พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 11

ฐานะที่แท้จริงเริ่มถูกจับตามอง

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดออกมาจากลำคอของกานต์ในค่ำคืนนี้ ช่างน่ารังเกียจเสียจนลินินแทบอยากจะยกแก้วไวน์ในมือสาดใส่หน้าสวย ๆ ที่เต็มไปด้วยความปลอมเปลือกนั้นเสียให้เข็ด หากไม่ใช่เพราะเธอกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางงานเลี้ยงรับรองของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ ที่เต็มไปด้วยสายตานับร้อยคู่คอยจับจ้องอยู่ล่ะก็... ผู้ชายปากเสียคนนั้นคงไม่มีโอกาสได้ลอยหน้าลอยตาพูดจาดูถูกเหียดหยามคินน์ลับหลังแบบนี้เป็นครั้งที่สองแน่ค่ะ "แปลกใจเสียจริงนะคะคุณลินิน ลดตัวลงมาคบหากับไอ้พนักงานต๊อกต้อยที่เพิ่งถูกไล่ออกจากบริษัทผมไปได้ยังไง หรือว่า... รสนิยมของคุณมันตกต่ำลงจนแยกไม่ออกแล้วว่าระหว่างเพชรกับกรวด อันไหนมันมีค่ามากกว่ากัน" กานต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน จงใจเปล่งเสียงให้ดังพอที่จะดึงดูดความสนใจจากแขกเหรื่อรอบข้างให้หันมามอง ลินินวางแก้วไวน์ลงบนถาดของบริกรด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่อีกฝ่ายคาดไม่ถึง ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววความโกรธเกรี้ยวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับเธอกำลังมองดูสุนัขตัวหนึ่งที่กำลังเห่าหอนใส่ความว่างเปล่า "คนเรามักจะมองเห็นค่าของสิ่งของตามระดับสติปัญญาและกระเป๋าเงินของตัวเองค่ะคุณกานต์" ลินินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณู "สำหรับคุณ... กรวดข้างทางคงมีค่าที่สุดแล้ว เพราะต่อให้เอาเพชรเม็ดโตไปวางไว้ตรงหน้า คุณก็คงแยกไม่ออกอยู่ดีว่ามันต่างกันตรงไหน" "เธอ!" กานต์หน้าซีดเผือดด้วยความโกรธ ขบกรามแน่นจนสันนูน "ปากดีนักนะ! คอยดูเถอะ... อีกไม่นาน ไอ้คินน์ไร้น้ำยานั่นก็คงต้องซมซานกลับไปขอทานข้างถนน เพราะโปรเจกต์ใหญ่ที่มันเคยเสนอไว้ ถูกทางเราปัดตกและขโมยไอเดียมาทำจนหมดเกลี้ยงแล้ว!" บรรยากาศรอบโต๊ะวีไอพีเงียบกริบลงทันที บรรดาไฮโซและนักธุรกิจแถวหน้าต่างหันมามองสถานการณ์นี้ด้วยความสนใจ บ้างก็กระซิบกระซาบ บ้างก็หัวเราะคิกคักด้วยความสะใจ เพราะต่างคนต่างก็รู้ดีว่ากานต์เพิ่งจะคว้าสัญญามูลค่าหลายพันล้านมาครองได้หมาด ๆ และกำลังผงาดขึ้นเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในแวดวงธุรกิจ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลังของกลุ่มผู้คน "ไอเดียที่ถูกขโมยไป... ต่อให้เอาไปต่อยอดจนเน่าค้างคาตู้กระจก มันก็ยังคงเป็นแค่เศษขยะที่ไม่มีใครเขาอยากเก็บมาใส่ใจหรอกครับ" ร่างสูงโปรดของคินน์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาโรมันในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษสีดำสนิท เนื้อผ้าทอจากเส้นใยชั้นดีสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ไม่ใช่ความหรูหราของเครื่องแต่งกาย... หากแต่เป็นรัศมีเยือกเย็นและดวงตาคมกริบที่กวาดมองผู้คนรอบตัวด้วยความเหนือกว่าอย่างแท้จริง กานต์สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มชัด ๆ สีหน้าที่เคยหยิ่งผยองเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวทันที "แก...! ไอ้คินน์! กล้าดียังไงถึงโผล่หัวเข้ามาในงานนี้ได้! ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนตกงานอย่างแกนะโว้ย!" คินน์ไม่ได้แม้แต่จะชายตามองกานต์ เขาก้าวเดินผ่านอดีตเพื่อนร่วมงานผู้โง่เขลาไปราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนจะหยุดยืนเคียงข้างลินินแล้วยกมือขึ้นโอบเอวบางไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ลินินช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ความอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความมั่นคงที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "คนตกงานเหรอครับ?" คินน์ทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเพียงนิด แต่มันกลับทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "น่าเสียดายนะกานต์... ที่คำว่า 