รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน•ตอนที่ 3

เสียงสะท้อนจากความเงียบ

ผลงานโดย บันทึกคนจร
ความเงียบงันภายในห้องรับแขกของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง ไม่ใช่ความเงียบสงบอันน่ารื่นรมย์ หากแต่เป็นความเงียบชนิดที่กดทับแก้วหู จนกระทั่งเสียงลมหายใจของตนเองยังฟังดูน่ารำคาญ ภาคินขยับคอเสื้อสูทราคาแพงที่ตอนนี้ยับยับยوยยับจากการกระชากอย่างไม่ใส่ใจ รอยยิ้มเยือกเย็นของรัญธิดาเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา ราวกับรอยกรีดด้วยมีดขึ้นสนิมที่ลากผ่านผิวหนัง ลึก และชาหนึบจนแทบไม่รู้สึกเจ็บในทันที แต่พิษสงของมันกำลังแล่นพล่านเข้าสู่กระแสเลือด "เด็กคนนั้น..." เขาพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นเทาอย่างที่ชายผู้กุมอำนาจบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้านไม่เคยแสดงออกมาก่อนในชีวิต ก้าวเท้าหนักๆ เดินสำรวจไปทั่วห้องที่ครั้งหนึ่งเคยมีกลิ่นอายของภรรยาผู้เงียบขรึม ภาคินจำได้ดีว่าทุกซอกทุกมุมของที่นี่เคยถูกจัดวางอย่างไร โซฟาหนังสีเบจที่รัญธิดามักนั่งงดงามพร้อมสมุดสเกตช์ภาพในมือ โต๊ะทานอาหารที่มักมีอาหารอุ่นร้อนรอคอยเขาเสมอแม้ว่าเขากลับมาถึงตีสอง และห้องทำงานเล็กๆ ที่อบ1อวลไปด้วยกลิ่นกาแฟจางๆ แต่วันนี้... ไม่มีอะไรเหลือเลย ลิ้นชักทุกบานถูกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี มันว่างเปล่า ราวกับไม่เคยมีใครใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาก่อน เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ แม้กระทั่งกระถางต้นไม้เล็กๆ ที่รัญธิดาเคยทะนุถนอมราวกับลูกน้อย ก็ถูกขนย้ายออกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและฝุ่นผงบางเบาที่เต้นระบำยามต้องแสงไฟจากภายนอก "เธอแค่ประชด..." ภาคินบอกตัวเอง เสียงนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยการปฏิเสธความจริง "เธอแค่... อยากให้ผมง้อเหมือนทุกครั้งใช่ไหมรัญ..." เขาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องที่ไร้พรมรองรับ ความเย็นยะเยือกจากพื้นหินอ่อนแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงเข้าสู่กระดูก สมองของเขาย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีก่อน วันที่รัญธิดาสวมชุดเดรสเรียบง่ายเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวังและความกลัวผสม *‘คุณคินคะ... คือว่า...’* เสียงของเธอดังแว่วขึ้นมาในความทรงจำ *‘ผมยุ่งอยู่รัญ ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร อย่าเพิ่งกวนตอนนี้เลย งานประมูลที่ดินแปลงนั้นกำลังจะหลุดมืออยู่แล้ว!’* เขาตอบกลับไปโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ *‘แต่เรื่องนี้... มันเกี่ยวกับเรานะคะ เกี่ยวกับ...’* *‘ผมบอกว่ายังไม่ถึงเวลาจะมีไงรัญ! คุณก็รู้ว่าบริษัทกำลังโต ถ้ามีลูกตอนนี้ทุกอย่างจะพังหมด!’* น้ำเสียงที่ตะคอกใส่เธอในวันนั้น ดังก้องสะท้อนกลับมาทุบตีหัวใจของเขาในยามนี้อย่างสาสม รัญธิดาในวันนั้นไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เธอเพียงแต่ก้มหน้าลง กลืนคำพูดทั้งหมดกลับลงคอ พร้อมกับก้าวถอยหลังออกไปจากห้องทำงานของเขาเงียบๆ เช่นเดียวกับการเดินหายไปจากชีวิตของเธอในวันนี้ ภาคินหลับตาลง ภาพของเด็กชายตัวน้อยในรูปถ่ายที่รัญธิดานำมาวางกระแทกใจเขาเมื่อช่วงบ่ายแล่นเข้ามาในหัวอีกระลอก ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มมุมปากที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน เด็กชายอายุประมาณสามขวบเศษ... นั่นหมายความว่า ในช่วงเวลาที่เขาไล่เ รัญธิดาให้ไปทำงาน ออกงานสังคม และห้ามแม้แต่จะเรียกร้องเวลาจากเขา เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ตามลำพัง! ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัว และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนจุกอกตีรวนขึ้นมาพร้อมกัน ภาคินควโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเลขາธิการส่วนตัวทันทีด้วยมือที่สั่นเทา "สืบเรื่องของรัญธิดาเดี๋ยวนี้!" เขากระชากเสียงใส่สายทันทีที่ปลายสายรับ "เอาข้อมูลทุกอย่าง ย้ำว่าทุกอย่าง ตั้งแต่วันที่เธอย้ายออกจากบ้านหลังเก่า จนถึงปัจจุบัน... ผมต้องการรู้ว่าเธอพักอยู่ที่ไหน และใครเป็นคนสนับสนุนเธอ!" "เอ่อ... ท่านประธานครับ คือทางเราพยายามตรวจสอบแล้ว แต่... มีบางกลุ่มอำนาจคอยปิดกั้นข้อมูลอยู่ครับ ข้อมูลทุกอย่างถูกลบและป้องกันอย่างแน่นหนาชนิดที่แม้แต่ทีมไอทีของเราก็เจาะเข้าไปไม่ได้..." เสียงของเลขาฯ ตอบกลับมาด้วยความหวาดหวั่น "ใครหน้าไหนมันกล้าขวางฉัน! ใช้เงินเท่าไหร่ก็จ่ายไปสิ!" "เกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องเงินครับท่าน..." เสียงปลายสายกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ "คนที่อยู่เบื้องหลังการปกป้องคุณรัญธิดาในตอนนี้... คือตึกตระกูลศิริวัฒนพานิช... หรือก็คือ คุณชยพล นักธุรกิจหนุ่มที่เพิ่งบินกลับมาจากอเมริกาครับ" ชื่อของ "ชยพล" กระแทกเข้ากลางหน้าผากของภาคินราวกับถูกค้อนทุบ ชายหนุ่มคนนั้น... คนที่เพิ่งมาร่วมลงทุนในโปรเจกต์ใหญ่และพยายามเข้าหาเขาอย่างเป็นมิตร คนที่รัญธิดากำลังยืนเคียงข้างในงานเลี้ยงเปิดตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน รอยยิ้มที่ชยพลมองรัญธิดามันไม่ใช่รอยยิ้มของเพื่อนร่วมงาน แต่มันคือสายตาของหมาป่าที่กำลังปกป้องเหย้าเรือนและครอบครัวของตนเองจากผู้บุกรุก ภาคินโยนโทรศัพท์มือถือลงบนพื้นพรมจนหน้าจอแตกละเอียด เขาลุกขึ้นยืนอย่างเซถลา พลางกวาดตามองห้องโล่งๆ นี้อีกครั้ง ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอกจนแทบคลั่ง *เธอคิดจะใช้ลูกมาเป็นเครื่องมือแก้แค้นงั้นรึรัญ? เธอกล้าดียังไงถึงพรากเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันไปให้ผู้ชายคนอื่นดูแล!* ความคิดที่จะยอมรับความผิดและขอร้องให้เธอกลับมา ถูกความอีโก้และสัญชาตญาณของการเป็นผู้ครอบครองบดขยี้จนแหลقสลาย ภาคินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม เขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด รัญธิดาเป็นของเขา ลูกชายคนนั้นก็ต้องเป็นของสกุลภาคินเช่นกัน! ในขณะที่ภาคินกำลังก้าวเท้าเดินไปที่ประตูเพื่อจะออกไปตามล่าหาตัวภรรยาและลูกชายด้วยความบ้าคลั่ง เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น "ติ๊ง... ต่อง..." ความเงียบงันภายในห้องถูกทำลายลงทันที ภาคินชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวังที่วาบขึ้นมาในอก หรือว่าเธอจะเปลี่ยนใจ? หรือว่าเธอกลับมาเอาของที่ลืมไว้? เขารีบพุ่งตัวไปที่ประตูหน้ากระชากเปิดออกด้วยความเร็ว แรงเหวี่ยงทำให้บานประตูชนกับผนังเสียงดังสนั่น แต่ทว่า... บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังประตูนั้นไม่ใช่รัญธิดาอย่างที่เขากล่าวภาวนา ร่างสูงโปรดของชยพลยืนยิ้มมุมปากอย่างสุภาพ สวมสูทเนื้อดีไร้ที่ติ ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อน และข้างกายของชยพลนั้น... มีร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่งยืนเกาะชายเสื้ออยู่ ดวงตากลมโตคู่นั้นเงยหน้าขึ้นมองภาคินด้วยแววตาที่ไร้เดียงสา แต่นิ่งสงบจนน่าขนลุก "สวัสดีครับ คุณภาคิน" ชยพลเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงด้วยความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน "บังเอิญจริงๆ ที่เราได้พบกันอีก... พอดีคุณรัญฝากผมเอา 'ของสำคัญ' มาคืนให้คุณครับ" ชยพลยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ พร้อมกับก้าวถอยหลังเล็กน้อย เปิดทางให้เด็กชายตัวน้อยก้าวเข้ามาในห้องของภาคินอย่างถือวิสาสะ เด็กชายกวาดสายตามองรอบห้องที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันมาสบตากับภาคินตรงๆ และในวินาทีนั้นเองที่ลมหายใจของภาคินสะดุดกึก โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เมื่อเด็กชายเอ่ยปากพูดประโยคสั้นๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนเป็นพ่อ "คุณแม่บอกว่า... คนใจร้ายที่ชอบทำให้คุณแม่ร้องไห้อยู่ที่นี่เหรอครับ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%