เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีดังสนั่น หักล้างบรรยากาศความเงียบสงบของห้องประชุมใหญ่ในบริษัทเอเจนซี่ชื่อดังลงอย่างสิ้นเชิง สายตาทุกคู่ในห้องหันขวับไปยังจุดเดียวกัน กานต์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ใบหน้าที่เคยฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มจอมปลอมบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ ดวงตาเรียวรีมองกราดไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ร่างของคินน์ ซึ่งนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้
"ทุกคนช่วยเป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ! คน ๆ นี้... อดีตพนักงานต๊อกต๋อยที่เพิ่งถูกไล่ออกด้วยข้อหายักยอกทรัพย์ ตอนนี้กลับกล้าปลอมแปลงเอกสารและสวมรอยเป็นตัวแทนโปรเจกต์ร้อยล้าน!" เสียงของกานต์ดังลั่น เจือความตื่นเต้นเร้าใจราวกับกำลังแสดงละครเวทีฉากไคลแม็กซ์ที่ตนเองเป็นผู้กำกับ
ลินินที่นั่งอยู่เคียงข้างคินน์ ปรายตามองกานต์ด้วยแววตารังเกียจราวกับกำลังมองเศษขยะข้างถนน เธอยกมุมปากขึ้นน้อย ๆ ไม่แม้แต่จะปริปากพูดสักคำ เพราะรู้ดีว่าคนอย่างกานต์กำลังขุดหลุมฝังตัวเองด้วยความโง่เขลาของเขาเอง
"คุณกานต์คะ พูดจาระวังปากหน่อยนะคะ" เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้นจากริมฝีปากของลินิน เธอค่อย ๆ ประสานมือวางบนตัก ท่าทางสง่างามสูงส่งกดดันให้กานต์ชะงักไปชั่วขณะ "การกล่าวหาลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐาน มันไม่ได้ทำให้คุณดูฉลาดขึ้นเลยค่ะ... กลับกัน มันประจานความไร้รอยหยักในสมองของคุณได้ชัดเจนเสียมากกว่า"
กานต์หน้าชาดิก กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง แต่เขาก็ยังยิ้มเยาะออกมาได้เมื่อคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า "ไม่มีหลักฐานงั้นเหรอ? ลินิน... เธอถูกไอ้สวะนี่เป่าหูจนเพี้ยนไปแล้วสินะ ถึงได้ยอมเอาอนาคตมาทิ้งไว้กับคนไร้ค่าแบบนี้ ดูนี่ซะ!"
เขาสะบัดแท็บเล็ตในมือ โยนไฟล์เอกสารที่อ้างว่าเป็นหลักฐานการทุจริตขึ้นบนจอโปรเจกต์เตอร์กลางห้องประชุม ภาพตัวเลขและลายเซ็นปลอมปรากฏหรา ท่ามกลางเสียงฮือฮาของคณะกรรมการบริหารที่เริ่มหันมามองคินน์ด้วยสายตากล่าวหา
คินน์ยังคงนิ่งเงียบ เขายกกาแฟขึ้นจิบช้า ๆ ราวกับโลกใบนี้ไม่มีเรื่องไหนน่าสนใจไปกว่ารสชาติของคาเฟอีนในแก้ว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแลดูเยือกเย็นและลึกล้ำ ชวนให้คนที่จ้องมองรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"หมดเวลาเล่นละครลิงแล้วใช่ไหมครับ กานต์" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทรงพลังจนทำให้เสียงซุบซิบในห้องเงียบลงทันที
"แก! แกยังมีหน้ามาทำเป็นปากดีอีกเหรอคินน์! หลักฐานคาตาขนาดนี้ ตำรวจคงชอบใจแน่ถ้าได้เห็นหน้าแกในซังเต!" กานต์แผדเสียงลั่นด้วยความเดือดดาลที่อีกฝ่ายไม่แสดงอาการหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดหวัง
คินน์วางแก้วกาแฟลงกระทบจานรองเสียงดัง "กริ๊ก" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายจนกานต์ต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"หลักฐานที่คุณกานต์ภูมิใจนักหนา..." คินน์ยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้กานต์รู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ "เป็นฝีมือการปลอมแปลงที่ห่วยแตกที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยล่ะครับ"
นิ้วเรียวยาวกดรีโมทคอนโทรลในมือ หน้าจอโปรเจกต์เตอร์เปลี่ยนภาพฉับพลัน จากเอกสารปลอมของกานต์ กลายเป็นคลิปวิดีโอวงจรปิดและบันทึกการสนทนาเสียงของกานต์ที่กำลังเจรจากับคู่แข่งทางธุรกิจเพื่อขายความลับของบริษัท พร้อมด้วยเอกสารทางการเงินที่ระบุยอดเงินใต้โต๊ะโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของกานต์อย่างชัดเจนทุกบาททุกสตางค์
เสียงฮือฮารอบนี้เปลี่ยนเป้าหมายไปที่กานต์ทันที สีหน้าของกานต์ซีดเผือด ไร้สีเลือด เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก "มะ... ไม่จริง! นี่มันภาพตัดต่อ! พวกแกใส่ร้ายฉัน!" กานต์โวยวายเสียงหลง พยายามพุ่งเข้ามาคว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะ แต่ถูกบอดี้ว่าร์ดร่างยักษ์สองคนที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวล็อกแขนไว้แน่นในเสี้ยววินาที
ลินินลุกขึ้นยืนเคียงข้างคินน์ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าสวยคม เธอก้มมองกานต์ที่กำลังดิ้นรนเหมือนสุนัขจนตรอกด้วยสายตาที่เหยียดหยามถึงขีดสุด "ใส่ร้ายเหรอคะ? น่าขันเสียจริง ทั้งบัญชีธนาคาร ทั้งเสียงพูดของคุณ มันมัดตัวคุณแน่นเสียยิ่งกว่าเชือกประหารเสียอีกค่ะ กานต์"
คินน์ก้าวเข้าไปใกล้กานต์ที่กำลังหน้าซีดเผือด ดวงตาสนเท่ห์ก้มมองอดีตเพื่อนร่วมงานผู้โลภมากด้วยความสมเพชเวทนา "คนอย่างคุณกานต์ คิดเหรอครับว่าจะเล่นเกมเหนือกว่าคนอื่นได้ตลอดไป? ความโลภมันบังตา จนลืมมองดูว่ากระดานนี้ใครเป็นคนถือหมากทั้งหมด"
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก คณะกรรมการบริหารต่างพากันพยักหน้าเห็นพ้องและเตรียมเรียกตำรวจเข้ามาจัดการทันที ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของเลขาหน้าตาตื่นตระหนก เธอวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาคินน์ด้วยความลนลาน พร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือที่เปิดหน้าจอสายเรียกเข้าค้างไว้ให้
"ท่านประธานคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลขาละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ทางกลุ่มทุนใหญ่ระดับโลกที่ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในเครือบริษัทเรา... เพิ่งส่งตัวแทนมาถึงล็อบบี้ด้านล่างแล้วค่ะ และพวกเขากำลังเดินทางมาที่นี่... เพื่อประกาศถอนหุ้นทั้งหมดทันทีเว้นเสียแต่ว่า..."
เลขาชะงักไปชั่วขณะ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคินน์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเคารพยำเกรงอย่างสุดซึ้ง
"...เว้นเสียแต่ว่า ท่านประธานตัวจริง จะยอมเซ็นอนุมัติไล่ออกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับความวุ่นวายในวันนี้... ซึ่งรวมถึงประธานกรรมการบริหารคนปัจจุบันด้วยค่ะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 14
แผนการร้ายของกานต์
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!