'ตกงาน' มันเป็นคำศัพท์ที่ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของคนที่ถือครองหุ้นใหญ่สามสิบเปอร์เซ็นต์ของเครือโรงแรมในเครือ K-Group อย่างฉัน" สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยงทันที! "อะไรนะ? K-Group อย่างนั้นเหรอ!" "กลุ่มทุนต่างชาติยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาซื้อกิจการอสังหาริมทรัพย์ครึ่งค่อนเมืองน่ะนะ!" "เป็นไปได้ยังไง! หรือว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ลึกลับที่ท่านประธานใหญ่เพิ่งประกาศชื่อไปเมื่อวาน... จะคือผู้ชายคนนี้!" สีหน้าของกานต์เปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดราวกับกระดาษ มือที่ถือแก้วไวน์สั่นเทาจนของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปื้อนสูทราคาแพง "โกหก! แกมันก็แค่เด็กจบใหม่ที่ฉันเคยไล่ออก จะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อหุ้นของ K-Group!" คินน์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงที่เย็นเยียบและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทของตัวเองช้า ๆ ก่อนจะปรายตามองเอกสารในมือของกานต์ที่พยายามซ่อนไว้ด้วยความตื่นตระหนก "โปรเจกต์ที่นายภูมิใจนักหนาว่าขโมยไปจากฉันน่ะ... นายรู้ไหมว่าทำไมบอร์ดบริหารเขาถึงอนุมัติให้ผ่านได้อย่างง่ายดาย?" คินน์โน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยินชัดถ้อยชัดคำ "ก็เพราะว่าบริษัทรับเหมาที่นายเพิ่งเซ็นสัญญาด้วยเมื่อเช้า... แท้จริงแล้วเป็นบริษัทลูกในเครือที่ฉันเพิ่งซื้อกิจการมาตัดราคาเมื่อสัปดาห์ก่อนยังไงล่ะ" กานต์เบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า ร่างกายเซถอยหลังไปหลายก้าวราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ "มะ... ไม่จริง... นายหลอกฉัน! นายวางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" "ตั้งแต่ตอนที่นายคิดว่าตัวเองฉลาดแกมโกงที่สุดนั่นแหละครับ" คินน์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง สายตาคมกริบจ้องมองอดีตเพื่อนร่วมงานด้วยความเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด "เอกสารสัญญาฉบับนั้น มีเงื่อนไขพิเศษซ่อนอยู่หน้าสุดท้าย... ถ้าโครงการนี้ขาดทุนแม้แต่บาทเดียว ทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทนาย รวมถึงหุ้นที่คุณพ่อคุณถืออยู่ จะต้องถูกโอนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของฉันโดยอัตโนมัติ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและหวาดกลัวต่อความร้ายกาจและเด็ดขาดของชายหนุ่มผู้นี้ ไม่มีใครกล้าสบตากับคินน์เลยแม้แต่คนเดียว ชื่อของ "คินน์" ถูกจารึกไว้ในสมองของมหาเศรษฐีทุกท่านในค่ำคืนนี้ในฐานะ "ฉลามร้าย" ตัวใหม่ที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วย ลินินมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้นจนปิดไม่มิด มือเรียวเล็กเอื้อมไปกุมมือหนาของคินน์ไว้แน่น ทั้งสองยืนเคียงคู่กันอย่างสง่างามท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมา ราวกับเจ้าชายและเจ้าหญิงผู้ครองบัลลังก์อย่างแท้จริง ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับความพ่ายแพ้ราบคาบของกานต์นั้นเอง เสียงปรบมือช้า ๆ และทรงพลังก็ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณประตูทางเข้าหลักของห้องโถง *แปะ... แปะ... แปะ...* ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับคินน์ถึงแปดส่วน ก้าวเดินออกมาท่ามกลางการเปิดทางของบอดี้การ์ดนับสิบชีวิต ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงจ้องตรงมาที่คินน์ด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก "ทำได้ดีมาก... ลูกพ่อ" เสียงทุ้มกังวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบสนิท "ถึงเวลาที่แกจะต้องกลับมารับตำแหน่ง 'ประธานกรรมการบริหารสูงสุด' ตัวจริงเสียงจริงของตระกูลเราเสียที... คินน์" ไอศกรีมมินต์ช็อกขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%