พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 29

ลินินถูกลักพาตัว

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
กลิ่นอานิสงส์แห่งความประมาทมักส่งกลิ่นเหม็นเน่าเร็วกว่าซากศพเสียอีกค่ะ ลินินตระหนักถึงสัจธรรมข้อนี้อย่างถ่องแท้ในเสี้ยววินาทีที่ความมืดสนิทเข้าโอบล้อมทัศนวิสัยของเธอ พร้อมกับสัมผัสหยาบกร้านของผ้าดิบที่ถูกกระชากผูกปิดปากอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งความปรานี แรงกระชากจากด้านหลังทำให้ร่างเพรียวบางเซถลาชนเข้ากับแผงอกแข็งกระด้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นบุหรี่ฉุนกึกและน้ำหอมราคาถูก ลินินพยายามกรีดร้องสุดเสียง แต่เสียงที่หลุดลอดออกมาจากลำคอได้มีเพียงเสียงอู้อี้ในลำคอที่แหบแห้ง สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง—*นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ* ชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ที่คินน์เพิ่งชี้ให้เธอดูเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา มันคือชื่อของบริษัทเชลล์คอมพานีที่เชื่อมโยงกับบัญชีลับของกานต์ อดีตแฟนเก่าจอมหิวเงินที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคินน์อย่างไม่ใยดี และตอนนี้... มันกำลังกลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขาผ่านความสกปรกโสมมที่สุด "ดิ้นไปก็เปล่าประโยชน์ครับคุณหนูลินิน... คนสวยระดับคุณนี่ น่าเอาไปต่อรองกับไอ้เด็กสร้างคินน์มันนัก ว่ามันจะยังเก่งกาจทำเป็นทองไม่รู้ร้อนได้อีกสักกี่น้ำ" เสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหู พร้อมกับแรงฉุดกระชากให้เธอถอยร่นเข้าไปในมุมอับของลานจอดรถใต้ดินที่ขึ้นชื่อเรื่องความเปลี่ยวร้าง ลินินส่งสายตาดุดันผ่านความมืด เธอกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวที่แล่นริ้วไปตามไขสันหลัง แต่สัญชาตญาณของการเป็นผู้หญิงที่ยืนหยัดเคียงข้างคินน์ผู้กุมอำนาจเหนือกว่าในเวลานี้ สอนให้เธอรู้ว่าความตื่นตระหนกคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับศัตรู เธอแสร้งทำเป็นอ่อนปวกเปียก ยอมปล่อยให้ร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบ เพื่อลดความระแวดระวังของคนร้าย มือเรียวที่ถูกไขว้ไว้ด้านหลังแอบใช้นเล็บจิกขูดเข้ากับเศษกรวดบนพื้น พยายามควaานหาโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่ร่วงหล่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุม—*ขอร้องล่ะ... ปุ่มฉุกเฉินเชื่อมต่อระบบดาวเทียมที่คินน์ติดตั้งไว้ให้ จงทำงานเถอะนะ!* ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร คินน์กำลังยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าทรงพลัง ความเงียบงันภายในห้องช่างน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อสัญญาณจีพีเอสจากสร้อยข้อมือเพชรที่ลินินสวมอยู่ เริ่มกะพริบถี่ๆ และเคลื่อนที่ออกจากจุดเดิมด้วยความเร็วสูง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังที่เขาจงใจเปิดประตูต้อนรับไว้เองต่างหาก "กล้าดียังไง... เอาผู้หญิงของฉันไปเป็นตัวประกัน" คินน์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงต่ำทุบกระชากใจ เขากดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะด้วยความเร็วแสง "เตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัว และทีมบอดี้การ์ดติดอาวุธครบมือ... เราจะไปเยี่ยมแขกไม่ได้รับเชิญกันหน่อย" ตัดกลับมาที่ลานจอดรถมืดทึบ ลินินถูกดันให้พิงแผ่นหลังติดกับเสาปูนซีเมนต์หนาทึบ กานต์ก้าวออกมาจากเงาน้ำพุแห้ง ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับคนคลุ้มคลั่งจากการเสพติดอำนาจปลอมๆ ที่ใกล้จะพังทลาย "แปลกใจไหมลินิน?" กานต์หัวسเราะในลำคอ เดินเข้ามาใกล้จนกลิ่นลมหายใจเหม็นหืนปะทะใบหน้า "เธอทิ้งฉันไปเลือกไอ้สวะไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนั้น สุดท้ายเป็นไงล่ะ? มันก็แค่ไอ้หน้าตัวเมียที่หลบอยู่หลังกระโปรงผู้หญิงอย่างเธอ วันนี้ฉันจะทำให้มันเห็นว่า ผู้หญิงที่มันรักนักรักหนาต้องมีสภาพเป็นยังไง!" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตแฟนหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา เธอไม่ได้หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ปากที่ถูกปิดด้วยผ้าถูกกัดจนหลุดร่อนออก เผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด "นายมันก็เป็นได้แค่สุนัขจนตรอก กานต์..." ลินินเค้นเสียงพูดออกมาช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "นายคิดว่าจับฉันมาแล้วคินน์จะก้มหัวให้นายอย่างนั้นเหรอ? นายประเมินผู้ชายคนนั้นต่ำเกินไป... และนายกำลังจะชดใช้ความโง่เขลาของตัวเองด้วยความพินาศที่แม้แต่แผ่นดินก็ไม่กล้ากลบหน้า" "หุบปาก!" กานต์ตวาดลั่น ยกมือขึ้นเงื้อมหมายจะตบลงบนใบหน้าเนียนนุ่มของหญิงสาวเพื่อระบายความคับแค้นใจ ลินินหลับตาลงเตรียมรับแรงปะทะ แต่ทว่า... วินาทีที่ฝ่าฝืนหยาบกำลังจะเหวี่ยงลงมา เสียงคำรามกึกก้องของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวจากเบื้องบน จนแรงลมมหาศาลพัดกระโชกฝุ่นละอองและเศษกระดาษปลิวว่อนไปทั่วลานจอดรถ แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลกำลังสูงนับร้อยดวงสาดส่องลงมาจากท้องฟ้า ราวกับพระอาทิตย์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อพิพากษาความมืดมิดเบื้องล่าง กานต์ชะงักกึก แหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของมันซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่ประทับอยู่ข้างลำตัวเครื่องบิน ประตูลานจอดรถด้านข้างถูกถีบพังกระเด็นด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มบอดี้การ์ดในชุดสูทดำนับสิบชีวิต คินน์ก้าวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าแผ่รังสีอำมหิตที่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบหยุดไหลเวียน เขากวาดสายตาคมกริบมองกานต์ที่กำลังตัวสั่นเทา ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ลินินที่ส่งยิ้มโล่งอกให้เขา "ปล่อยมือจากผู้หญิงของฉัน..." คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาแต่ทรงพลังอำนาจจนทำให้กานต์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในทันที "ไม่อย่างนั้น... ฉันจะทำให้นายหายไปจากแผนที่โลกใบนี้โดยที่ไม่มีใครหาศเจอแม้แต่เศษกระดูก" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับความสะใจในบทนี้นะคะ บทต่อไปเตรียมพบกับการโต้กลับที่เด็ดดวงจนแทบหยุดหายใจค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%