้ย! ยืนบื้ออยู่ทำไม! รุมมันสิ! รุมสิเว้ย!"
กลุ่มบอดี้การ์ดที่เหลือเห็นท่าไม่ดี ต่างชักกระบองกระแสไฟฟ้าและอาวุธในมือพุ่งเข้าใส่คินน์พร้อมกันจากทุกทิศทุกทาง ลินินหัวใจหล่นวูบด้วยความเป็นห่วง เธอกำชายเสื้อสูทของคินน์แน่น แม้จะรู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แต่จำนวนคนที่มากกว่าก็ยังคงน่ากังวล
คินน์หันกลับมาสบตากับลินินแวบหนึ่ง แววตาที่มองเธอนั้นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างล้นเหลือ ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าที่กำลังวิ่งเข้าหา
"จำไว้..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทว่าก้องกังวานไปทั่วบริเวณจนทุกคนต้องชะงักฝีเท้า "ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องคนของฉัน... คนนั้น... ต้องตาย!"
สิ้นเสียงประกาศกร้าว บรรยากาศรอบตัวก็คล้ายกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยือก คินน์ไม่ได้ถอยหนี แต่เป็นฝ่ายพุ่งทะยานเข้าไปกลางวงล้อมด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ การเคลื่อนไหวของเขาดั่งพายุหมุนที่ทรงพลัง ทุกหมัด ทุกศอก และทุกการเตะ ล้วนแม่นยำและทรงอานุภาพทำลายล้าง บอดี้การ์ดมืออาชีพที่กานต์จ้างมาด้วยเงินมหาศาล กลับร่วงหล่นราวกับใบไม้แห้งทีละคน... ทีละคน... ภายใต้เงื้อมมือของชายหนุ่มที่พวกมันเคยดูถูกว่าเป็นแค่ "สวะ"
กานต์ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า เมื่อเงาร่างของคินน์ค่อยๆ เดินฝ่ากองร่างของลูกน้องมันเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ทีละก้าว... พร้อมกับรอยยิ้มพิฆาตที่ทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
ทว่า ในจังหวะที่คินน์กำลังจะเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อของกานต์เพื่อคิดบัญชี เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันกะพริบวาบไปทั่วทั้งชั้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนนับร้อยที่ดังกระหึ่มมาจากทางบันไดหนีไฟและลิฟต์อีกฝั่ง!
กลุ่มคนในชุดสูททหารรับจ้างพร้อมอาวุธครบมือจำนวนมหาศาลกรูเข้ามาจนล้นทะลัก และตรงกลางของกลุ่มคนเหล่านั้น คือร่างของชายชราผู้มีอำนาจล้นฟ้าในตระกูลใหญ่ผู้เป็นเจ้าของตึกแห่งนี้—บุคคลที่กานต์แอบอ้างชื่อมาใช้เพื่อข่มขู่!
"บังอาจนักนะ... ที่กล้ามาสร้างความวุ่นวายในอาณาจักรของฉัน!" เสียงทรงอำนาจคำรามก้อง พร้อมกับปากกระบอกปืนนับร้อยกระบอกที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่คินน์และลินินในทันที!
ไอศกรีมมินต์ช็อกขอกราบขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสะใจในบทนี้นะคะ
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 33
ประกาศกร้าว
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!