พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 18

คฤหาสน์พันล้าน

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
“ฉันบอกเธอร้อยครั้งแล้วนะลินิน ว่าสภาพอย่างเธอกับไอ้สวะคินน์ มันไม่มีปัญญาแม้แต่จะเหยียบเข้ามาสูดอากาศในย่านนี้ด้วยซ้ำ!” เสียงหัวاะเยาะหยันของกานต์ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องรับรองสุดหรูของโครงการบ้านจัดสรรระดับอัลตร้าลักxury ริมทะเลสาบส่วนตัว ชายหนุ่มในสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่เบื้องหน้า โดยมีพนักงานขายสาวแต่งหน้าจัดจ้านยืนยิ้มรับด้วยสายตาดูกล้าหาญและเหยียดหยามไม่แพ้กัน ลินินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน มือเรียวบางภายใต้เสื้อโค้ตผ้าแคชเมียร์ตัวยาวกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังเสียงเห่าหอนของอดีตแฟนหนุ่มผู้เห็นแก่ตัวคนนี้ แต่เพราะความบังเอิญ—หรือจะเรียกว่าเวรกรรมนำพา—ที่ทำให้เธอต้องมาเจอกับกานต์ที่กำลังทำสัญญาจะซื้อคฤหาสน์หลังมุมมูลค่าร้อยล้านเพื่อประกาศศักดาความร่ำรวยให้โลกโซเชียลประจักษ์ “กานต์ คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาดูถูกพวกเราแบบนี้นะคะ” ลินินเชิดหน้าขึ้น นัยน์ตากลมโตฉายแววเยือกเย็น เธอไม่ใช้ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเหมือนในอดีตอีกแล้ว ตั้งแต่ที่เธอยอมทิ้งตระกูลผู้ดีเก่าเพื่อมาอยู่เคียงข้างคินน์ เธอก็เรียนรู้ที่จะเติบโตและแข็งแกร่งไปพร้อมกับชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเงาที่คนพวกนี้ไม่มีวันเอื้อมถึง “ดูถูกเหรอ? ฉันแค่พูดความจริงต่างหาก!” กานต์แค่นหัวเราะเสียงดังลั่น ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวด้วยแววตาหิวกระหายอำนาจและเงินตรา “เกาะไอ้หน้าตัวเมียที่ถูกไล่ออกจากบริษัทด้วยข้อหาทุจริตเนี่ยนะ ชะตากรรมของเธอมันคงไม่พ้นต้องไปเช่าห้องรูหนูอยู่กินมาม่าปลากระป๋องหรอกน่าลินิน! เสียดายจริง ๆ ที่ตอนนั้นฉันยอมปล่อยเธอมา ไม่ง่ายเลยนะที่ผู้หญิงโง่ ๆ อย่างเธอจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตหรูหรา... แต่ก็นั่นแหละ คนมันไม่มีวาสนา!” พนักงานขายสาวรีบเสริมขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงดัดจริต “ใช่ค่ะคุณกานต์ ลูกค้าที่จะซื้อโครงการ ‘The Grand Elysium’ ของเราได้ อย่างน้อยต้องมีสินทรัพย์สุทธิไม่ต่ำกว่าห้าร้อยล้านนะคะ คนบางคน... แค่ค่าบำรุงรักษารายเดือนยังไม่มีปัญญาจ่ายเลยค่ะ กรุณาอย่ามายืนขวางทางเดินและทำลายบรรยากาศหรูหราของลูกค้า VIP เลยค่ะ เชิญป้ายหน้าเถอะค่ะ” บรรยากาศในห้องรับรองเงียบกริบลงชั่วพริบตา ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นบนเรียวปากบางของลินินแม้แต่น้อย มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเวทนา... เวทนาในความโง่เขลาเบาปัญญาของมนุษย์ที่มองเห็นโลกแคบเพียงแค่ปลายจมูกของตนเอง “พูดจบหรือยังครับ?” น้ำเสียงนุ่มทุบกังวานและเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากด้านหลัง ขัดจังหวะการเยาะเย้ยถากถางของกานต์ลงอย่างสิ้นเชิง คินน์ก้าวเข้ามาในห้องรับรองด้วยท่าทีสง่างาม ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปรับกับไหล่กว้างและเรียวขาเพรียว ส้นรองเท้าหนังแท้กระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานหนักแน่น ทุกย่างก้าวของเขาแผ่ซ่านไอเย็นยะเยือกและแรงกดดันมหาศาลจนพนักงานขายสาวถึงกับผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “ไอ้...