"ถ้าคุณคิดว่าความเงียบของฉันในคืนนี้ คือการยอมจำนนต่อความต่ำตมของคุณ... คุณคงประเมินผู้หญิงที่ชื่อลินินต่ำเกินไปแล้วล่ะค่ะ กานต์"
น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบด้วยยาพิษดังขึ้นท่ามกลางความสลัวของห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูหรา ลินินยืนกอดอกพิงกรอบกระจกบานยักษ์ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวเคลียลาดไหล่ระหง ชุดเดรสผ้าไหมสีเอิร์ธโทนเข้ารูปขับเน้นรูปร่างให้ดูสง่างามและทรงอำนาจในเวลาเดียวกัน ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันพ่นประกายความเย้ยหยันใส่ผู้ชายที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางห้อง
กานต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสื้อสูทแบรนด์เนมที่เคยดูภูมิฐานตอนนี้กลับยับยู่ยี่จากความลนลาน เขากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แววตาที่เคยใช้มองเหยียดหยามลินินในอดีต บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นระคนไม่ยินยอม
"เธอ... เธอไม่มีสิทธิ์มาพูดจาแบบนี้กับฉันนะลินิน!" กานต์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงศักดิ์ศรีปลอมๆ ของตัวเองกลับคืนมา "อย่าลืมสิว่าเธอเคยวิ่งตามตื๊อฉันจนน่าสมเพชแค่ไหน ยัยคุณหนูตกอับที่ครอบครัวล้มละลาย! ถ้าไม่ได้ฉันช่วยสงเคราะห์ในวันที่เธอน้ำตานองหน้า ป่านนี้เธอคงไปนอนเน่าอยู่ข้างถนนแล้ว!"
*เพี๊ยะ!*
ไม่ใช่เสียงตบหน้า... แต่เป็นเสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรงโดยฝีมือของบุคคลที่สาม ซึ่งยืนกอดอกเงียบๆ อยู่มุมมืดมานานสองนาน
คินน์ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มแผ่ไอเย็นเยือกและแรงกดดันมหาศาลจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองกานต์ราวกับมองเศษขยะชิ้นหนึ่งที่เกะกะสายตา
"คำก็ตกอับ สองคำก็สงเคราะห์..." คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่ากลัวจนสันหลังวาบ "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนี่ครับ... อดีตผู้จัดการกานต์ คนที่เคยเซ็นไล่ผมออกจากบริษัทด้วยข้อหาทุจริตทั้งที่ตัวเองเป็นคนโยกย้ายเงินในบัญชีบริษัทไปโปะหนี้การพนัน"
ใบหน้าของกานต์ถอดสีฉับพลัน เลือดในกายเย็นเฉียบจนจับไข้ "นะ... นายรู้เรื่องนั้นได้ยังไง..."
"ทำไมผมจะไม่รู้?" คินน์ก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ทุกย่างก้าวที่ขยับเข้าหาเปรียบเสมือนมัจจุราชที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ในเมื่อทุกตารางนิ้วของตึกนั้น... ตอนนี้มันอยู่ภายใต้ชื่อของผมแล้ว และคนที่เซ็นอนุมัติไล่คุณออกเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ก็คือผมคนนี้เอง"
กานต์เซถอยหลังไปชนโซฟาจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สมองปั่นป่วนจนคิดอะไรไม่ออก เมื่อความจริงกระแทกเข้าหน้าอย่างจัง—ผู้ชายคนที่เขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่สวะไร้ค่า เป็นแค่พนักงานชั้นผู้น้อยที่เขาจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ บัดนี้กลับกลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่และเจ้านายคนใหม่ที่มีอำนาจชี้เป็นชี้ตายชีวิตเขาได้ในพริบตาเดียว!
ลินินมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ฉายประกายความสะใจลึกๆ เธอยกมุมปากขึ้นนิดหน่อยเป็นรอยยิ้มเยርที่งดงามแต่ทรงพลัง ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างกายชายหนุ่ม ร่างระหงแนบชิดกับไหล่กว้างของคินน์อย่างเป็นธรรมชาติ สื่อถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและไร้รอยต่อ
"จำไว้นะคะกานต์..." ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือน "ผู้หญิงที่วิ่งตามคุณในวันนั้น... ตายไปตั้งแต่ตอนที่คุณเหยียบย่ำความรู้สึกของเธอแล้วล่ะค่ะ ส่วนผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ คือคนที่พร้อมจะร่วมมือกับคินน์... เพื่อเหยียบคุณให้จมดินโดยไม่แม้แต่จะเหลียวแล"
กานต์อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เขาหันมองหน้าลินินสลับกับคินน์ด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่ไหว
"ออกไปจากห้องของฉันซะ ก่อนที่ฉันจะให้ รปภ. หิ้วปีกคุณโยนลงไปข้างล่างจริงๆ" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดจนไม่มีใครกล้าท้าทาย
กานต์ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ อีก เขารีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งหนีออกไปจากเพนต์เฮาส์ราวกับคนเสียสติ ทิ้งเสียงปิดประตูที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง
ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง... แต่บรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับอบอวลไปด้วยความระอุแปลกประหลาดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ลินินถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ความตึงเครียดที่สะสมมานานนับสัปดาห์มลายหายไป เหลือเพียงความโล่งใจ แต่ในขณะเดียวกัน เธอกลับสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา
เมื่อเธอหันกลับไปสบตา... คินน์ก็กำลังก้มลงมองเธออยู่ก่อนแล้ว
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้ชิดเสียจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นและดุดันเมื่อครู่ บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างประหลาด มันมีความไหวระริกบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องลึก ราวกับผิวน้ำนิ่งสนิทที่ถูกโยนก้อนหินลงไปจนเกิดระลอกคลื่น
"เธอ... ทำไมถึงกล้าขนาดนี้?" คินน์เป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นก่อน น้ำเสียงของเขาไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนทุกที แต่มันมีความนุ่มนวลและเจือความกังวลจางๆ "ถ้าเกิดว่าแผนของเราพลาดขึ้นมา... รู้ไหมว่าเธอจะตกอยู่ในอันตราย"
ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก เรียวปากอิ่มเอิบขยับตอบด้วยความมั่นใจ "ถ้าไม่มีคุณคอยระวังหลังให้... ฉันคงไม่กล้าเดินเกมส์นี้หรอกค่ะ หรือว่าคุณคินน์... เป็นห่วงฉันกันแน่คะ?"
ประโยคหยอกเย้าที่แฝงความนัยทำให้คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง เขารู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ไม่ได้อ่อนแอ เธอยอมทิ้งทุกอย่าง ยอมสลัดคราบคุณหนูผู้สูงศักดิ์มาตกระกำลำบากเคียงข้างเขาตั้งแต่ในวันที่เขาไม่มีอะไรเลย และในคืนนี้... เธอก็ยืนหยัดเคียงข้างเขาอย่างสง่างามโดยไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว
หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายของคินน์... ค่อยๆ ถูกกะเทาะออกทีละน้อย
ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับและหลีกเลี่ยงมาตลอด เพื่อไม่ให้ตัวเองเผลowกพันกับใครในเกมแก้แค้นนี้ บัดนี้มันกลับปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนยากจะควบคุม เขารู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบ
คินน์ไม่ได้ตอบคำถามด้วยคำพูด... แต่ร่างสูงกลับขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นอีกก้าว จนแผ่นหลังของลินินชนเข้ากับกระจกใสเบื้องหลังอย่างแผ่วเบา เรียวิสารพัดของเขาเอื้อมขึ้นโอบประคองรอบเอวบางไว้โดยอัตโนมัติ สัมผัสอุ่นร้อนผ่านเนื้อผ้าทำให้ลมหายใจของลินินสะดุดกักค้าง
"ลินิน..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบอยู่ชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนขึ้นสีระเรื่อ "เธอทำให้ฉันเสียศูนย์รู้ตัวไหม..."
ลินินใจเต้นรัวระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบกระชับอยู่ที่เอวทำให้สติปัญญาที่เคยเฉียบคมของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ เธอนิ่งงัน ปล่อยให้สายตาประสานกับดวงตาคู่คมที่ฉายแววปรารถนาอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก
นิ้วเรียวยาวของคินน์เลื่อนขึ้นมาแตะที่ปลายคางมนอย่างแผ่วเบา ราวกับจะขออนุญาต ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนเกินกว่าจะหักห้ามใจ...
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นทุกถ้อยคำ เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบของบรรยากาศทันที!
คินน์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขากัดกรามแน่นและพยายามจะไม่สนใจมัน แต่ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดกลับปรากฏชื่อผู้ส่งที่ทำให้ร่างสูงต้องชะงักกึกทันที
ดวงตาคมกริบหันไปมองหน้าจอเพียงแวบเดียว... ก่อนที่แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่จะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและตกตะลึงอย่างรวดเร็ว
"มีอะไรเหรอคะ?" ลินินถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
คินน์ไม่ได้ตอบคำถาม เธอทันที เขายื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ลินินเคยเห็นมา
"ดูเหมือนว่า... เกมของเราจะยังไม่จบง่ายๆ นะครับลินิน" คินน์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอดูข้อความบนหน้าจอชัดๆ
ข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาลินินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ—**"คุณหนูตระกูลลิน... ตอนนี้เธอกำลังเล่นอยู่กับไฟที่เตรียมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุล... รู้ตัวบ้างไหม?"** พร้อมกับพิกัดตำแหน่งล่าสุดที่ส่งตรงมาจากเบอร์แปลกปริศนา ซึ่งพิกัดนั้น... คือห้องนอนส่วนตัวของเธอเอง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 13
ลินินที่แสนดี
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!