กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟอาราบิก้าคั่วเข้มยังคงลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสี่สิบห้าของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าห้องเก็บศพ ภาคินยืนนิ่งค้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้วอลนัทเนื้อดี ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามกวาดมองร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "อดีตภรรยา"
คำพูดเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“ผมมารับคุณตามนัดแล้วครับ... คุณรัญธิดา หุ้นส่วนคนใหม่ของผม”*
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของชยพล ชายหนุ่มผู้ก้าวตามหลังรัญธิดาเข้ามาในห้องทำงานของเขา เปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความอีหลักอีเหลื่อของสถานการณ์ ภาคินไม่เคยคาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่า คนที่ชยพล—นักลงทุนระดับร้อยล้านที่เขาเพิ่งเซ็นสัญญาควบรวมกิจการด้วยเมื่อสัปดาห์ก่อน—จะแนะนำให้รู้จักในฐานะ "หุ้นส่วนใหญ่ภาคปฏิบัติ" กลับเป็นผู้หญิงที่เขาเพิ่งส่งใบหย่าให้เซ็นไปเมื่อสามวันก่อน
รัญธิดายังคงยืนสงบนิ่ง รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนเรียวปากคู่นั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นัยน์ตาคู่โศกที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนล้าและยอมจำนนต่อโชคชะตา บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยว เยือกเย็น และทรงพลังจนน่าเกรงขาม เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานที่ครั้งหนึ่งเธอเคยนั่งรอเขาอย่างไร้จุดหมายด้วยความรู้สึกเวทนา
"ตกใจมากหรือครับ คุณภาคิน" รัญธิดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ชายที่ยิ่งใหญ่อย่างภาคินชะงักงัน "หรือคิดว่าฉันจะจมอยู่กับบ้านหลังนั้น ร้องไห้ฟูมฟายรอเศษความเมตตาจากคุณไปชั่วชีวิต"
ภาคินกลืนก้อนความคับAข้องใจลงคออย่างยากลำบาก เขากวาดสายตามองชยพลสลับกับภรรยาของตนเอง ความหึงหวง ความประหลาดใจ และความอับอายตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเท้าจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปหาเธอ ทว่าชยพลกลับก้าวขึ้นมาขวางไว้ด้วยท่าทีสุภาพแต่เด็ดขาด พร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความท้าทาย
"ดูเหมือนว่าพวกคุณคงมีเรื่องส่วนตัวต้องคุยกันสินะครับ งั้นผมขอตัวไปตรวจดูเอกสารที่ห้องประชุมใหญ่ก่อน รัญ... เชิญตามสบายนะ" ชยพลพยักหน้ารับให้อดีตสามีภรรยาคู่นี้ด้วยมารยาทอัน,งdงาม ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป ปิดประตูห้องทำงานลงอย่างเบามือ
เมื่อความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ภาคินจึงระเบิดความอัดอั้นตันใจออกมา
"รัญ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ รัศมีคุกคามที่เขาใช้กดขี่คนอื่นมานับครั้งไม่ถ้วนถูกงัดออกมาใช้ ทว่ารัญธิดากลับไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอก เชิดหน้าสบตาเขาตรงๆ
"เรื่องบ้าอะไรหรือครับ คุณภาคิน" รัญธิดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "การที่ผู้หญิงคนหนึ่งตัดสินใจลุกขึ้นมาสร้างคุณค่าให้ตัวเอง มันบ้าตรงไหน หรือคุณคิดว่าโลกใบนี้มีแค่คุณคนเดียวที่มีสิทธิ์ขับเคลื่อนธุรกิจพันล้าน"
"คุณเอาเงินทุนมาจากไหน! คุณไม่เคยทำธุรกิจ! แล้วจู่ๆ ทำไมถึงกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมกับชยพลได้!" ภาคินตะคอกเสียงต่ำ ความหงุดหงิดพุ่งพล่านเมื่อตระหนักว่าเขารู้จักผู้หญิงคนนี้น้อยเสียเหลือเกิน ตลอดเวลาห้าปีที่แต่งงานกัน เขาเห็นเธอเป็นเพียงเงา เป็นแม่บ้านที่คอยจัดเตรียมเสื้อผ้าและอาหารรอเขาอยู่บนโต๊ะอาหารที่เย็นชืด
"ความลับครับ" รัญธิดาตอบสั้นๆ เธอยกกระเป๋าหนังทรงสุภาพขึ้นวางบนโต๊ะทำงานของเขา ก่อนจะรูดซิปเปิดออกแล้วหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางไว้ตรงหน้าเขา "แต่ถ้าคุณอยากคุยเรื่องธุรกิจ เอกสารฉบับนี้คงจะตอบคำถามคุณได้ดีที่สุด"
