เสียงกรีดร้องและเสียงซุบซิบอื้ออึงราวกับฝูงแมลงวันแตกฮือ กลบเสียงลมหายใจที่ขาดเป็นห้วงของคุณหญิงรัชนีจนหมดสิ้น ร่างที่เคยสวมเสื้อผ้าอาภรณ์แบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วบัดนี้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหินอ่อนขัดเงาอย่างไม่เหลือมาดผู้ดีเก่า ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองหน้าจอ LED ขนาดยักษ์ที่ยังคงฉายตราสัญลักษณ์ตระกูลของคินน์ตอกย้ำความพ่ายแพ้อย่างเลือดเย็น
กานต์หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ไร้ซึ่งสีเลือดบนริมฝอย มือที่เคยยกขึ้นชี้หน้าด่ากราดคินน์เมื่อไม่กี่นารีก่อนสั่นเทาจนควบคุมไม่อยู่ เขาก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว กวาดสายตามองฝูงชนที่เริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปความอับปายของครอบครัวเขาด้วยความตื่นตระหนก
"เป็นไปไม่ได้... แกทำอะไรกับหุ้นของตระกูลเรา!" กานต์แผדเสียงตะคอกใส่คินน์ด้วยความสติหลุด แม้ขาจะสั่นพับๆ แต่ความเย่อหยิ่งโง่เขลาในสายเลือดก็ยังสั่งให้เขาพยายามพ่นพิษใส่คนตรงหน้า "ไอ้สวะ! แกใช้เส้นสายสกปรกอะไรวะ!"
คินน์ไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขายืนกอดอกมองภาพความพินาศตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย เย็นชาเสียจนน่ากลัว รัศมีคุกคามรอบตัวแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนที่ยืนล้อมรอบต่างพากันถอยร่นโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปใกล้กานต์ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับพญายมที่กำลังเดินมาทวงวิญญาณ
"เส้นสายงั้นเหรอ?" คินน์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย "ฉันเตือนคุณแล้วกานต์... ว่าคนเราถ้าไม่รู้จักเจียมตัว จุดจบมักจะน่าสมเพชเสมอ และคุณกับแม่ของคุณ ก็เลือกเส้นทางนี้เอง"
มือเรียวของคินน์ปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทราคาแพงที่เพิ่งสวม ก่อนจะปรายตามองคุณหญิงรัชนีที่กำลังดิ้นรนพยายามตะเกียกตะกายคว้าชายกระโปรงของเขาด้วยความหมดสภาพ
"ช่วยด้วย... คินน์ ลูกแม่... ช่วยตระกูลเราทีเถอะนะ!" คุณหญิงรัชนีเอ่ยเสียงสั่นพร่า น้ำตาไหลอาบแก้มยับย่น
คินน์ก้มมองด้วยหางตาไร้ซึ่งความปรานี "ตอนที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนอื่น คุณเคยคิดถึงคำว่า 'ช่วย' บ้างไหมครับ... อ๊ะ ขออภัย ฉันลืมไปว่าคนอย่างพวกคุณรู้จักแต่คำว่า 'เอาเปรียบ'"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด แรงกดดันรอบตัวพลันทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีกระดับ เมื่อเสียงฝีปากรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *คลิก... คลิก... คลิก...* เป็นจังหวะที่ทรงพลังและสะกดทุกสายตาให้หันไปมองเป็นตาเดียว
ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงความทรงอำนาจก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างคินน์ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงอย่างประณีตเผยให้เห็นโครงหน้าคมคายดั่งรูปสลัก ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรี ทว่าเมื่อเธอมองมาที่คินน์ แววตานั้นกลับเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและภักดีอย่างสุดซึ้ง
ลินิน... คุณหนูตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่หายตัวไปจากแวดวงสังคมไฮโซนานนับปี บัดนี้เธอกลับมาแล้ว และการปรากฏตัวของเธอก็พร้อมที่จะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทางคินน์ให้แหลکคาเท้า
กานต์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน "ลินิน! เธอ... เธอมาทำอะไรที่นี่ ทำไมถึงมาอยู่กับไอ้สวะนี่!"
ลินินปรายตามองกานต์ด้วยหางตา ราวกับกำลังมองเศษขยะชิ้นหนึ่งที่ไร้ค่าบนพื้น เธอไม่แม้แต่จะชายตาแลความตกใจของชายหนุ่มผู้อเคยดูถูกเหยียดหยามคินน์ในอดีต หญิงสาวหันไปสบตากับคินน์ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวออกมายืนบังหน้าเขาไว้ครึ่งก้าวเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและปกป้องอย่างออกนอกหน้า
"ปากระวังหน่อยนะคะ คุณกานต์" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ก้องกังวานไปทั่วโถงกว้าง "คนที่คุณกำลังเรียกว่าสวะเมื่อครู่ คือประธานคนใหม่ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดร้อยเปอร์เซ็นต์ของเครือธุรกิจที่คุณเพิ่งโดนถีบหัวส่งเมื่อนาทีที่แล้วต่างหากล่ะคะ"
คำพูดของลินินราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นอีกระลอก กานต์หน้าซีดเผือดลงจนแทบจะเป็นสีเดียวกับกระดาษ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้!" กานต์ส่ายหัวระรัว ถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับเสาหิน "เธอเป็นแค่นายหน้าตกอับ... ทำไมถึง..."
ลินินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เยือกเย็นและเสียดแทงหัวใจคนฟังที่สุด "นายหน้าตกอับงั้นเหรอคะ? หึ... ฉันยอมทิ้งทุกอย่างในตระกูล เพื่อมาอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายคนนี้ต่างหากล่ะคะ และวันนี้... ฉันก็แค่มาทวงคืนทุกอย่างที่พวกคุณเคยเหยียบย่ำเขาไว้"
เธอสะบัดข้อมือเบยๆ บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตที่เดินตามหลังมาก็ก้าวเข้ามาล้อมกรอบครอบครัวกานต์ไว้ทันทีอย่างไร้ทางหนี
คินน์มองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ลึกลงกว่าเดิม มือหนายื่นออกไปโอบไหล่บางของลินินไว้อย่างหลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและทรงอำนาจเกินกว่าใครจะแตะต้องได้
ดวงตาคมกริบของคินน์จ้องมองกานต์ที่กำลังคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น
"จำความรู้สึกนี้ไว้นะครับกานต์... เพราะนี่มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น"
คินน์เอื้อมมือไปรับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทจากมือเลขาฯ ส่วนตัวที่เดินเข้ามาโค้งคำนับ เขาเปิดมันออกเผยให้เห็นลายเซ็นอนุมัติคำสั่งยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลกานต์ ก่อนจะตวัดปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างไม่ลังเล ท่ามกลางเสียงประกาศจากระบบเสียงของห้างที่ดังขึ้นซ้ำเติมสถานการณ์ว่า *"ท่านประธานคนใหม่แห่งคินน์กรุ๊ป ได้เดินทางมาถึงอย่างเป็นทางการแล้ว"*
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของไอศกรีมมินต์ช็อกนะคะ หวังว่าจะหลงรักความแซ่บในตอนนี้กันค่ะ
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 6
พบเจอกับรักแรก
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!