ไอ้คินน์! แกกล้าดียังไงมาโผล่ที่นี่วะ!” กานต์หน้าถอดสีไปชั่วขณะเมื่อเห็นหน้าศัตรูหัวใจ แต่ความเย่อหยิ่งก็รีบกลับมาครอบงำอีกครั้งเมื่อนึกถึงสถานะทางการเงินของตนในตอนนี้ “อ๋อ แกคงมาสมัครเป็น รปภ. แถวนี้สินะสภาพแบบนี้ต่อให้ทำงานสิบชาติก็ไม่มีปัญญาซื้อลูกบิดประตูบ้านฉันหรอกเว้ย!” คินน์ไม่ได้ชายตามองกานต์แม้แต่น้อย สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองเอกสารจองสิทธิ์บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับผู้จัดการฝ่ายขายระดับภูมิภาคที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “ท่านประธาน... คือว่า...” ผู้จัดการหนุ่มหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อจำหน้าชายหนุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของบริษัทแม่ที่เพิ่งกว้านซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์หรูทั่วประเทศในสัปดาห์นี้ได้ “ฉันมาตรวจดูสินค้า... ที่ฉันจะซื้อให้ภรรยาของฉันต่างหาก” คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ เขาเดินผ่านกานต์ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงธาตุอากาศ โอบเอวบางของลินินเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนลุ่มลึกที่สงวนไว้ให้เธอผู้เดียว “คินน์คะ...” ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏบนใบหน้าสวย “คุณหมายถึง... บ้านหลังนั้นเหรอคะ?” “ไม่ใช่แค่หลังนั้นหรอกครับที่รัก” คินน์กระซิบเสียงนุ่ม ริมฝีปากหยักลึกคลี่ยิ้มร้ายกาจ “ผมเหมาทั้งโครงการนี้ไว้เป็น ‘เรือนหอ’ ของเราเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่แปลง A จนถึงแปลง Z เพื่อไม่ให้มีเศษสวะตัวไหนมาทำลายบรรยากาศความเป็นส่วนตัวของเราได้อีก” สิ้นคำพูดนั้น... ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องรับรอง กานต์อ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ “มะ... เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ! เหมาทั้งโครงการ?! เป็นไปไม่ได้! แกมันแค่ไอ้พนักงานจนตรอกที่เพิ่งถูกไล่ออก!” ผู้จัดการฝ่ายขายรีบปาดเหงื่อละล่ำละลักอธิบายด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “จ... ริงครับคุณกานต์ ท่านประธานคินน์ได้โอนเงินสดเต็มจำนวนมูลค่าสองพันล้านบาทเพื่อซื้อโครงการนี้ทั้งหมดเมื่อสิบนาทีที่แล้ว เอกสารการจองของท่าน... ถูกยกเลิกและคืนเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วครับ!” พนักงานขายสาวที่เพิ่งปากดีใส่ลินินถึงกับทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ เธอเพิ่งจะไล่เจ้าของโครงการตัวจริงออกไปจากร้าน... และที่สำคัญ เธอกำลังจะตกงานในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า “คุณกานต์ครับ” คินน์หันกลับมามองอดีตเพื่อนร่วมงานด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก “เมื่อครู่คุณบอกว่าผมไม่มีปัญญาแม้แต่จะเหยียบเข้ามาใช่ไหมครับ? งั้นตอนนี้... เชิญคุณช่วยกรุณา ‘ไสหัว’ ออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวของผมด้วยครับ ก่อนที่ผมจะให้ รปภ. ลากตัวคุณออกไปประจานให้สมกับความปากดีของคุณ” ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศ ร่างกายของกานต์สั่นเท้าระริกด้วยความอัปยศอดสูและความโกรธเกรี้ยวจนพูดไม่ออก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเสียหน้าอย่างถึงที่สุดเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองเป็นเพียงตัวตลกที่วิ่งเข้ามาเต้นระบำในอุ้งมือของคนที่เขาดูถูกมาตลอด คินน์ไม่สนใจไส้เดือนกิ้งกือบนพื้นอีกต่อไป เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูลินินด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นระรัว “กลับบ้านของเรากันเถอะครับ... คุณนายคินน์” ทว่า ในวินาทีที่คินน์กำลังจะยื่นบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้ขีดจำกัดวงเงินส่งให้ผู้จัดการเพื่อเซ็นรับมอบกุญแจคฤหาสน์หลักร้อยล้านหลังใหญ่ที่สุด... โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงสั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอมที่เป็นรหัสลับระดับสูงสุดจากต่างประเทศ... และเสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาด้วยความตื่นตระหนก ก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคินน์แข็งค้างไปในทันที! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%