แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กที่ร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพง ไม่ได้ส่งเสียงดังอึกทึก แต่มันกลับก้องกังวานในความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ได้อย่างน่าสะพรึงกลัว ดวงตาคมกริบของภาคินเบิกกว้างจนแทบถลน เมื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่บนกระดาษแผ่นบนสุดคือตัวเลขขาดทุนสุทธิของไตรมาสล่าสุด—ตัวเลขสีแดงฉานที่วิ่งสวนทางกับความทะเยอทะยานทั้งหมดที่เขากำลังก้าวเดิน
มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดทางการตลาดธรรมดา แต่มันคือรอยร้าวขนาดมหึมาที่กำลังกัดกินรากฐานของอาณาจักรธุรกิจที่เขาใช้เวลาสร้างมาค่อนชีวิต
"นี่มันหมายความว่ายังไง!"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและราบเรียบมาตลอด บัดนี้สั่นเครือด้วยความเกรี้ยวกราด ภาคินเงยหน้าขึ้นจ้องมองผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและหัวหน้าแผนกบัญชีที่ยืนตัวลีบอยู่ตรงหน้า ราวกับลูกนกในกำมือที่พร้อมจะถูกบดขยี้ได้ทุกเมื่อ
"คะ... คือว่าท่านประธานครับ" ชายวัยกลางคนผู้รับผิดชอบตัวเลขเหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่อยู่ "เราพยายามติดต่อไปยังกลุ่มพันธมิตรรายใหญ่ทางตอนเหนือแล้วครับ แต่ทางนั้นแจ้งยกเลิกสัญญาเพราะ... เพราะเงื่อนไขพิเศษที่เราเคยตกลงกันไว้ผ่านทางคุณรัญธิดา... ถูกระงับครับ"
ชื่อนั้น... ชื่อที่เขาพยายามลบเลือนและเหยียบย่ำให้จมดิน กลับถูกหยิบยกขึ้นมากลางห้องประชุมราวกับภูตผีที่ตามหลอน
ภาคินรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางทรีทเมนต์สมอง เขาจำได้แม่นยำ วันที่เขาเซ็นใบหย่าและยื่นข้อเสนออันเย็นชาให้รัญธิดาเดินออกไปจากชีวิต เขามั่นใจเต็มร้อยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียง "เงา" ที่ไร้พิษสง เป็นแค่อดีตภรรยาที่เกาะติดเขาเหมือนเงาตามตัว และไม่มีวันยืนหยัดอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง
แต่ในเวลานี้... วินาทีที่ไม่มีรัญธิดาอยู่คอยประสานรอยต่ออันซับซ้อนเบื้องหลัง อาณาจักรที่เขากุมอำนาจอยู่ก็เริ่มพังทลายลงทีละน้อยอย่างน่าใจหาย
"ระงับเหรอ? เธอก็แค่แม่บ้านตกอับคนหนึ่ง จะไปมีอำนาจอะไรเหนือสัญญาระดับพันล้าน!" ภาคินคำรามลั่น ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็นริ้ว ความเย่อหยิ่งทระนงตนเริ่มถูกกัดกร่อนด้วยความตื่นตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ
"ไม่ใช่แค่เรื่องสัญญานะครับท่านประธาน..." เสียงเลขาฯ หน้าห้องเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เธอวางเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะด้วยความกล้าๆ กลัวๆ "ระบบจัดซื้อ วงจรการอนุมัติงบประมาณด่วน และ... และตารางนัดหมายลับกับนักลงทุนต่างชาติ ทุกอย่างที่เคยราบรื่นเพราะมีการประสานงานหลังบ้านที่คุณรัญธิดาจัดการให้อย่างลับๆ มาตลอด... ตอนนี้มันกลายเป็นอัมพาตทั้งหมดครับ ไม่มีใครในบริษัทชุดนี้รู้ระบบระเบียบที่แท้จริงเลยสักคน เพราะพวกเราเคยชินกับการรอให้คุณรัญเป็นคนจัดการเบ็ดเสร็จมาโดยตลอดครับ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของความจริงอันโหดร้าย
ภาคินทรุดตัวลงนั่งกระแทกกับเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง ภาพในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงความรู้สึก ภาพที่เขามักจะเห็นรัญธิดานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์จนดึกดื่น ท่ามกลางกองเอกสารกองAกองใหญ่โดยที่เขาไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยปากถามว่าเธอเหนื่อยไหม หรือสิ่งที่เธอทำมันมีความหมายต่อชีวิตคู่ของเรามากแค่ไหน
เขาเคยคิดว่าเธอก็แค่ "ทำหน้าที่" ตามกรอบที่ภรรยาควรจะทำ เขาคิดว่าเงินทองและความสะดวกสบายที่เขาหามาให้ คือสิ่งตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว
แต่ในวันนี้ วันที่กระจกเงาแห่งความจริงสะท้อนให้เห็นว่า "ตัวตนที่แท้จริง" ของความสำเร็จที่เขาภาคภูมิใจนั้น แท้จริงแล้วถูกขับเคลื่อนด้วยมันสมองและหยาดเหงื่อของอดีตภรรยาที่เขาเพิ่งผลักไสออกไปอย่างไร้เยื่อใย