ภาคินก้มมองแฟ้มเอกสารนั้น หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อเห็นหัวข้อเอกสาร *'บันทึกข้อตกลงการควบรวมกิจการและการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น'* และด้านล่างสุดของเอกสารหน้าที่เปิดค้างไว้ มีลายเซ็นของเขาเองที่เซ็นอนุมัติโอนหุ้นส่วนหนึ่งให้กับบริษัทลงทุนอิสระ ซึ่งมีชื่อของ "รัญธิดา" เป็นเจ้าของนั่นเอง
"คุณ... คุณใช้ชื่อบริษัทผมซื้อหุ้นตัวเองทางอ้อมงั้นรึ!" ภาคินหน้าซีดเผือด มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามพลิกดูหน้ากระดาษ
"ถูกต้องครับ ฉันใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายที่คุณมองข้าม เพราะความประมาทและมั่นใจในอำนาจของตัวเอง" รัญธิดาย่อตัวลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตสามี "คุณคิดจะเขี่ยฉันออกจากชีวิตด้วยเงินชดเชยกระจิ๋วหลิว เพื่อเอาเวลาไปสมคบคิดกับเลขาฯ ส่วนตัวของคุณอย่างลินดาใช่ไหมล่ะครับ? น่าเสียดายนะ... ที่เกมนี้ คนที่ต้องออกไปจากบริษัทนี้ ไม่ใช่ฉัน"
ภาพความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าภาคินอย่างจัง ภาพวันที่เขาเซ็นเอกสารกองโตโดยไม่ทันได้อ่านรายละเอียด ภาพความเย่อหยิ่งที่คิดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีพิษภัยใดๆ ทุกอย่างย้อนกลับมาทุบตีเขาอย่างสาสม
"รัญ... ฟังผมก่อน" น้ำเสียงของภาคินเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความเว้าวอนอย่างไม่น่าเชื่อ เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ ทว่ารัญธิดากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ราวกับรังเกียจที่จะให้ผิวเนื้อต้องกันแม้แต่นิดเดียว
"อย่าแตะต้องตัวฉันครับ คุณภาคิน" รัญธิดากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและห่างเหิน "เราหย่ากันเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนที่คุณเซ็นชื่อลงในใบหย่าชุดนั้น โดยไม่รู้เลยว่ามันคือใบเบิกทางให้ฉันก้าวเข้ามาฮุบกิจการที่คุณรักนักรักหนานี้"
รัญธิดาหยิบซองเอกสารสีขาวอีกซองหนึ่งขึ้นมาวางทับลงบนแฟ้มธุรกิจ มันคือสำเนาใบหย่าที่มีลายเซ็นของคนทั้งคู่ พร้อมกับแหวนเพชรแต่งงานวงโตที่เธอถอดโยนลงกระทบพื้นผิวกระจกโต๊ะทำงานเสียงดัง *กริ๊ง*
"ของๆ คุณ... ฉันคืนให้" รัญธิดาหมุนตัวเตรียมจะเดินหันหลังออกจากห้อง "จากนี้ไป เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน... ในฐานะหุ้นส่วนที่คุณจะต้องก้มหัวให้เวลาประชุมบอร์ดบริหาร"
"เดี๋ยวก่อนรัญ!" ภาคินตะโกนลั่นห้อง เขาพุ่งตัวอ้อมโต๊ะทำงานตามเธอไป หมายจะรั้งเธอไว้ด้วยความสิ้นหวังที่เริ่มกัดกินหัวใจ เขารู้แล้ว... เขารู้ซึ้งแล้วว่าการสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไป มันหมายถึงการสูญเสียลมหายใจทั้งชีวิตของเขาเอง ทว่าในจังหวะที่มือหนากำลังจะเอื้อมไปคว้าชายเสื้อสูทของเธอ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันโดยชยพล พร้อมกับเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโผกอดขาของรัญธิดาไว้แน่น
"คุณแม่ครับ! คุณลุงชยพลพาผมไปกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตมาด้วย อร่อยมากเลยครับ!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นทำลายความเงียบงันทั้งหมดในห้อง
รัญธิดาย่อตัวลงอุ้มเด็กชายขึ้นแนบอก เธอยิ้มด้วยความอ่อนโยนที่ภาคินไม่เคยได้รับมานานหลายปี ก่อนจะหันมามองอดีตสามีที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน
ดวงตากลมโตของเด็กชายคนนั้น... จมูกโด่งรั้น... และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากกระจกเงาของภาคินราวกับพิมพ์เดียวกัน ทำให้ลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ขาดห้วงไปในทันที
"รู้จักเด็กคนนี้ไหมครับ... คุณภาคิน" รัญธิดาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่สุดในชีวิตของเธอ "ลูกชาย... ที่คุณเคยบอกว่า 'ยังไม่ถึงเวลาจะมี' เมื่อสี่ปีก่อนอย่างไรล่ะครับ"
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการล้างแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน•ตอนที่ 2
ใบหย่าที่วางไว้
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!