"คุณลินินคะ... ดอกกุหลาบช่อนี้ เหมือนตัวแทนหัวใจของผมที่ตั้งใจมอบให้คุณโดยเฉพาะเลยนะคะ หวังว่าค่ำคืนนี้เราจะมีดินเนอร์ที่น่าประทับใจร่วมกัน"
น้ำเสียงนุ่มทุ้มพยายามดัดให้ฟังดูโรแมนติกที่สุดดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศร้านอาหาร Rooftop สุดหรูใจกลางเมือง ลลิลากะพริบตาปริบๆ มอง "ปกรณ์" ลูกชายเจ้าของธุรกิจนำเข้ารถยนต์รายใหญ่ที่กำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่ง พร้อมยื่นช่อกุหลาบสีแดงเพลิงขนาดมหึมาเข้ามาประชิดตัวจนแทบจะชนปลายจมูก ร่างบางถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ ความอึดอัดฉายชัดขึ้นบนดวงหน้าเรียวสวย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องเผชิญหน้ากับความพยายามตื๊ออย่างหน้าไม่อายของชายหนุ่มผู้นี้ นับตั้งแต่ข่าวลือเรื่องบริษัทของคินน์ประสบปัญหาทางการเงินแพร่สะพัดออกไปในแวดวงไฮโซ บรรดาแมลงเม่าที่เคยเกรงกลัวอำนาจมืดของชายหนุ่มต่างพากันคิดว่าเขากำลังจะตกอับ และหนึ่งในนั้นก็คือปกรณ์ ผู้ชายที่มั่นใจในความหล่อและชาติตระกูลของตัวเองเสียจนไม่เคยประเมินเลยว่า... ตนเองกำลังเล่นอยู่กับไฟบรรลัยกัลป์
"เก็บช่อดอกไม้ของคุณกลับไปเถอะค่ะคุณปกรณ์ และกรุณารักษาระยะห่างด้วย ฉันมีเจ้าของแล้วค่ะ" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนเกือบจะเป็นการดูแคลน ดวงตากลมโตฉายแววรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ปกรณ์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หรา เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้หญิงสาวอีกนิดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่คิดว่ามีเสน่ห์นักหนา
"เจ้าของอะไรกันล่ะครับลินิน ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าไอ้เด็กสร้างตัวอย่างคินน์นั่น ตอนนี้กำลังหัวหมุนกับการล้มละลาย หนี้สินท่วมหัวจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซ่อนไว้ที่ไหนแล้ว ผู้ชายแบบนั้นไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้คุณถือหรอกน่า... ปล่อยมันไปจมกอง1ขี้เถ้าเถอะครับ มาคบกับคนที่พร้อมจะดูแลคุณอย่างผมดีกว่า รับรองว่าคุณจะสุขสบายไปทั้งชาติ"
เพล้ง!
เสียงวางแก้วไวน์กระทบโต๊ะกระจกดังสนั่นหวั่นไหว แม้จะไม่ได้ใช้ความรุนแรงแต่แรงกระแทกนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงในพริบตา ลินินไม่ได้เป็นคนทำ เธอยังคงยืนนิ่งด้วยซ้ำ แต่ความเยือกเย็นแผ่ซ่านมาจากด้านหลังต่างหาก... เงาสูงสง่าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซุ่มเสียง
กลิ่นอายความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์และแรงกดดันระดับมหาอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างสูง ทำให้ปกรณ์ถึงกับชะงัก รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้าเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่
คินน์...
ชายหนุ่มยืนกอดอกด้วยท่าทางสบายๆ แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับกำลังมองดูซากศพที่รอเวลาถูกฝัง เขาไม่ได้เอ่ยทักทาย ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินความมั่นใจของปกรณ์ทีละน้อย จนเหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายตามขมับของอีกฝ่าย
"อะ... ไอ้นี่... แกกล้าดียังไงมามองหน้าฉันแบบนี้วะ!" ปกรณ์พยายามเค้นเสียงขู่เพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก "รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร พ่อฉันเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของ..."
"ฉันไม่จำเป็นต้องรู้ว่าขยะเปียกอย่างแกเป็นใคร"
คินน์แทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนปกรณ์สะดุ้งเฮือก ร่างสูงก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างลินินกับชายหนุ่มผู้รุกราน มือหนาเอื้อมไปโอบเอวบางของหญิงสาวเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน สายตากวาดมองช่อกุหลาบราคาแพงในมือของปกรณ์ด้วยความเวทนา
"ดอกไม้ช่อนี้... ซื้อมาด้วยเงินกงสุลของพ่อแก หรือว่าเงินทอนจากการอมค่าคอมมิชชั่นบริษัทล่ะ?" คินน์กระตุกยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำเอาคู่สนทนาหน้าซีดเผือดในทันที "อ้อ ลืมไป... บริษัทนำเข้ารถยนต์ของครอบครัวแก ตอนนี้กำลังจะโดนธนาคารยึดไม่ใช่เหรอ? ช่อดอกไม้ช่อละหมื่นนี่ อาจจะเป็นมื้อสุดท้ายในชีวิตของแกแล้วก็ได้นะ... น่าสงสารเสียจริง"
"แก! แกเอาข้อมูลบ้าอะไรมาพูดพล่อยๆ!" ปกรณ์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอายที่มีคนเริ่มหันมามอง "แกมันก็แค่ไอ้สวะตกอับ อย่ามาทำเป็นปากดีหน่อยเลย!"
