พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 25

ข่าวลือที่ไม่เป็นจริง

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
หน้าจอมือถือสิบกว่าเครื่องบนโต๊ะทำงานของสำนักข่าวซุบซิบชื่อดังสั่นสะเทือนไม่หยุด ข้อความพาดหัวข่าวสีแดงฉานถูกกดแชร์ออกไปนับแสนครั้งในเวลาไม่ถึงชั่วโมง รูปภาพที่ถูกตัดต่ออย่างแนบเนียนระหว่างคินน์ในชุดสูทหรูหรากับผู้หญิงปริศนาถูกเผยแพร่พร้อมข้อความโจมตีว่าเขาใช้เส้นสายยักยอกเงินบริษัทเพื่อสร้างภาพลักษณ์จอมปลอม กานต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาราคาแพงในห้องรับแขกของตึกแถแถลงข่าว มุมปากของเขาเหยียดยิ้มด้วยความสะใจ สมองกำลังวาดภาพอนาคตที่คินน์จะต้องพังพินาศและคลานกลับมาขอเศษเงินจากเขาเหมือนสุนัขข้างถนน "ปล่อยข่าวออกไปให้หมดทุกสำนักเลยนะ... เอาให้มันไม่มีที่ยืนในสังคม" กานต์สั่งลูกน้องเสียงกร้าว ขณะหมุนแหวนเพชรราคาแพงบนนิ้วด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่เคาะ ลินินก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย รังสีความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากตัวเธอจนกานต์ที่กำลังหัวเราะร่าถึงกับหุบยิ้มฉับพลัน "อุ๊ย ลินิน... เธอยังกล้าโผล่หัวมาให้อับอายอีกเหรอเนี่ย? ผัวเธอน่ะกำลังจะกลายเป็นคนหมดตัวแล้วนะ รู้ตัวหรือยัง?" กานต์หัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองสำรวจเรือนร่างของอดีตคู่หมั้นด้วยความรู้สึกเสียดายผสมสมเพช "ถ้าเธอยอมเลิกกับมันแล้วมาคุกเข่าอ้อนวอนขอคืนดีกับฉันตอนนี้ ฉันอาจจะเมตตาโยนเศษเงินให้ใช้สักนิดหน่อยนะ" ลินินหยุดเดิน ห่างจากโต๊ะประชุมเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตากลมโตคู่สวยมองกานต์ราวกับเขากำลังมองตัวตลกน่าสมเพชบนเวที เธอไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ซึ่งนั่นยิ่งทำให้กานต์รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างไร้เหตุผล "คนโง่มักจะคิดว่าคนอื่นโง่กว่าตัวเองเสมอสินะคะ... กานต์" เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นเอ่ยขึ้น ลินินยกมือขึ้นทัดผม พร้อมกับที่ประตูห้องถูกเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง คินน์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงบ นิ่งสนิท และทรงพลัง รัศมีรอบตัวของเขาในยามนี้กดดันจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น "คินน์! แกยังกล้ามาเหยียบที่นี่อีกเหรอ? ดูข่าวหรือยังวะ ข่าวฉาวของแกกำลังดังเป็นพลุแตก พรุ่งนี้หุ้นบริษัทแกคงดิ่งลงเหว จนต้องประกาศล้มละลาย!" กานต์ลุกขึ้นยืนตบโต๊ะเสียงดัง ลั่นวาจาด้วยความมั่นอกมั่นใจเต็มเปี่ยม คินน์ปรายตามองกานต์เพียงนิดเดียว ราวกับกำลังมองฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนรองเท้า เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา หมุนหมายเลขเพียงสั้นๆ ก่อนจะกดเปิดสปีกเกอร์โฟนให้ทุกคนในห้องได้ยินชัดเจน "จัดการตามที่คุยกันไว้... ซื้อกิจการทั้งหมดของสื่อพวกนั้นในราคาตลาด บวกเพิ่มอีกสามร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับสำนักข่าวที่ตีพิมพ์ข่าวนี้เป็นเจ้าแรก... และไล่ผู้บริหารทั้งหมดออกทันทีภายในสิบนาทีนี้" สิ้นเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของคินน์ เสียงโทรศัพท์มือถือของกานต์และบรรณาธิการข่าวที่นั่งอยู่มุมห้องก็ดังขึ้นพร้อมกันราวกับนัดหมาย บรรณาธิการหน้าซีดเผือก มือไม้สั่นเทาขณะยกหูรับสาย เสียงปลายสายตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนกจนเล็ดลอดออกมานอกลำโพง "นะ... นายทุนใหญ่ซื้อหุ้นทั้งหมดของเราไปแล้ว! พวกเราโดนไล่ออกหมดแล้ว! ใครวะ... ใครเป็นคนสั่งซื้อ?!" กานต์หน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มขมับ เขาหันขวับกลับมามองหน้าคินน์ด้วยความรู้สึกเหมือนถูกค้อนมหึมาทุบเข้าที่กลางศีรษะ "เป็นไปไม่ได้... มึงเอาเงินมาจากไหนมากมายขนาดนั้น! บริษัทพวกนั้นมูลค่าเป็นร้อยล้านนะเว้ย!" กานต์ตะโกนเสียงหลง สติหลุดกระเจิงเมื่อเห็นความจริงที่ปรากฏตรงหน้า คินน์ก้าวเข้าไปใกล้กานต์ทีละก้าว ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบบางอย่างด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น "เงินแค่ไม่กี่ร้อยล้าน สำหรับฉันมันเป็นแค่เศษเงินที่ใช้ซื้อความบันเทิงยามว่าง... แต่สำหรับแก มันคือราคาของความพินาศที่จะตามมาหลังจากนี้ต่างหาก" ลินินเดินเข้าไปยืนเคียงข้างคินน์ มือเรียวยาวหยิบเอกสารทางกฎหมายฉบับหนึ่งออกจากแฟ้มหนังสีดำ ยื่นไปตรงหน้ากานต์ด้วยท่าทางสง่างาม "และนี่คือหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทและเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อสร้างความเสียหายทางธุรกิจ เรียกค่าเสียหายหนึ่งพันล้านบาทถ้วนนะคะ... หวังว่าคุณกานต์จะมีปัญญาหาเงินมาจ่าย หรือไม่ก็เตรียมตัวไปนอนในคุกยาวๆ ตลอดชีวิตได้เลยค่ะ" กานต์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนไม่สามารถพยุงร่างตัวเองไว้ได้ ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักว่าเขาเพิ่งไปหาเรื่องกับปีศาจที่แท้จริง ในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานมาจากด้านนอก อาคารสำนักงานสั่นสะเทือนเล็กน้อยเมื่อยานพาหนะราคาแพงลิบลิ่วร่อนลงจอดบนลานดาดฟ้าของตึกอย่างสง่างาม ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออกพร้อมกับร่างของชายชุดสูทสีดำนับสิบคนที่ก้าวลงมาพร้อมเอกสารสิทธิ์ครอบครองอาคารหลังนี้ทั้งหมด คินน์หันหลังกลับโดยไม่แม้แต่จะชายตามองกานต์ที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายด้วยความสิ้นหวัง เขาคว้ามือของลินินมากุมไว้แน่น รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายท่ามกลางความโกลาหลเบื้องล่าง "กลับกันเถอะลินิน... ละครฉากนี้อิ่มเอมพอแล้วล่ะนะ" ลินินพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันออกไปจากห้องประชุม ทิ้งให้กานต์จมอยู่กับกองหนี้สินมหาศาลและความพ่ายแพ้อันน่าสมเพช แต่ทว่า ในขณะที่ก้าวเข้าสู่ลิฟต์ส่วนตัวเพื่อขึ้นไปยังดาดฟ้า หน้าจอมือถือของคินน์ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความจากหมายเลขปริศนาที่ส่งตรงเข้ามา— *"ยินดีต้อนรับกลับสู่เกม... คุณชายตระกูลคินน์ ตัวจริงเสียงจริงปรากฏตัวแล้วสินะคะ"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ ไอศกรีมมินต์ช็อกค่ะ
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%