เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของอาคารควอตซ์โฮลดิ้ง บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว กานต์ในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงที่ตอนนี้ยับยู่ยี่จนเสียทรง ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับขณะจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่แสดงตัวเลขสีแดงฉาน—ตัวเลขความเสียหายหลักร้อยล้านที่กำลังกลืนกินบริษัทของเขาจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
"มันเป็นไปไม่ได้..." กานต์พึมพำเสียงสั่นพร่า ดวงตาเบิกโพงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "หุ้นของฉันร่วงติดฟลอร์ติดต่อกันสามวัน... ลูกค้าทุกรายยกเลิกสัญญา... ใคร... ใครกันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!"
ลินินที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกายคินน์ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวยเฉี่ยว ดวงตากลมโตคู่นั้นมองอดีตแฟนหนุ่มผู้เห็นแก่ตัวด้วยความสมเพชเวทนา เธอขยับกายเข้าใกล้คินน์เล็กน้อย ปล่อยให้ความอบอุ่นจากท่อนแขนแกร่งที่สอดเข้ามาโอบเอวคอดไว้ตอกย้ำสถานะที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
"แปลกใจเหรอคะคุณกานต์" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก "วันที่คุณเขี่ยคินน์ทิ้งอย่างไร้เยื่อใย เพราะคิดว่าเขาเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ ที่ไม่มีอนาคต... คุณคงไม่คิดสินะคะ ว่ากรรมมันจะติดจรวดเร็วกว่าที่คุณคาดไว้เสียอีก"
กานต์สะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่มแต่น่ากลัวของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ประธาน คินน์ในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูป สีเทาเข้มขับให้บุคลิกสุขุม เยือกเย็น และทรงอำนาจโดดเด่นยิ่งขึ้น เขายกถ้วยกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ราวกับโลกกำลังล่มสลายรอบตัวเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายเสียเต็มประการ
"ธุรกิจที่สร้างด้วยความโลภและเหยียบหัวคนอื่นขึ้นมา ก็มักจะพังทลายลงด้วยวิธีเดียวกันนั่นแหละครับ" คินน์วางถ้วยลงกระทบจานรองเสียงดัง *กริ๊ก* ดวงตาคมกริบราวใบมีดกวาดมองกานต์ที่กำลังเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นห้องประชุม "ตกใจอะไรล่ะครับ... หรือว่าจำไม่ได้แล้วว่าบริษัทที่คุณพยายามดิ้นรนหาเงินมาซื้อกิจการต่อ... แท้จริงแล้วมันเป็นบริษัทลูกในเครือที่ผมถือหุ้นใหญ่ถึงเก้าสิบเกเปอร์เซ็นต์กันแน่"
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกลางกานต์ในวันที่ฟ้าโปร่ง สมองของเขาขาวโพลน ร่างกายชาดิกจนขยับไม่ได้ คำพูดของคินน์เมื่ออดีตสะท้อนก้องในหัว *'จำวันนี้ไว้ให้ดีนะครับ'*—วันนั้นเขาหัวเราะเยาะเย้ยความจนตรอกของคินน์ แต่วันนี้... คนที่ต้องคุกเข่ากราบกรานขอความเมตตา กลับกลายเป็นตัวเขาเอง
"คินน์..." กานต์คลานเข้าไปหาด้วยสภาพที่ไม่เหลือศักดิ์ศรี มือสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะควายชายกางเกงของอีกฝ่าย แต่นิ้วเรียวยาวกลับหยุดชะงักกลางอากาศเมื่อถูกปลายรองเท้าหนังขัดเงาเขี่ยออกอย่างไม่ไยดี "ฉัน... ฉันขอร้อง ช่วยฉันด้วย! นายอยากได้อะไร ฉันยกให้หมดเลย! หุ้นครึ่งหนึ่ง... ไม่สิ! เอาบริษัทนี้ไปเลยก็ได้! ได้โปรด... เมตตาฉันสักครั้งเถอะนะ!"
คินน์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาที่มองลงไปยังคู่แข่งผู้พ่ายแพ้ราบคาบเต็มไปด้วยความว่างเปล่าไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันน่ากลัวยิ่งกว่าการตบหน้าเสียอีก เพราะมันคือการแสดงออกว่าอีกฝ่าย 'ไร้ค่า' จนแม้แต่ความเกลียดชังก็ยังไม่คุ้มค่าที่จะมอบให้
"ความเมตตาเหรอครับ?" คินน์แค่นหัวเราะต่ำๆ ในลำคอ "วันที่คุณเหยียบย่ำลินิน วันที่คุณหัวเราะเยาะความพยายามของผม... คุณเคยคิดถึงคำนี้บ้างไหม"
ลินินมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกอัดอั้นตันใจตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้รับการชำระสะ้างจนหมดสิ้น เธอยกมือขึ้นสัมผัสสรุปเพชรเม็ดโตที่คินน์เพิ่งสวมให้เมื่อคืนก่อน พร้อมกับรอยยิ้มที่งดงามที่สุดในชีวิต
กานต์ร้องไห้ฟูมฟายอย่างไร้การควบคุมเมื่อรู้ว่าหนทางข้างหน้าไม่มีทางออกเหลืออยู่อีกแล้ว ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งก่อนที่เลขานุการส่วนตัวของคินน์จะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ พร้อมกับยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้ผู้เป็นนาย
คินน์รับมาปรายตาดูเพียงเสี้ยววินาที มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างเนียบกริบ ก่อนจะหันมามองลินินที่ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้อย่างรู้ใจ
"ไปกันเถอะครับลินิน... เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมแล้ว เราควรไปดินเนอร์ฉลองความสำเร็จที่ปารีสกันดีกว่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่ากับคนหมดราคาแบบนี้"
พูดจบ คินน์ก็ควักการ์ดสีดำสนิทขอบทองอร่ามไร้วงเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ โยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้ากานต์ที่นั่งหมดอาตายายตายอยาก ก่อนจะโอบเอวบางของลินินเดินผ่านร่างที่กำลังสั่นเทาออกไปจากห้องประชุมโดยไม่ชายตามองอีกเลยแม้แต่น้อย เสียงรูดวงเงินมหาศาลจากระบบแจ้งเตือนผ่านสมาร์ทโฟนของกานต์ดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย... เป็นสัญญาณเตือนว่าทุกอย่างได้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 23
เย้ยหยันคู่แข่ง
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!