พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 10

บทเรียนราคาแพง

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันอย่างรุนแรงในมุมมืดของผับหรูใจกลางเมือง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังแทรกผ่านบีตเพลงอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนักหน่วง บรรยากาศรอบโต๊ะวีไอพีคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของการดูถูกเหยียดหยาม กานต์ ในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่ว กำลังยืนค้ำหัวลินินที่นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสงบนิ่ง รอยยิ้มเยาะบนริมฝีปากของชายหนุ่มผู้เห็นแก่เงินช่างน่าขยะแขยงเสียจนคนมองอยากจะควักลูกตาตัวเองทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด "ว่าไงล่ะคุณหนูตกอับ... เลือกผู้ชายผิดชีวิตเปลี่ยนสินะครับ ถึงได้ต้องมานั่งจมปลักอยู่ในที่อัปเกรดแบบนี้กับไอ้สวะที่แม้แต่ค่าเหล้ายังไม่มีปัญญาจ่าย" กานต์จงใจลากเสียงยาวอย่างถากถาง สายตาดูลดค่ากวาดมองคินน์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่แยแส มือหนาของอดีตแฟนเก่าจอมปลอมถือวิสาสะยื่นไปหมายจะแตะปลายคางมนของลินิน ทว่ายังไม่ทันที่นิ้วสกปรกจะสัมผัสโดนผิวเนื้อ ลินินก็เอียงหน้าหลบพร้อมกับส่งสายตาราวกับกำลังมองเศษขยะเปียกบนพื้นถนน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนมุมปากเรียวสวย "มือสกปรกแบบคุณ... ต่อให้เอาแอลกอฮอล์ล้างทั้งตัวก็คงไม่มีวันสะอาดขึ้นมาหรอกค่ะ กานต์" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคารดหัวใจคนฟังจนกานต์หน้าชา วาจาเชือดเฉือนนี้ทำเอาเจ้าตัวชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ถูกตบหน้ากลางสาธารณชน "ปากดีนักนะอีตัวดี! คิดว่าเกาะไอ้สวะนี่แล้วจะสบายเหรอวะ? ฝันไปเถอะ! วันนี้กูจะสั่งสอนให้พวกมึงรู้ว่าการไม่มีเงินมันต้องก้มหัวให้คนอื่นยังไง!" กานต์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลั่นวาจาด้วยความกร่าง พร้อมกับโบกมือเรียกการ์ดร่างยักษ์สามคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังให้ก้าวเข้ามารุมล้อมโต๊ะ ทว่า... คินน์ที่นั่งเงียบมาตลอดตั้งแต่ต้นกลับขยับตัวช้าๆ ชายหนุ่มปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแสงไฟนีออนสลัวไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกที่แผ่รังสีคุกคามจนการ์ดร่างยักษ์ทั้งสามคนโดยสัญชาตญาณต้องชะงักฝีเท้า "ของจริง... เพิ่งจะเริ่มต่างหากล่ะ คินน์" คำพูดนั้นดังวนซ้ำอยู่ในโสตประสาทของคินน์ เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม คินน์ไม่ได้ลุกขึ้นยืน เขากลับควานมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบกระเป๋าหนังสีดำสนิทเรียบหรูออกมา ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าด้วยท่าทีสบายๆ เสียงกระแทกเบาๆ ของกระเป๋าใบนั้นกลับดึงดูดสายตาของทุกคนในรัศมีสิบเมตรให้หันมามองเป็นตาเดียว "อยากได้เงินนักไม่ใช่เหรอ?