"ถ้าพวกแกไม่มีเงินสดติดมือมาสักห้าแสนวันนี้ ก็อย่าหวังว่าจะได้เหยียบเข้าบ้านหลังนี้อีก!"
เสียงกร้าวและสายตาที่มองมาด้วยความดูแคลนไม่ได้มาจากคู่แข่งทางธุรกิจหรือศัตรูตัวฉกาจที่ไหน หากแต่เป็นเสียงของ "ลุงสมชาย" และ "ป้าทิพย์" ญาติฝ่ายมารดาของรินรดา ที่บุกเข้ามาถึงห้องรับแขกในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองอย่างถือวิสาสะ โดยมีรินรดานั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟา มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
รินรดาพยายามสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทาในอก เธอก้มหน้ามองพื้นพรมราคาแพงด้วยความรู้สึกอับAtอายขายหน้า แม้ว่าตอนนี้เธอจะยืนเคียงข้างอาคินผู้ชายที่เธอรัก แต่ความกดดันจากสายเลือดเดียวกันที่คอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อก็ยังคงตามมาหลอนหลอกไม่เลิกรา
"ลุงพูดแบบนี้มันเกินไปนะคะ... เงินห้าแสนไม่ใช่เศษกระดาษ รินจะไปหามาจากไหนในเมื่อรินเพิ่งเริ่มต้นทำงาน" รินรดาเงยหน้าขึ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาไหวระริกเจือความเจ็บปวด
"อ๋อ! ปากกล้าขึ้นนะนังริน ตั้งแต่ไปเกาะไอ้หนุ่มกระเป๋าแบนคนนี้สินะ ถึงได้กล้าเถียงผู้หลักผู้ใหญ่!" ป้าทิพย์เบะปากด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะกวาดสายตามองไปที่อาคินซึ่งยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้องด้วยรอยยิ้มเย็นชา สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "แกมันก็แค่มนุษย์เงินเดือนกระจอกๆ เลี้ยงตัวเองยังไม่รอด ยังจะมีหน้ามาเป็นภาระให้อีกเหรอ, ไอ้หนุ่ม? ถ้าไม่มีปัญญาเลี้ยงดูเมีย ก็ไสหัวไปซะ ปล่อยให้น้องรินกลับไปแต่งงานกับลูกชายเสี่ยกำนันที่เขาพร้อมเปย์ให้ดีกว่า!"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะจนได้ยินเสียงลมหายใจ อาคินค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้โซฟา ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มแผ่รังสีอำมหิตที่เยือกเย็นและทรงพลังจนลุงสมชายและป้าทิพย์ถึงกับชะงัก เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
อาคินไม่ได้โกรธเกรี้ยว เขากลับยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยคมมีดอันแหลมคม ซึ่งเป็นรอยยิ้มเดียวกับที่เขาใช้จัดการบดขยี้คู่แข่งในตลาดหุ้นมานักต่อนักแล้ว
"พูดจบหรือยังคะ?" อาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น่าเกรงขามจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ดวงตาคมกริบกวาดมองสองสามีภรรยาหัว L จอมปลอมตรงหน้าด้วยความสมเพช
"แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่!" ลุงสมชายหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความเสียหน้า พยายามทำเสียงขู่เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
"ผู้ใหญ่เหรอคะ? คนที่มาขู่กรรโชคทรัพย์หลานสาวแท้ๆ ของตัวเองเพื่อเอาไปเล่นการพนัน ใช้หนี้สนามชนไก่ แบบนี้เรียกว่า 'โจรในคราบญาติ' มากกว่านะคะ" อาคินควักสมาร์ทโฟนรุ่นสั่งทำพิเศษขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะหันหน้าจอไปให้ทั้งสองคนดู
ภาพและคลิปเสียงบนหน้าจอแสดงหลักฐานการทำธุรกรรม เงินกู้นอกระบบ บ่อนการพนัน และชื่อของลุงสมชายที่เซ็นสัญญาค้ำประกันหนี้ก้อนโตไว้อย่างชัดเจน พร้อมกับยอดหนี้สินรวมกว่าหกล้านบาทที่กำลังจะล้มละลายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า!
