"เซ็นชื่อตรงนี้ค่ะคุณคินน์... แล้วประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ จะจารึกชื่อของ 'คินน์กรุ๊ป' ไว้เป็นบรรทัดแรก"
เสียงหวานใสของตัวแทนคณะกรรมการพิจารณาโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่าหมื่นล้านดังขึ้น ท่ามกลางห้องประชุมใหญ่ที่เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ สายตานับร้อยคู่ในห้องนั้นจับจ้องมาที่ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษอย่างสะพรึงกลัวและทึ่งจัด ไม่มีใครคาดคิดว่าอดีตพนักงานต๊อกต๋อยที่เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน จะก้าวขึ้นมาถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือสัมปทานแห่งชาติได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ลินินที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างในฐานะเลขานุการส่วนตัวและคู่ชีวิตผู้ร่วมฝ่าฟัน ส่งยิ้มบางๆ ให้เขา ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด เธอย้อนนึกถึงวันที่พวกเขาไม่มีแม้กระทั่งเงินซื้อกาแฟประทังชีวิต วันที่ถูกกานต์และพวกพ้องรุมหัวเราเยาะเย้ยในงานเลี้ยงรุ่น วันนั้นคินน์เงียบงัน... แต่ในวันนี้ ความเงียบของเขากลายเป็นคมมีดที่เฉือนหัวใจของพวกอวดดีจนไม่มีชิ้นดี
"ยินดีด้วยนะคะท่านประธานคินน์ โปรเจกต์นี้จะพลิกโฉมหน้าเมืองหลวงของเราไปตลอดกาลค่ะ" ลินินเอ่ยกระซิบเบาๆ เมื่อเห็นปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนกระดาษเอกสารสัญญา
คินน์ช้อนตาขึ้นมองเธอ นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชาและความแค้น บัดนี้กลับอ่อนแสงลงเมื่อทอดมองหญิงสาวผู้ไม่เคยรังเกียจเขาแม้ในวันที่ต่ำต้อยที่สุด เขากุมมือเรียวบางของเธอไว้แน่นภายใต้โต๊ะประชุม ก่อนจะตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างมั่น and decisive
*แกร๊ก...* เสียงปากกาหมึกซึมปิดลง พร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราวที่ดังสนั่นหวั่นไหวจากคณะกรรมการ แต่ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศแห่งชัยชนะ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"เดี๋ยวก่อน! สัญญานี้เป็นโมฆะ!"
ร่างของกานต์ในชุดสูทแบรนด์เนมยับยู่ยี่ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอิจฉาริษยาพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งตามมาหน้าตาตื่น กานต์หอบหายใจฮืดฮาด ชี้หน้าคินน์ด้วยมือที่สั่นเทา "แก... แกใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรโกงโปรเจกต์นี้ไป! ฉันต่างหากที่ควรจะเซ็นสัญญา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเป็นเพื่อนสนิทฉันนะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว บรรดากรรมการขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ลินินหันไปมองหน้ากานต์ด้วยแววตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองตัวตลกที่ดิ้นรนอยู่บนกองขี้เถ้า
คินน์ไม่ได้ลุกขึ้นโวยวาย เขายังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความเหนือกว่าอย่างแท้จริง
"เพื่อนสนิทกระทรวงงั้นหรือคะคุณกานต์?" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน "น่าเสียดายนะคะที่ 'เพื่อนสนิท' ของคุณคนนั้น เพิ่งถูก ป.ป.ช. ควบคุมตัวไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ข้อหารับสินบนและฟอกเงิน... คุณอยากจะตามไปเยี่ยมเขาสักหน่อยไหมล่ะคะ?"
หน้าของกานต์ถอดสีทันที ราวกับถูกสาดด้วยน้ำอัดลมเย็นจัดจนชาไปทั้งร่าง เขาอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก มือที่ชี้คินน์ค่อยๆ ตกข้างลำตัว ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น
คินน์ยื่นเอกสารฉบับจริงให้เลขาเก็บใส่แฟ้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงสง่าเดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้ากานต์ที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคมกริบก้มมองอดีตศัตรูหัวใจด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"โลกมันกลมดีเนอะกานต์..." คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังสะท้านทรวง "นายเคยบอกว่าฉันมันก็แค่สวะที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้... แต่ตอนนี้ นายต่างหากล่ะที่กำลังคุกเข่าอยู่ใต้เท้าของสวะตัวนั้น"
กานต์น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เขาพยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายคินน์ แต่บอดี้การ์ดร่างยักษ์สนับมือเหล็กสี่นายก็พุ่งเข้ามาล็อกตัวเขาไว้กดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี
ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของคินน์ก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกที่แสดงยอดเงินมัดจำงวดแรกพุ่งทะยานเข้าสู่บัญชี... ตัวเลขศูนย์นับสิบหลักที่ปรากฏอยู่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่ง
คินน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มองมาอย่างตะลึงงัน เขายื่นหน้าจอให้กานต์ดูใกล้ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ดูให้เต็มตาสะกานต์... เงินจำนวนนี้ ฉันใช้เวลาหาแค่สามวินาที มากกว่าที่นายหาได้ทั้งชีวิตเสียอีก"
กานต์เบิกตากว้างจนแทบถล่น หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองได้ก้าวพลาดไปเหยียบย่างเข้าสู่เขตอภัยทานของมหาเศรษฐีตัวจริงเข้าเสียแล้ว
ทว่า... ก่อนที่เรื่องราวจะจบลงด้วยชัยชนะอันสมบูรณ์แบบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องประชุม พร้อมกับเอกสารคำสั่งศาลด่วนที่สุดในมือ
"ขอโทษด้วยครับท่านประธานคินน์..." ชายชุดดำโค้งคำนับอย่างนอบน้อม "แต่ดูเหมือนว่าเราจะมี 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' อีกหนึ่งคนที่เพิ่งบินตรงมาจากต่างประเทศ เพื่อมาทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของตระกูลคุณครับ"
ไอศกรีมมินต์ช็อกขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 22
ดีลธุรกิจหมื่นล้าน
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!