คินน์ถอนหายใจเบาๆ อย่างเหนื่อยหน่าย เขายกมือขึ้นปัดปกสูทราคาแพงอย่างไร้ความใส่ใจ ราวกับกำลังปัดฝุ่นละอองที่น่ารำคาญ
"ปากดีเหรอ? งั้นเรามาลองพิสูจน์กันดีกว่าว่า ระหว่างปากดีกับกระเป๋าแบน... อันไหนมันจะพังก่อนกัน"
คินน์หยิบสมาร์ทโฟนรุ่นสั่งทำพิเศษขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้า นิ้วเรียวกดสปีกเกอร์โฟนแล้วโทรออกหาเลขาคนสนิททันที ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่หยุดมองการกระทำของเขาเป็นตาเดียว
"จัดการกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท 'ปกรณ์กรุ๊ป' ให้หมดภายในสามนาทีนี้... และส่งเรื่องฟ้องล้มละลายไปที่ศาลพาณิชย์ทันทีที่ตลาดหุ้นเปิดทำการ"
สิ้นคำสั่งราชาผู้กุมอำนาจ ปลายสายตอบรับด้วยน้ำหนักเสียงที่หนักแน่นและชัดเจน "รับทราบครับท่านประธาน ดำเนินการเสร็จสิ้นภายในสามนาทีตามบัญชาครับ"
ปกรณ์หัวเราะออกมาเสียงดังลั่นราวกับคนเสียสติ แม้หน้าจะเริ่มซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "ฮ่าๆๆ! แกคิดว่าแกเป็นใครวะ ถึงกล้าพูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้! คิดว่าหลอกเด็กหรือไงวะไอ้..."
"สามนาทีที่แกหัวเราะ... น่าจะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่แกจะได้ใช้ชีวิตสุขสบายแล้วล่ะนะ" คินน์พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความอำมหิตที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเตือนข้อความจากมือถือในกระเป๋าเสื้อของปกรณ์ก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับเสียงปืนกล ข้อความจากธนาคารและผู้เป็นพ่อเด้งขึ้นมาเตือนไม่หยุดหย่อน ปกรณ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นตัวเลขในบัญชีหลักร้อยล้านกำลังกลายเป็นศูนย์ และประกาศปลดฟ้าผ่าจากบอร์ดบริหารที่ระบุว่าครอบครัวของเขาถูกถอดถอนจากทุกตำแหน่งในบริษัท!
เข่าทั้งสองข้างของปกรณ์ทรุดฮวบลองไปกระแทกกับพื้นพรมราคาแพงทันที ใบหน้าซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเบิกโพลงมองหน้าคินน์ราวกับเห็นปีศาจจากขุมนรก
"ทะ... ทำไม... เป็นไปไม่ได้... แกเป็นใครกันแน่..." ปกรณ์พึมพำเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อายใคร
คินน์ก้มมองชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง เขาขยับเข้าไปกระซิบเบื้องหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึก
"จำใส่กะโหลกไว้... ว่าผู้หญิงคนนี้ คือคนที่สูงส่งเกินกว่าที่ขยะอย่างแกจะเอื้อมถึง"
พูดจบ คินน์ก็ตวัดสายตากลับมามองลินินที่กำลังมองเขาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความหลงใหลและความภาคภูมิใจ มือหนาคว้ามือบางของเธอขึ้นมากุมไว้แน่น ก่อนจะพาเดินเลี่ยงออกจากสถานการณ์ตรงนั้นโดยไม่ชายตามองเศษสวะที่นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้นอีกเลย
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินผ่านประตูทางออกของร้านอาหารเพื่อมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ส่วนตัว เสียงแจ้งเตือนข้อความปริศนาจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะความหวาน
คินน์หยิบขึ้นมาเหลือบมองเพียงแวบเดียว ร่างสูงก็ชะงักกึกทันที สีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดและระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด ลินินสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"มีอะไรเหรอคะคินน์?"
คินน์ไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาสบตากับลินินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ก่อนจะดึงร่างบางเข้าไปหลบหลังเสาต้นใหญ่เมื่อเงาของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเท้าออกจากลิฟต์ตรงมาทางพวกเขา... ใบหน้าที่หายสาบสูญไปจากชีวิตของคินน์มานานหลายปี พร้อมกับเอกสารลับในมือที่สามารถทำลายอาณาจักรทั้งหมดของเขาให้พังทลายได้ในพริบตา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ!
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 27
ความหึงหวงของมหาเศรษฐี
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!