"ท่านประธานครับ... เราจะทำยังไงกันดีครับ โปรเจกต์ใหญ่ปลายสัปดาห์นี้ ถ้าเราเคลียร์เรื่องเอกสารการค้ำประกันไม่ได้ เราจะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมหาศาลนะครับ" เสียงลูกน้องรุกเร้าเข้ามาในโสตประสาท แต่มันกลับเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบจากโลกอื่น
ภาคินไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว หูของเขาอื้ออึง หัวใจเต้นรัวเร็วด้วยความตระหนกและความรู้สึกผิดที่ประเดประดอนเข้ามาอย่างไม่อาจต้านทาน ภาพใบหน้าเรียบเฉย แววตานิ่งสนิทไร้เยื่อใยในวันที่เธอจรดปากกาเซ็นใบหย่า ลอยเด่นชัดขึ้นมาในความทรงจำ
*รัญ... เธอทำแบบนี้กับฉันตั้งใจใช่ไหม? หรือทั้งหมดนี้คือราคาที่ฉันต้องจ่ายให้กับความโง่เขลาของตัวเอง?*
ภายในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง บรรยากาศช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิง รัญธิดานั่งจิบชาอุ่นๆ อยู่ริมระเบียงที่มองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนอันระยิบระยับ แววตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มีความสะใจหรือความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มันมีเพียงความนิ่งสงบ เยือกเย็น และเด็ดเดี่ยวราวกับผืนน้ำในคืนไร้จันทร์
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นเบาๆ หน้าจอปรากฏข้อความจากชยพล—ชายหนุ่มผู้เข้ามาเปิดประตูบานใหม่ให้เธอก้าวเดิน
*[ทุกอย่างเป็นไปตามแผนครับ คินกำลังดิ้นรนอยู่ในเขาวงกตที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเอง]*
รัญธิดายกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ฉาบด้วยความสุขสมบูรณ์ แต่มันคือรอยยิ้มของหญิงสาวผู้หยัดยืนขึ้นได้อีกครั้งบนซากปรักหักพังของชีวิตคู่ เธอนำความสามารถ ทักษะ และหยาดเหงื่อทั้งหมดที่เคยทุ่มเทให้กับสามีผู้เนรคุณ กลับมาใช้เพื่อสร้างอาณาจักรของตัวเอง อาณาจักรที่ไม่มีใครสามารถมองข้ามหัวเธอได้อีกต่อไป
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานใหญ่ของภาคิน ความมืดมิดเริ่มโรยตัวลงปกคลุมตึกสูงระฟ้า ภาคินนั่งอยู่ลำพังในห้องทำงานที่ปิดไฟเงียบ มีเพียงแสงไฟจากถนนด้านล่างที่สาดส่องเข้ามาเป็นเงาทอดยาว เขากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่น เบอร์โทรศัพท์ของรัญธิดาที่เขาไม่เคยคิดจะโทรหาด้วยความเต็มใจ ถูกเปิดค้างไว้หน้าจอ
นิ้วแกร่งที่เคยเซ็นอนุมัติโครงการพันล้านด้วยความมั่นใจ บัดนี้สั่นเทาขณะที่กำลังจะกดโทรออก เพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี
แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วนั้นจะได้กดปุ่มโทรออก เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาเบาๆ ขัดจังหวะความลังเล
"เข้ามา" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ประตูห้องทำงานเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด ยิ่งกว่าตอนที่ยืนอยู่ในห้องประชุมเสียอีก ในมือของเธอมีซองเอกสารด่วนพิเศษสีขาวสะอาดตา ที่ถูกส่งตรงมาจากสำนักงานทนายความชื่อดัง
"ท่านประธานคะ... มีเอกสารด่วนที่สุดส่งถึงคุณโดยตรงค่ะ..." เธอกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มันไม่ใช่หมายศาลจากคู่ค้าทางธุรกิจ... แต่มันคือ... คำฟ้องร้องเรียกร้องสิทธิ์ในทรัพย์สินและสัดส่วนหุ้นบริษัททั้งหมดจากผู้ถือหุ้นรายใหม่ ที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นของเราในตลาดหลักทรัพย์เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาค่ะ..."
ภาคินขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่เข้าใจ "ใครหน้าไหนมันกล้าซื้อหุ้นในช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ มันอยากล้มละลายตามฉันหรือไง?"
เลขานุการสาวก้มหน้าลงต่ำ มือที่ยื่นซองเอกสารสั่นเทาจนแทบประคองไม่อยู่ เธอกัดริมฝีปากก่อนจะเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำให้เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ผู้ถือหุ้นรายใหม่... และเป็นเจ้าของสิทธิ์เสียงข้างมากคนปัจจุบัน... คือบริษัทสถาปัตยกรรมและการลงทุนภายใต้ชื่อของ... **คุณรัญธิดาครับ**"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและซึมซับรอยร้าวไปพร้อมกับ "บันทึกคนจร" นะครับ
รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน•ตอนที่ 8
รอยร้าวในอาณาจักร
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!