หน้าของป้าทิพย์เผือดสีลงทันที ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ส่วนลุงสมชายเบิกตากว้างด้วยความตกใจกลัว ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
"นะ... นี่มันอะไรกัน! แกแอบสอดแนมพวกฉันเหรอ!" ลุงสมชายชี้หน้าอาคินเสียงสั่น
"ผมไม่ได้สอดแนมครับ ผมแค่... ซื้อหนี้ทั้งหมดของพวกคุณไว้เมื่อเช้านี้เอง" อาคินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดดราวกับประกาศิตจากยมบาล "ตอนนี้ เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบพวกนั้นโอนสิทธิ์เรียกร้องหนี้ทั้งหมดมาให้ผมเป็นผู้จัดการแต่เพียงผู้เดียวแล้วล่ะครับ"
รินรดาหันขวับมามองหน้าอาคินด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอาคินจะจัดการเรื่องนี้เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วขนาดนี้
"วะ... ว่าไงนะ!?" ป้าทิพย์กรีดร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าแทบเท้าของอาคินโดยไม่รักษาฟอร์มอีกต่อไป "พ่อหนุ่ม... ท่านประธาน... เอ๊ย ลูกอาคิน ช่วยพวกป้าด้วยเถอะนะ ถือว่าเห็นแก่รินรดาหลานรักของป้าด้วย ถ้าหนี้หกล้านนี่ถูกทวงวันนี้พวกป้าตายแน่ๆ!"
อาคินก้มมองหญิงวัยกลางคนที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายแทบเท้าด้วยสายตาไร้ความปรานี เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับป้าทิพย์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ
"ความช่วยเหลือ... มีไว้สำหรับคนที่มีสำนึกและรักใคร่ด้วยความจริงใจครับ ไม่ใช่สำหรับปลิงที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่นแบบพวกคุณ" อาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเสื้อเชิ้ตเบาๆ ราวกับรังเกียจที่จะสัมผัส "เงินห้าแสนที่พวกคุณมาขอวันนี้ ผมไม่มีให้... แต่ถ้าเป็นหมายศาลยึดทรัพย์และดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงและขู่กรรโชคทรัพย์ ผมเตรียมไว้ให้พวกคุณครบทุกใบแล้วครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ประจำห้องรับแขกก็เปิดผางออก การ์ดชุดสูทสีดำร่างยักษ์สี่คนก้าวเข้ามาล้อมรอบลุงสมชายและป้าทิพย์ทันที บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดานั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกอึดอัดที่แบกรับมาหลายปีถูกปลดเปลื้องลงในพริบตาเดียว แววตาที่มองอาคินเต็มไปด้วยความรัก ความซาบซึ้ง และความเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจ
อาคินหันกลับมาหารินรดา รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึก เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือบางของเธอไว้แน่น อบอุ่น และมั่นคง
"ต่อไปนี้... ไม่มีใครหน้าไหนกล้ารังแกเธออีกแล้วนะครับ ริน" อาคินกระซิบแผ่วเบาข้างหู
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนมา เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของอาคินก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าคือเลขานุการส่วนตัว
อาคินกดรับสาย สีหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับเคร่งขรึมลงอย่างฉับพลัน ดวงตาคมกริบหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน
"ท่านครับ... แย่แล้วครับ!" เสียงปลายสายหอบสะท้านด้วยความตื่นตระหนก "บัญชีลับของตระกูลใหญ่ถูกแฮกจากบุคคลปริศนา ยอดเงินสำรองสามหมื่นล้านกำลังถูกถ่ายโอนออกไปยังบัญชีต่างประเทศ... และไอพีแอดเดรสที่ใช้เจาะระบบ ยืนยันแล้วว่าเป็นของ 'ศรุต' ครับ!"
อาคินหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนรินรดายังรู้สึกได้ เขาวางสายลงช้าๆ ก่อนจะกดปุ่มสปีกเกอร์โฟนแล้วโยนบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทไร้วงเงินลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า เกิดเสียงกระทบดัง *กริ๊ง* กังวานท่ามกลางความเงียบ
"รินคะ... เตรียมตัวไปปารีสกับผมคืนนี้กันเถอะค่ะ" อาคินเอ่ยด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ซ่อนคมมีดแห่งการฆ่าฟัน "เราไปทวงบัลลังก์คืนจากไอ้สารเลวนั่นกัน..."
ด้วยรักจากเค้กวานิลลาค่ะ
วิวาห์สะดุดรักคุณประธานสายเปย์•ตอนที่ 11
ครอบครัวนางเอกปรากฏตัว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิวาห์สะดุดรักคุณประธานสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!