พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 26

โชว์เหนือชั้น

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงซุบซิบอื้ออึงในลานกว้างหน้าคณะบริหารธุรกิจเปรียบเสมือนฝูงแมลงวันที่กำลังตอมซากศพเน่าเฟะ แต่ในสายตาของลินินแล้ว พวกเขาเป็นเพียงแค่ตัวประกอบไร้ค่าที่กำลังเต้นเร่าอยู่บนฝ่ามือของความโง่เขลาของตนเองเท่านั้นค่ะ "ลินิน เธอคิดจะหนีความจริงไปถึงไหนกัน? เลิกทำตัวเป็นคุณหนูตกยากที่คอยเกาะไอ้สวะนั่นกินได้แล้ว มาร่วมงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งผู้บริหารฝึกหัดของฉันกับเพื่อนๆ ดีกว่า อย่างน้อยฉันก็ยังเคยมีความใจบุญพอที่จะคบหากับผู้หญิงที่ไร้ค่าอย่างเธอนะคะ" เสียงแหลมสูงของกานต์ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางวงล้อมของเหล่านักศึกษาไฮโซ เขายืนกอดอกเชิดหน้าชูตา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเหยียดหยามที่ฉาบไว้ด้วยคราบความปลอมเปลือก สองมือของเขาควงกุญแจรถสปอร์ตนำเข้าคันหรูหมุนติ้วเพื่อประกาศศักดาความร่ำรวยที่เพิ่งได้มาจากการเลียแข้งเลียขาผู้มีอำนาจคนใหม่ ลินินปรายตามองอดีตแฟนหนุ่มผู้โง่เขลาด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบของเธออย่างไม่เกรงกลัว นิ้วเรียวสวยบรรจงปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่ว—ชุดที่คินน์เพิ่งสั่งตัดพิเศษส่งตรงจากมิลานให้เธอเมื่อวานนี้ "กานต์คะ... การที่เธอพยายามตะโกนแหกปากเรียกความสนใจจากฉันกลางลานเกียร์ มันไม่ได้ทำให้ความโง่เขลาในสมองของเธอดูฉลาดขึ้นหรอกนะคะ ตรงกันข้าม มันกลับตอกย้ำว่ากะลาที่เธอครอบอยู่มันคับแคบเสียจนมองไม่เห็นกะ물ฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนเนื้ออ่อนนุ่มของความมั่นใจปลอมๆ ของอีกฝ่าย กานต์หน้าซีดเผือดลงถนัดตา ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธจัดที่ถูกหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล "เธо! นังผู้หญิงปากดี! คิดว่ามีใครหนุนหลังแล้วจะกร่างได้งั้นเหรท? ไอ้คินน์มันก็แค่พนักงานกระจอกๆ ที่ถูกไล่ออกจากบริษัทด้วยข้อหายักยอกทรัพย์! มันไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อเศษข้าวให้เธอกินด้วยซ้ำ!" บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ลินินด้วยความสมเพชและรอคอยการล่มสลายของเธอ ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววพินิจพิจารณา ราวกับกำลังมองดูตัวตลกที่กำลังแสดงละครสัตว์ฉากสุดท้ายก่อนม่านจะปิดลง "ยักยอกทรัพย์อย่างนั้นหรือคะ?" ลินินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันระดับสูงสุด "ช่างเป็นข้อกล่าวหาที่น่าขันสิ้นดีสำหรับคนที่แม้แต่ความหมายของคำว่า 'อำนาจที่แท้จริง' ยังไม่ประสีประสา กานต์คะ... บางทีเธอน่าจะหัดใช้สมองอันน้อยนิดนั้นเปิดข่าวหน้าหนึ่งเศรษฐกิจดูเสียบ้างนะคะ ว่าตระกูล 'คินน์' ที่เธอกล้าใช้คำว่าสวะเหยียดหยามนั้น... แท้จริงแล้วเป็นเจ้าของตึกที่เรากำลังยืนเหยียบอยู่ทั้งหมด หรือแม้กระทั่งบริษัทที่เธอจูบปากเลียรองเท้าอยู่ทุกวันนี้ด้วยซ้ำ" สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง หลายคนเริ่มหน้าถอดสีเมื่อสมองประมวลผลทันทีว่าตระกูลมหาเศรษฐีลึกลับที่เพิ่งซื้อกิจการเครือข่ายโทรคมนาคมและอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน... มีนามสกุลเดียวกับชายหนุ่มที่กานต์เพิ่งเหยียดหยามไปหมาดๆ! "โกหก! นังนี่มันเพ้อเจ้อ! ใครๆ ก็รู้ว่าไอ้คินน์มันมาจากครอบครัวยาจก!" กานต์แผדเสียงลั่นด้วยความสติหลุด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินหัวใจ แต่ทว่ายังคงฝืนตะคอกเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งสูงจนถึงขีดสุด ทันใดนั้นเอง— *ตู้มมมมมม!* กระแสลมกรรโชกแรงราวกับพายุเฮอร์ริเคนพัดถล่มกลางลานมหาวิทยาลัยจนฝุ่นตลบอบอวล ท้องฟ้าสีครามเหนือหัวถูกบดบังด้วยเงาดำมหึมาของอากาศยานลำยักษ์ แรงกดอากาศมหาศาลกดทับจนเหล่านักศึกษาต้องยกมือขึ้นปัดป้องเศษใบไม้และกระดาษที่ปลิวว่อน เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นท็อปซีรีส์ทหารระดับซูเปอร์วีไอพีคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุกตารางนิ้ว ตัวเครื่องพ่นสีดำด้านสนิทไร้รอยต่อ ประดับด้วยสัญลักษณ์ตระกูลคินน์สลักด้วยทองคำแท้สะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ มันค่อยๆ ลดระดับลงมาจอดสนิทอย่างนุ่มนวลบนลานอเนกประสงค์กลางมหาวิทยาลัย—สถานที่ซึ่งไม่อนุญาตให้ยานพาหนะใดๆ นอกจากอภิสิทธิ์สูงสุดเท่านั้นที่แตะต้องได้! ประตูล็อกเกอร์ด้านข้างถูกผลักเปิดออกอย่างสง่างาม รองเท้าหนังแท้ตัดเย็บมือราคาเจ็ดหลักก้าวลงมาสัมผัสพื้นคอนกรีตอย่างมั่นคง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนี๊ยบกริบ เรือนผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพสร้างที่เย็นชาจนไร้ที่ติ ดวงตาคมกริบกวาดมองฝูงชนที่ยืนแข็งค้างราวกับรูปปั้น ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหญิงสาวผู้ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางวงล้อม คินน์ไม่ได้ชายตามองกานต์หรือใครหน้าไหนเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเดินผ่านฝูงชนที่ต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง รัศมีแห่งอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ ขายาวก้าวมาหยุดตรงหน้าลินิน รอยยิ้มอบอุ่นแต่ทรงพลังระบายขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น เขายื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานไปทั่วความเงียบงัน "รอนานไหมครับ... คุณหญิงของผม" ลินินแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันกลับไปมองกานต์ที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด ดวงเบิกกว้างด้วยความช็อกตาค้างและสั่นเทาจนพูดไม่ออก "ไปกันเถอะค่ะ" ลินินเอ่ยเสียงหวานเบาหู "เรามีธุระต้องไปจัดการกับพวกสวะที่ยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอีกเยอะเลยนะคะ" คินน์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น สายตาคมกริบเหลือบมองกานต์ที่กำลังจะเอ่ยปากร้องขอชีวิต ก่อนที่เขาจะโอบเอวบางของลินินแล้วก้าวขึ้นสู่เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว ทิ้งให้เบื้องล่างจมดิ่งอยู่ภายใต้พายุแห่งความตกตะลึงที่ไม่มีวันลืม... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความสะใจใน1สเต็ปที่เหนือกว่านี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%