เสียงปรบมือระลอกสุดท้ายในห้องประชุมใหญ่เพิ่งเงียบลง แต่คลื่นความสั่นไหวในใจของลินินยังคงกระเพื่อมไหวรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—คินน์ ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตระกูลกานต์และสังคมเหยียบย่ำราวกับเศษฝุ่น แต่วินาทีนี้ เขากลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ลายเซ็นบนเอกสารยึดทรัพย์ตระกูลกานต์เมื่อครู่ ไม่ใช่แค่การชำระหนี้แค้น แต่มันคือประกาศิตแห่งการล้างบางที่เด็ดเดี่ยวที่สุดเท่าที่มินต์ช็อกเคยเห็นมาในชีวิตการเป็นนักเขียน
"ไปกันเถอะค่ะลินิน"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเจือความเหนื่อยล้าในอดีต บัดนี้กลับทรงพลังและอบอุ่นจนน่าใจหาย คินน์หันกลับมาส่งยิ้มให้เธอ รอยยิ้มที่มอบให้แค่ลินินคนเดียว—ผู้หญิงที่กอดคอกันร้องไห้ในห้องเช่าแคบๆ วันที่เขาไม่มีแม้แต่บาทเดียว และเป็นคนเดียวกันที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างในวันที่พายุโหมกระหน่ำ
รถหรูโรลส์-ройซ์สีดำสนิทเคลื่อนตัวมารับพวกเขาอย่างนไร้รอยต่อ ประตูถูกเปิดออกโดยบัทลอร์ในชุดสูทสากล ทว่าจุดหมายปลายทางไม่ใช่คฤหาสน์หรือคอนโดมิเนียมหรูทั่วไป แต่เป็นตึกระฟ้าใจกลางมหานครที่สว่างไสวด้วยแสงไฟระยิบระยับ—ตึกที่ขึ้นชื่อว่าค่าเช่าพื้นที่แพงที่สุดในประเทศ และผูกขาดการจองโดยเศรษฐีระดับโลกเท่านั้น
ลิฟต์ส่วนตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้าด้วยความเร็วสูง บรรยากาศภายในเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ลินินก้มมองชุดเดรสเรียบง่ายที่เธอสวมใส่ แม้จะเป็นแบรนด์เนมที่คินน์เพิ่งให้เลขาฯ ไปกวาดซื้อมาให้เมื่อช่วงบ่าย แต่เธอก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้เมื่อคิดถึงสถานที่ที่กำลังจะไป
"คินน์คะ... พาฉันมาที่นี่ทำไมคะเนี่ย ชั้นนี้มัน..." ลินินเอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแววระคนสงสัย
"ดินเนอร์ค่ะ" คินน์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายความเจ้าเล่ห์ในดวงตาคมกริบ "ฉันบอกแล้วไงคะว่า ทุกอย่างที่พวกมันเคยพรากไปจากเธอและฉัน ฉันจะทวงคืนและชดเชยให้เป็นร้อยเท่า... รวมถึงมื้อค่ำที่พวกเราเคยโดนไล่ตะردออกจากร้านข้างทางเมื่อสามปีก่อนด้วย"
คำพูดนั้นสะกิดความทรงจำสีเทาในอديตขึ้นมาฉับพลัน วันนั้น... วันที่กานต์กระชากแขนเธอออกไปพร้อมกับหัวเราะเยาะเย้ยใส่หน้าคินน์ว่า 'ไอ้กระจอกไม่มีวันรวย'
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นตัดภวังค์ ประตูโลหะสีทองอร่ามค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นวิวพาโนรามา 360 องศาของเส้นขอบฟ้าเมืองหลวงที่งดงามราวกับภาพวาด ทว่าสิ่งที่ทำให้ลินินต้องอ้าปากค้างไม่ใช่ทิวทัศน์เบื้อง่าง แต่เป็นความจริงที่ว่า... ทั้งชั้นดาดฟ้าขนาดมหึมานี้ไร้เงาผู้คน มีเพียงโต๊ะอาหารริมกระจกใสตัวเดียวที่ประดับด้วยเทียนไขและดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ ไม่มีแขกคนอื่น ไม่มีพนักงานยืนเกะกะ มีเพียงเชฟระดับมิชลินสามดาวสองคนที่ยืนโค้งคำนับรอต้อนรับอยู่เงียบๆ
"ปิดชั้น... เพื่อเราสองคนเหรอคะ?" ลินินหันไปมองหน้าเขา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน
"ไม่ใช่แค่ปิดชั้นค่ะลินิน" คินน์เดินเข้าไปใกล้ โอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนเบาๆ จากร่างของหญิงสาว "ฉันซื้อตึกนี้ทั้งตึกแล้ว... เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครหน้าไหนเข้ามารบกวนเวลาของเราได้อีก"
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความคลั่งไคล้ ทำเอาหัวใจของลินินเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหรูหราอลังการตรงหน้าไม่ใช่แค่เรื่องของเงินตรา แต่มันคือสัญลักษณ์ของความปลอดภัยสูงสุดที่ผู้ชายคนนี้มอบให้เธอ—ผู้ชายที่พร้อมจะพลิกแผ่นดินเพื่อปกป้องเธอจากความเจ็บปวดทั้งหมด
อาหารรสเลิศถูกทยอยเสิร์ฟอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ คินน์คอยดูแลตักอาหารใส่จานให้เธอด้วยความใส่ใจ ราวกับว่าความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดที่เขาใช้จัดการกับตระกูลกานต์เมื่อช่วงบ่ายเป็นเพียงภาพลวงตา
"ทานนี่หน่อยสคะ ลินิน" เขาเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับยื่นชิ้นเนื้อปลาชุบซอสทรัฟเฟิลมาจ่อที่ริมฝีปากอิ่ม "เธอผอมลงไปเยอะเลยรู้ไหมคะ ตั้งแต่ต้องคอยมารับแรงกระแทกแทนฉัน"
ลินินเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะยอมอ้าปากรับรสชาติละมุนลิ้น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมคายคู่นั้น "แล้วคุณล่ะคะ... เหนื่อยไหม? ที่ต้องแบกรับเรื่องทั้งหมดนี้ไว้คนเดียว"
คินน์ชะงักไปนิดวินาทีหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจและทรงเสน่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น "ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเหนื่อยค่ะ... แต่ตอนนี้ที่หันไปแล้วเจอเธออยู่ตรงนี้ ฉันรู้สึกว่า... ทุกอย่างที่ทำมันคุ้มค่าเกินกว่าจะประเมินราคาได้แล้ว"
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยเคมีที่ร้อนแรงและลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ที่ผูกพันผ่านความยากลำบากบ่มเพาะให้ความรักครั้งนี้แน่นแฟ้นจนไม่มีคมมีดเล่มไหนสามารถกรีดให้ขาดได้
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขมักสั้นเสมอ
ขณะที่คินน์กำลังจะเอื้อมมือมาเช็ดคราบซอสที่มุมปากให้ลินิน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบจากทางบันไดหนีไฟฝั่งดาดฟ้า ตามมาด้วยเสียงโวยวายและเสียงทะเลาะวิวาทของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่พยายามห้ามปรามใครบางคน
"ปล่อยฉันนะ! แกรูู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! ฉันเป็นถึงคู่หมั้น... เป็นคุณหนูตระกูลกานต์นะเว้ย!"
เสียงกรีดแหลมสูงที่คุ้นเคยดังแว่วเข้ามาจนลินินต้องขมวดคิ้วมุ่น คินน์ชักมือกลับ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและไร้อารมณ์ในเสี้ยววินาที
เงาร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูที่ยับยู่ยี่และใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาพุ่งพรวดออกมาจากประตูหนีไฟ เธอหอบหายใจรุนแรง ดวงตาดุร้ายแดงก่ำกวาดตามองหาเป้าหมายก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะอาหารสุดหรูตรงกลางดาดฟ้า
นั่นคือ... รสา ลูกพี่ลูกน้องของลินิน และเป็นคู่หมั้นเก่าของกานต์ ผู้หญิงที่เคยเหยียดหยามและหัวเยาะเย้ยหยันเธอในงานสังคมบ่อยครั้งที่สุด!
รสาจ้องมองภาพดินเนอร์สุดอลังการและผู้ชายคนที่พวกเธอเคยตราหน้าว่าเป็น 'ขอทานไร้ค่า' ด้วยสายตาที่แทบไม่เชื่อว่าตนเองกำลังฝันไป ก่อนที่ความโกรธแค้นและสติที่ขาดผึ่งจะทำให้เธอพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับกรีดร้องสุดเสียง
"คินน์! นังลินิน! พวกแกสองคนกล้าดียังไง..."
*กริ๊ง!* เสียงแก้วไวน์ล้มคว่ำ น้ำสีแดงฉานไหลนองลงบนผ้าปูโต๊ะสีขาวบริสุทธิ์ ขณะที่รสาพุ่งเข้ามาประชิดตัวโต๊ะด้วยท่าทางคลุ้มคลั่ง ทว่าเธอยังไม่ทันได้เอ่ยประโยคด่าทอใดๆ ออกมาจนจบ คินน์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษแผ่รังสีอำมหิตกดดันจนรสาต้องสะดุ้งถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
คินน์ไม่ได้แม้แต่จะชายตามองเธอด้วยความโกรธ เขากลับหันไปพยักหน้าให้เลขาฯ ส่วนตัวที่เดินตามรสาขึ้นมาติดๆ พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำอีกเล่มหนึ่ง
"เชิญคุณรสาดูให้เต็มตาค่ะ" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "เพราะนี่คือเอกสารใบสุดท้ายที่จะทำให้ตระกูลกานต์ของเธอกลายเป็น... บุคคลล้มละลายอย่างแท้จริง เริ่มนับถอยหลังการถูกขับไล่ออกจากคฤหาสน์ได้เลยค่ะ... ภายในสาม... สอง..."
หัวใจของลินินกระตุกวูบ เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธอไว้ด้วยความรู้สึกที่ทั้งสะใจและหวาดหวั่นในอำนาจอันไร้ขีดจำกัดของเขา...
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเสพความฟินและความสะใจไปด้วยกันนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ! - ไอศกรีมมินต์ช็อก
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 7
ดินเนอร์มูลค่าหมื่นล้าน
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!