เสียงทุบโต๊ะกระจกนิรภัยในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลดังดังสนั่นหวั่นไหว จนแก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงสั่นสะเทือน ลินินถูกกักตัวไว้ที่นี่ตามคำสั่งของพวกผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ขณะที่กานต์ยืนกอดอกยิ้มเยาะด้วยความสะใจอยู่มุมห้อง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยหยามราวกับกำลังมองเศษขยะชิ้นหนึ่งที่ไร้ค่า
"เลิกดื้อด้านเสียที, ลินิน! เธอเลือกเดินตามผู้ชายกระจอกๆ อย่างไอ้คินน์ ที่ตอนนี้แม้แต่แผ่นดินก็ไม่มีซุกหัวนอน แล้วผลลัพธ์คืออะไร? เขาทิ้งให้เธอต้องมารับหน้ากับความอับอายขายหน้าในตระกูลเรา!" กานต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ลากเสียงยาวอย่างจงใจเหยียดหยาม "ตื่นจากความฝันลมๆ แล้งๆ ได้แล้ว! ผู้ชายแบบนั้นมันก็แค่สวะที่เกาะผู้หญิงกิน พอถึงเวลาคับขันมันก็วิ่งหนีเอาตัวรอดไปก่อนใครเพื่อน!"
ลินินเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ฉายแววเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็น เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตานั้นเลยแม้แต่น้อย "คนที่ตื่นจากความฝันควรจะเป็นคุณมากกว่านะคะ, กานต์... การที่คุณยังสำคัญผิดคิดว่าเงินทองและอำนาจจอมปลอมจะซื้อทุกอย่างได้ มันน่าสมเพชเสียยิ่งกว่าอะไรดี"
"ปากดีนักนะ!" กานต์กัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกตอกหน้าเข้าอย่างจัง เขายกมือขึ้นทำท่าจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนผู้หญิงตรงหน้าให้หลาบจำ
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของกานต์จะทันได้แตะต้องตัวลินิน ประตูห้องประชุมบานมหึมาก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากด้านนอก!
แรงลมกระโชกยามวิกาลพัดพาความเย็นเยียบเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งห้อง บรรยากาศรอบตัวพลันดิ่งวูบลงราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงนับสิบองศา ร่างสูงโปรสงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองผู้คนในห้องด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนทุกคนต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
นั่นคือ "คินน์"
ชายหนุ่มผู้ที่พวกมันเคยตราหน้าว่าเป็นแค่พนักงานบริษัทไส้แห้ง ไร้อนาคต และเป็นสวะสังคม แต่ในวินาทีนี้... เขากลับดูคล้ายพญามัจจุราชที่ก้าวออกมาจากขุมนรกเพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างด้วยมือของตนเอง
"แก..." กานต์ชะงักกึก กลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบากเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น "แกกล้าดียังไงถึงโผล่หัวมาที่นี่! คิดว่ามีปัญญาหาเงินมาชดใช้หนี้มหาศาลของนังนี่หรือไง ถึงได้ทำ面子 (หน้าใหญ่) เดินเข้ามาแบบนี้!"
คินน์ไม่แม้แต่จะชายตามองกานต์ เขาราวกับมองเห็นอีกฝ่ายเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า ร่างสูงก้าวเดินผ่านกลุ่มผู้ใหญ่ตระกูลใหญ่ตรงไปยังเก้าอี้ที่ลินินนั่งอยู่ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่เขาจะยื่นมือไปประคองใบหน้าเรียวของคนรักขึ้นมาสำรวจด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเดือดดาลระอุ
"ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม... ว่าต่อให้พลิกแผ่นดินนี้ หรือต้องควักเงินซื้อทั้งตระกูลนี้มาเป็นของเล่น ฉันก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องเส้นผมของเธอแม้แต่เส้นเดียว" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยกระซิบข้างใบหูลินินนั้นเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวอย่างรุนแรง
ลินินส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขา ดวงตาคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำ ริมฝีปากสั่นระริกเล็กน้อย "ฉันรู้ค่ะ... ฉันรู้ว่าคุณต้องมา"
คินน์หันกลับมาเผชิญหน้ากับเหล่าผู้ใหญ่และกานต์อีกครั้ง ร่างของเขายืนตระหง่านแผ่รังสีคุกคามจนทุกคนต้องถอยร่นโดยสัญชาตญาณ เขาควักการ์ดสีดำสนิททำจากโลหิตไทเทเนียมฝังเพชรเม็ดเล็กระยิบระยับออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีบร้อน
"พวกคุณอยากได้เงินนักไม่ใช่หรือ?" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนก้องกังวานไปทั่วห้อง "บัญชีทั้งหมดของตระกูลกานต์ และหนี้สินของลินิน... ผมเหมาจ่ายหมดในสิทธิ์เดียวตรงนี้"
"ฮ... ฮ่าๆๆ แกเพ้อเจ้ออะไรวะ! การ์ดบ้านั่นมันก็แค่พลาสติกห่วยๆ ที่ทำเลียนแบบขึ้นมาหลอกเด็ก เพื่อกลบเกลื่อนความจนของแกสินะไอ้คินน์!" กานต์หัวเราะกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ แม้ลึกๆ จะเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีกับแววตานิ่งสนิทคู่นั้น
คินน์แค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เขาส่งการ์ดสีดำใบนั้นให้เลขาหนุ่มที่เดินตามหลังเข้ามารับหน้าที่ต่อ พร้อมกับเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไร้สายความเร็วสูงที่ถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น
*ตี๊ด!*
เสียงสัญญาณเครื่องรูดบัตรดังขึ้นยาวนาน ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกสายตาจดจ้องไปยังหน้าจอเรืองแสงสีฟ้าที่แสดงตัวเลขยอดเงินมหาศาลระดับเก้าหลักถูกตัดผ่านอย่างไร้รอยต่อ และตามมาด้วยสลิปกระดาษความร้อนที่พ่นออกมาอย่างรวดเร็วจนสุดความยาว
หน้าจอแสดงผลคำว่า: **[APPROVED / โอนเงินสำเร็จ - วงเงินไม่จำกัด]**
ร่างของกานต์เข่าทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นพรมทันที ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกมาจากเบ้าเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองเพิ่งหาญกล้าไปท้าทายอภิมหาเศรษฐีตัวจริงที่สามารถซื้อบริษัทของครอบครัวเขาได้ภายในพริบตาเดียว
คินน์ก้มลงมองกานต์ที่กำลังสั่นเทาอยู่แทบเท้า ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระชากวิญญาณที่ทำให้คนฟังอยากจะตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
"เกมแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... เตรียมตัวรับผลกรรมที่พวกแกก่อไว้ได้เลย"
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานมาจากดาดฟ้าตึกเหนือศีรษะ พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำนับสิบคนที่ก้าวเข้ามาล้อมรอบห้องประชุมแห่งนี้ไว้ทั้งหมดอย่างไร้ทางหนี...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับความสะใจในบทนี้นะคะ บทต่อไปเตรียมพบกับการโต้กลับที่เด็ดดวงจนแทบหยุดหายใจค่ะ!
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 30
ความเดือดดาลของคินน์
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!