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย แฝงอำนาจที่กดดันจนคนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง คินน์ดีดนิ้วเบาๆ ครั้งหนึ่ง กระเป๋าหนังใบนั้นก็ถูกเปิดออกอย่างไร้แรงต้าน พรึบ! แสงไฟสะท้อนกระทบเข้ากับปึกเงินสดสกุลเงินตราต่างประเทศและธนบัตรสีเทาปึกหนาที่อัดแน่นอยู่เต็มกระเป๋า กลิ่นหอมจางๆ ของธนบัตรใหม่เอี่ยมลอยคละคลุ้งไปกับบรรยากาศอับชื้น กานต์อ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลุดออกมานอกเบ้า เงินสดนับล้านถูกกองตรงหน้าอย่างไม่เห็นค่า ราวกับมันเป็นเพียงกระดาษหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง "นี่... นี่มันอะไรกันวะ? มึงไปเอาเงินมาจากไหน?!" กานต์เสียงสั่นพร่า ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความโลภและความหวาดหวั่นที่เริ่มกัดกินจิตใจ "เงินเดือนขยะๆ ที่ฉันเคยได้จากบริษัทที่คุณเหยียบย่ำ... มันเทียบไม่ได้กับเศษเงินที่ฉันใช้ซื้อรองเท้าใส่หรอกนะ กานต์" คินน์เงยหน้าขึ้นสบตา ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กดดันจนกานต์ต้องก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ คินน์คว้าปึกเงินปึกแรกขึ้นมา ชั่งน้ำหนักในมือเล่นครู่หนึ่ง ก่อนจะฟาดมันลงบนใบหน้าของกานต์อย่างแรง! เพียะ! เสียงธนบัตรปึกหนากระแทกเข้ากับแก้มของอดีตแฟนเก่าจนหน้าหัน เลือดในปากรสฝาดคละคลุ้ง กานต์เซถลาเกือบล้มลงไปกองกับพื้น แต่ยังไม่ทันตั้งตัว คินน์ก็จัดการสาดเงินสดปึกใหญ่ที่เหลือโปรยกระจายเกลื่อนพื้นราวกับโปรยเศษทาน ธนบัตรนับแสนใบร่วงหล่นลงบนพื้นผับท่ามกลางเสียงกรีดร้องฮือฮาของนักท่องเที่ยวรอบข้าง "เก็บสิ... ก้มลงไปเก็บเศษเงินที่นายอยากได้นักหนา" คินน์สั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี ลินินที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้างกายยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ เธอขยับเข้าไปใกล้คินน์อีกนิด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสานกับไออุ่นจากกายสาวทำให้คินน์รู้สึกผ่อนคลายท่ามกลางความวุ่นวาย กานต์ตัวสั่นเทาด้วยความอับอายและความโกรธ สายตานับร้อยคู่ในผับกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความสมเพช เวทนา และเหยียดหยาม ความเย่อหยิ่งที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่าเมื่อต้องก้มตัวลงคลานเข่าเก็บธนบัตรที่เกลื่อนพื้นทีละใบอย่างน่าสมเพช "เก่งมาก... สุนัขที่ดี เวลาเจ้านายโยนกระดูกให้ ก็ควรจะก้มเก็บให้เรียบร้อยแบบนี้แหละ" คินน์เอ่ยเหยียดหยามซ้ำเติมอย่างไร้เยื่อใย ทว่า... ในวินาทีที่ความสะใจกำลังพروดปรานถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน เสียงเพลงในผับที่เคยกระกระหึ่มถูกตัดขาดหายไปในเสี้ยววินาที เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสือคู่ดังสะท้อนก้องมาจากทางประตูด้านหน้า พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่เดินแหวกทางออกเป็นสองฝั่ง ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพล ปรากฏกายขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าเรียบเฉยไร้รอยยิ้มแต่แฝงรังสีอำมหิตที่ทำให้การ์ดในผับถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีที่สบตา ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะวีไอพีของคินน์ กวาดสายตาคมกริบมองกองเงินบนพื้น ก่อนจะโค้งศีรษะให้คินน์อย่างนอบน้อมในระดับเก้าสิบองศา จนคนที่เห็นถึงกับหัวใจวายตายคาที่ "นายท่าน... ทุกอย่างที่สั่งการไว้จัดการเรียบร้อยแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยรายงาน ท่ามกลางความเงียบงันที่น่ากลัว คินน์ชำเลืองมองผู้มาใหม่เพียงหางตา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของลินินและทุกคนในห้องสะดุดกัก "ดี... งั้นก็จัดการซื้อตึกนี้ทิ้งซะ แล้วไล่ไอ้ขยะพวกนี้ออกไปให้พ้นสายตาฉัน" ไอศกรีมมินต์ช็อกขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%