พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 9

พวกขี้อิจฉาเริ่มเคลื่อนไหว

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
"ถ้าคุณคิดว่าการปล่อยข่าวลือโง่ๆ ในบอร์ดบริหารจะล้มคินน์ได้ คุณก็แค่หมาที่เห่าได้แต่กัดไม่เข้าเนื้อนะคะกานต์" ลินินวางแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาหวิวแต่กลับดังก้องในห้องรับรองที่เงียบสงัด เธอไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา หากแต่จ้องมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครผ่านกระจกบานยักษ์ ใบหน้าสวยสง่าฉายแววเย็นชาจนน่าขนลุก กานต์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำหมัดแน่น ผิวหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "อย่าหลงระเริงไปหน่อยเลยลินิน คินน์มันก็แค่ไอ้สวะที่โชคดีได้คนมีฐานะอย่างเธอมาหนุนหลัง ถ้าวันหนึ่งความจริงเปิดเผยว่าเขามันก็แค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ใครๆ ก็ขยี้ทิ้งได้ เหมือนที่ฉันเคยทำ... เธอจะร้องไห้ไม่ออกเลยล่ะ" ลินินแค่นยิ้ม เธอหันกลับมาสบตาเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าลึกล้ำราวกับห้วงสมุทร "คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ว่านั่นแหละค่ะ ที่กำลังกว้านซื้อหุ้นบริษัทที่พ่อคุณพยายามรักษาแทบตาย... กานต์คะ อย่าลืมสิว่าเขี้ยวเล็บที่คินน์มีอยู่ตอนนี้ มันเป็นสิ่งที่คนอย่างคุณจินตนาการไม่ถึงด้วยซ้ำ" "หึ! แผนของมันน่ะเหรอ?" กานต์หัวเราะร่าด้วยความสะใจ "พวกเรานัดประชุมลับกันในเย็นนี้ ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอกนะที่จ้องจะเล่นงานมัน ทั้งคณะกรรมการชุดใหญ่เตรียมจะโหวตถอดถอนชื่อเขาออกจากการเป็นที่ปรึกษาโปรเจกต์ใหม่... ต่อให้มันมีเงินถุงเงินถังแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีชื่อเสียงและอำนาจในมือ มันก็เป็นแค่ 'คนนอก' ที่รอวันโดนเขี่ยทิ้งเท่านั้นแหละ" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ในขณะที่ทางฝั่งของคินน์ เขากำลังยืนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เต็มไปด้วยหน้าจอแสดงผลกราฟิกราคาหุ้นและเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน คินน์ไม่ได้ดูตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากลับกำลังจิบกาแฟดำพลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่เยือกเย็น "คุณคินน์คะ ฝ่ายตรวจสอบภายในส่งสัญญาณเตือนมาแล้วค่ะ พวกกานต์เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว" เลขาสาวคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "พวกเขากำลังรวบรวมรายชื่อกรรมการเพื่อเสนอวาระเร่งด่วนในอีกสามชั่วโมงข้างหน้าค่ะ" คินน์วางแก้วกาแฟลง เขายังคงไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับเปิดไฟล์ภาพหนึ่งขึ้นมาบนหน้าจอหลัก มันเป็นภาพถ่ายเอกสารลับที่แสดงให้เห็นรายชื่อตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตภายในบริษัทของกานต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลินินเพิ่งแอบส่งมาให้เมื่อครู่ "พวกมันคิดว่ากำลังจะรุมกินโต๊ะเหยื่อที่บาดเจ็บสินะ" คินน์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว "แต่พวกมันลืมไปว่าในป่านี้... ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่าที่แท้จริง" เขากดส่งข้อความสั้นๆ ไปยังปลายทางด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการคาดเดา ลินินที่ยังคงนั่งอยู่กับกานต์ได้รับข้อความนั้นทันที เธอเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ดูอันตรายออกมา "กานต์คะ... พ่อคุณเคยสอนไหมคะว่า ถ้าจะเล่นเกมสกปรก ก็อย่าลืมเช็กดูว่าตัวเองมีรอยเปื้อนติดอยู่บนตัวหรือเปล่า?" ลินินถามพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดลำโพง ภายในห้องได้ยินเสียงการสนทนาของกานต์กับกลุ่มหุ้นส่วนที่วางแผนเรื่องการฮุบโปรเจกต์ดังชัดเจน ใบหน้าของกานต์ซีดเผือดจนกลายเป็นสีขาวกระดาษ เขาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด "เธอ... เธอไปได้ไฟล์เสียงนี้มาได้ยังไง!" "อย่าถามหาที่มาของความพินาศเลยค่ะ" ลินินลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปหาเขาด้วยท่าทางที่ดูสูงศักดิ์จนเขาต้องถอยกรู "เพราะตอนนี้ สิ่งที่คุณควรทำคือการรีบไปที่ห้องประชุม แล้วภาวนาให้คินน์ยังมีความเมตตาเหลืออยู่บ้าง... หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น เตรียมใจไว้เถอะค่ะว่า 'คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า' คนนี้แหละ ที่กำลังจะกลายเป็นเจ้าของชีวิตที่คุณพยายามปกป้องไว้" กานต์ถอยหลังกรูจนชนเข้ากับผนัง ลินินเดินเฉียดผ่านเขาไปราวกับเขาไม่มีตัวตน ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินหัวใจ ที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัท บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึมครึม เหล่ากรรมการและผู้บริหารต่างจับกลุ่มซุบซิบกันด้วยความมั่นใจว่าวันนี้คือจุดจบของคินน์ เมื่อประตูห้องประชุมเปิดออก ทุกสายตาก็จ้องมองไปที่ร่างสูงสง่าที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความกังวล คินน์เดินตรงไปยังหัวโต๊ะที่นั่งประจำตำแหน่งประธาน เขาวางกระเป๋าเอกสารลง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยท่าทีเยือกเย็น "ถ้าจะประชุมเรื่องถอดถอนผม" คินน์เอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเขาเรียบและคมกริบราวกับใบมีด "งั้นผมขอเสนอวาระแรก... การตรวจสอบเส้นทางการเงินของกรรมการทุกคนในห้องนี้ ใครที่บริสุทธิ์ใจ ก็แค่กดปุ่มยอมรับการเข้าถึงข้อมูลของผม... ส่วนใครที่ร้อนตัว... ก็เตรียมตัวออกจากบริษัทนี้ไปพร้อมกับคดีความติดตัวได้เลยครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ทุกคนในห้องหน้าถอดสี คินน์ไม่ได้มาเพื่อป้องกันตัว แต่เขากำลังมาเพื่อปิดบัญชี ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอีกครั้ง ลินินเดินเข้ามาด้วยท่าทางมั่นใจ พร้อมกับชายชุดดำสองคนที่เดินตามหลังมาเพื่อวางเอกสารปึกใหญ่ลงบนโต๊ะกลางห้อง คินน์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงของตนเอง ก่อนจะกดปุ่มส่งคำสั่งผ่านแท็บเล็ตส่วนตัว "เริ่มได้เลยครับ" คินน์พูดสั้นๆ เสียงการแจ้งเตือนจากมือถือของเหล่ากรรมการดังระงมขึ้นพร้อมกัน ทุกคนต่างหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดู ก่อนที่สีหน้าของแต่ละคนจะเปลี่ยนจากความทะเยอทะยานกลายเป็นความหวาดกลัวขีดสุด เมื่อเห็นหน้าจอปรากฏยอดโอนเงินมหาศาลจากบัญชีบริษัทเข้าสู่บัญชีส่วนตัวที่ถูกตรวจสอบพบในทันที คินน์ยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเมตตาเจือปนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว ก่อนที่เขาจะหันไปทางประตูที่กานต์เพิ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาถึง "มาพอดีเลยครับกานต์..." คินน์เอ่ยเสียงเรียบ "มีแขกพิเศษที่อยากจะเจอคุณ... และเขาไม่ได้มาคนเดียว" เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ดังกระหึ่มขึ้นจากดาดฟ้าเหนืออาคาร ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของชายชุดสูทสีเทาที่เดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกับหมายศาลในมือ ทุกคนในห้องต่างหยุดชะงัก ลินินขยับมายืนเคียงข้างคินน์ มือเรียวสวยวางลงบนไหล่ของเขาอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า กานต์มองภาพตรงหน้าด้วยความสิ้นหวัง แต่ทว่า... ทันใดนั้น ไฟในห้องประชุมทั้งหมดก็ดับลง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นไปทั่วทั้งอาคาร ก่อนที่จะมีเสียงกระซิบข้างหูคินน์ที่ทำให้เขานิ่งค้างไป "ของจริง... เพิ่งจะเริ่มต่างหากล่ะ คินน์" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับคินน์และลินินนะคะ... แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ! - ไอศกรีมมินต์ช็อก -
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%