รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน•ตอนที่ 13

อดีตที่ตามหลอกหลอน

ผลงานโดย บันทึกคนจร
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองสำนักงานสถาปัตยกรรมใจกลางเมือง ไม่ได้ทำให้บรรยากาศตรงหน้าผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รัญธิดาวางปากกาแลמשพลงบนโต๊ะทำงานอย่างมั่นคง ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบามองร่างท้วมของสตรีมีอายุที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นกระเบื้องดังเป็นจังหวะกระชั้นชิด สะท้อนถึงความร้อนรุ่มในใจของผู้มาเยือน คุณหญิงกัลยา อดีตแม่สามีผู้เคยเชิดหน้าชูตาและมองรัญธิดายเป็นเพียงอากาศธาตุในบ้านหลังใหญ่ ยืนหอบหายใจเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยอ่อนและแรงอารมณ์ มือที่สวมแหวนเพชรกำกระเป๋าแบรนด์เนมแน่นจนข้อพระกรขาวซีด "ไม่คิดเลยนะว่าคนอย่างเธอ จะปีนป่ายขึ้นมามีหน้ามีตาเปิดบริษัทออกแบบเองได้... ลับหลังคิน เธอคงแอบกอบโกยไปไม่น้อยสินะ ถึงได้กล้ามาเช่าพื้นที่หรูหราขนาดนี้" น้ำเสียงที่เคยใช้กดขี่ข่มเหงในอดีตถูกงัดมาใช้อีกครั้ง ทว่ามันกลับไร้ซึ่งความน่าเกรงขามในสายตาของรัญธิดาในยามนี้ รัญธิดาไม่แม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นยืน นางยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสงบนิ่ง ราวกับกำลังมองดูละครสัตว์ฉากหนึ่งที่น่าเวทนามากกว่าน่าโกรธเคือง รัญธิดายกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มที่เยือกเย็นจนผู้สูงวัยต้องชะงัก "ถ้าการใช้ความสามารถ ความอดทน และหยาดเหงื่อทุกหยดไต่เต้าขึ้นมาจากซากปรักหักพังที่คุณและลูกชายของคุณร่วมกันพังทลายลงมาเรียกว่าการ 'ปีนป่าย'... ผมเกรงว่าคุณแม่คงนิยามคำว่าศักดิ์ศรีต่างจากมนุษย์ทั่วไปสินะครับ" รัญธิดาจงใจใช้สรรพนามและน้ำสุภาพที่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ "อ้อ... ขออภัยด้วยที่ผมต้องเรียกตามความคุ้นชิน แต่ตอนนี้เราเป็นคนอื่นไกลกันแล้ว คุณกัลยา กรุณาเรียกผมว่า 'คุณรัญธิดา' จะเหมาะสมกว่านะครับ" คุณหญิงกัลยาหน้าชาดลด้วยความโกรธ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจที่อดีตลูกสะใภ้ผู้เคยอ่อนข้อและยอมก้มหัวให้ตลอดสามปี กล้าต่อปากต่อคำด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทไร้ความเกรงกลัว "นี่เธอ! กล้าดี ยังไงมาพูดจาต่ำทรามใส่ฉัน! แกมันก็แค่ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้า ที่คินเคยเก็บมาชุบเลี้ยงให้มีที่ซุกหัวนอน!" "เก็บมา... ชุบเลี้ยงอย่างนั้นหรือครับ?" รัญธิดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยใบมีดคมกริบ เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปใกล้กระจกใสที่มองเห็นวิวเมืองเบื้องล่าง ก่อนจะหันกลับมาสบตาอดีตแม่สามีตรงๆ "คุณจำไม่ได้จริงๆ หรือครับ หรือพยายามจะลืมว่าสามปีที่บริษัทสถาปัตย์ของตระกูลคุณรับงานโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่จนได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ใครกันแน่ที่เป็นคนนั่งหลังขดหลังแข็งออกแบบและคำนวณโครงสร้างจนกระอักษเลือด โดยมีชื่อลูกชายคุณแปะหราเป็นเจ้าของผลงาน?" คุณหญิงกัลยาอ้าปากพะงาบๆ คำพูดจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อความจริงถูกขุดขึ้นมาตบหน้ากลางวันแสกๆ "คุณคินของแม่... สามีผู้เพียบพร้อมในสายตาคุณ เขาทำอะไรเป็นบ้างนอกจากการถือแก้วไวน์เดินไปเซ็นชื่อในสัญญาที่ผมเป็นคนนอนดึกตื่นเช้าแลกมาด้วยสุขภาพและคราบน้ำตา? วันที่คุณและเขาไล่ผมออกจากบ้านตัวเปล่า พร้อมกับเอกสารหย่าที่ปราศจากการเยียวยาใดๆ พวกคุณคิดว่าผมจะจมปลักอยู่กับความโศกเศร้าไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือครับ?" รัญธิดาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนอดีตแม่สามีต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แรงกดดันจากแววตาที่ผ่านความเจ็บปวดมาจนด้านชา ทำให้ผู้หญิงที่เคยกร่างที่สุดในสังคมไฮโซต้องหลบตา "คุณมาที่นี่ทำไมครับ? มาเพื่อดูความพินาศของผม... หรือมาเพื่อตระหนักว่า 'ความโลภ' และ 'ความอวดดี' ของครอบครัวคุณ กำลังส่งผลกรรมกลับมาทวง คืนในวันที่สายเกินไป?" "ฉัน... ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง" คุณหญิงกัลยาเสียงสั่นโดยไม่ตั้งใจ ความมั่นใจทั้งหมดมลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับรัญธิดาคนใหม่ "คิน... ลูกชายฉัน เขาซูบผอมลงไปมากตั้งแต่เธอไป เขาเอาแต่ดื่มเหล้าเพ้อหาแต่ชื่อเธอ บริษัทกำลังแย่เพราะเขาไม่มีสติทำงาน... ฉันในฐานะแม่... ฉันขอร้องล่ะรัญ กลับไปหาคินเถอะนะ ไปช่วยเขาหน่อย ลูกฉันรักเธอจริงๆ" ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาพร้อมกับความยอมจำนน แต่มันกลับทำให้รัญธิดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่กลกลั่นมาจากความสมเพชเวทนา "รักหรือครับ? น่าขันสิ้นดี..." รัญธิดาส่ายหัวช้าๆ "วันที่ผมอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกสามีของคุณไล่ตะردออกจากบ้านเพราะไปติดพันผู้หญิงอีกคน... วันนั้นความรักอยู่ที่ไหนครับ? วันที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผม บอกว่าผมเป็นแค่กาฝากเกาะลูกชายคุณกิน... วันนั้นคำว่าครอบครัวมันมีความหมายอะไรบ้าง?" คำว่า *'อุ้มท้องลูกของเรา'* กระแทกเข้ากลางใจของคุณหญิงกัลยาจนหน้าซีดเผือด ร่างทรุดฮวบลงไปพิงโซฟาเพราะขาหมดแรง แม้ข่าวการตั้งครรภ์ในอดีตจะถูกปิดตายและถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของใครบางคนในบ้านหลังนั้น แต่รัญธิดากลับพูดมันขึ้นมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ยังไม่เคยมอดดับ "ลูกของเธอ..." คุณหญิงกัลยาพึมพำเสียงสั่นเครือ "เด็กคนนั้น..." "อย่าได้เอ่ยถึงเขาด้วยซ้ำครับ เพราะพวกคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะได้รับรู้ว่าเขาเคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้หรือไม่" รัญธิดาตัดบทเสียงเฉียบขาด สรรพนามเปลี่ยนเป็นความห่างเหินขั้นสุด "เชิญกลับไปเถอะครับ และกรุณาบอกลูกชายผู้แสนน่าสงสารของคุณด้วยว่า... หนี้ชีวิตที่เขาติดค้างไว้ ผมกำลังทยอยทวงคืนทีละนิด และรับรองว่าบทสรุปของมัน จะสาสมกับน้ำตาที่ผมเคยเสียไปทุกหยดอย่างแน่นอน" รัญธิดาผายมือไปทางประตู เป็นการไล่อยfอย่างสุภาพแต่เด็ดเดี่ยว คุณหญิงกัลยารีบก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะหันหลังวิ่งออกจากห้องทำงานไปอย่างลนลาน ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับคืนมา รัญธิดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกใส ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ความโกรธแค้นในอดีตถูกระบายออกไปส่วนหนึ่ง แต่หัวใจเธอกลับไม่ได้รู้สึกเบาสบายขึ้นเลย เพราะเธรู้ดีว่า... ภาคินไม่มีทางยอมแพ้แค่นี้แน่ เกมการแก้แค้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ในขณะที่เธอกำลังจะหันกลับไปหยิบเอกสารบนโต๊ะ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง ชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปเปิดประตูเข้ามาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ชยพลถือแฟ้มเอกสารสำคัญก้าวเข้ามาพร้อมกับสายตาที่มองรัญธิดาด้วยความห่วงใย "ดูเหมือนว่าเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนสินะครับ คุณรัญ... สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย" ชยพลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมยื่นแก้วกาแฟอุ่นๆ ให้ "ผมจัดการเรื่องเอกสารของโปรเจกต์ใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่บังเอิญที่ชั้นล่าง... ผมเจอใครบางคนกำลังยืนมองขึ้นมาบนตึกนี้ด้วยแววตาที่แปลกมากๆ" รัญธิดารับแก้วกาแฟมาถือไว้ แต่นิ้วเรียวยังคงหยุดชะงัก "ใครกันครับ?" ชยพลถอนหายใจยาวเล็กน้อย สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่เขาเพิ่งเดินสวนมาที่ล็อบบี้ "ภาคิน... อดีตสามีของคุณ เขายืนอยู่ตรงฟุตบาทหน้าร่างตึก พร้อมกับ... เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่หน้าตาถอดแบบออกมาจากเขาอย่างกับแกะ" รัญธิดาชะงักกึก แก้วกาแฟในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้นเมื่อคำว่า *'เด็กผู้ชายตัวเล็กๆ'* วิ่งชนเข้ากับโสตประสาทอย่างจัง หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งหินผา กลับกระตุกวูบไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากวิญญาณ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและซึมซับรอยร้าวไปพร้อมกับ "บันทึกคนจร" นะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%