“ฉันเตือนคุณด้วยความหวังดีนะรินรดา ถ้ายังดึงดันจะปกป้องไอ้ไส้แห้งอย่างอาคินต่อ ใบลาออกของคุณบนโต๊ะคงไม่ใช่แค่ทางเลือกเดียว แต่อาจหมายถึงประวัติการทำงานที่ถูกขึ้นแบล็กลิสต์จนไม่มีบริษัทไหนในเมืองหลวงกล้าจ้างคุณไปตลอดชีวิต”
เสียงกระแทแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานดังสนั่น สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมฝ่ายบุคคลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดัน ศรุตยืนค้ำหัวด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ใบหน้าคมคายที่ถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยฉาบไว้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาต่ำต้อย ราวกับเธอกำลังขอเศษทานจากเขา
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความโกรธ เธอยืดตัวขึ้นสู้ด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว แม้ชุดสูทสีเรียบราคาประหยัดจะดูธรรมดาเมื่อเทียบกับแบรนด์เนมราคาแพงหูฉี่ของศรุต แต่ความสง่างามภายในกลับเปล่งประกายออกมาอย่างไม่เกรงกลัว
“ดิฉันทำตามหน้าที่และกฎของบริษัทค่ะคุณศรุต การที่อาคินถูกกลั่นแกล้งและบีบบังคับให้ออกโดยไม่มีหลักฐานความผิด มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แม้ข้างในหัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นต่ออิทธิพลมืดของผู้บริหารหนุ่มคนนี้
“หลักงั้นเหรอ? หึ! ในโลกนี้ อำนาจและเงินตราต่างหากคือหลักการที่แท้จริง!” ศรุตหัวعร่อในลำคออย่างเย้ยหยัน ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว บีบบังคับให้เธอต้องถอยหลังจนสะโพกชิดติดขอบโต๊ะ “แกคิดว่าไอ้เด็กฝึกงานก(0)ระจอกที่เธอคอยเอาข้าวเอาน้ำมาให้กินทุกเที่ยงมันจะช่วยอะไรเธอได้งั้นเหรอ? มันก็แค่ไอ้ขยะที่ไม่มีแม้แต่ปัญญาจะซื้อกาแฟแก้วละร้อยกินด้วยซ้ำ!”
ทันทีที่คำพูดดูถูกเหียดหยามนั้นหลุดออกมา ประตูห้องประชุมที่ปิดสนิทก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงปะทะของบานพับกับผนังห้องดังสนั่นจนทุกคนสะดุ้งสุดตัว
ร่างสูงโปร่งของอาคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเดินที่เยือกเย็นและทรงพลัง ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน แววตาที่เคยอ่อนโยนและฉายแววเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักบัดนี้กลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังแพรไหม รัศมีความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนศรุตถึงกับชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปคุกคามรินรดาต่อ
“ใครกันแน่...ที่เป็นขยะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงสั้นๆ ทว่ากลับกดดันจนอากาศในห้องแทบจะหยุดนิ่ง อาคินเดินตรงเข้ามาคั่นกลางระหว่างศรุตกับรินรดาอย่างปกป้อง เขาดึงร่างบางของหญิงสาวให้ถอยไปอยู่ด้านหลังเบาๆ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับศรุตด้วยรอยยิ้มเยาะที่เย็นเยียบยิ่งกว่า
ศรุตหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันที่สุดในรอบปี “โอ้โฮ ดูความกล้าของไอ้จนตรอกนี่สิ! กล้าใช้โทนเสียงแบบนี้คุยกับรองประธานอย่างฉันเหรอ? สงสัยสมองคงกระทบกระเทือนจากการโดนไล่ออกสินะ ถึงได้เพ้อเจ้อไม่ดูสารรูปตัวเอง!”
อาคินไม่ได้โต้เถียงด้วยคำหยาบคาย เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในขณะที่มือถือสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทเริ่มสั่นรัวติดต่อกันไม่หยุด หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนที่ถูกเข้ารหัสระดับสูงสุดจากระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะที่หลับใหลมานานนับสิบปี
[ ติ๊ง! ระบบมหาเศรษฐี (Billionaire System) เริ่มทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ ]
[ ตรวจพบสถานะความภักดีระดับสูงสุด: อาคิน ]
[ ดำเนินการโอนเงินทุนสำรองก้อนแรกเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ]
[ ยอดเงินคงเหลือปัจจุบัน: 100,000,000.00 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน) ]
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับเวิลด์คลาสเด้งขึ้นมาพร้อมกับตัวเลขศูนย์หกตัวที่เรียงรายกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ อาคินเหลือบมองหน้าจอแวบหนึ่งด้วยสีหน้าเรียเฉยราวกับเงินหนึ่งร้อยล้านบาทนั้นเป็นเพียงแค่เศษเงินทอนจากการซื้อลูกอม ไม่มีความตื่นเต้นใดๆ ฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลานั้น มีเพียงความสนุกสนานในดวงตาที่กำลังมองเหยื่อที่กำลังเดินเข้าสู่กับดัก
รินรดาที่แอบมองผ่านไหล่ของชายหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นตัวเลขมหาศาลบนหน้าจอ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า อาคิน...คนที่เธอเพิ่งแบ่งแซนด์วิชทูน่าให้กินเมื่อวานนี้น่ะหรือคือนิมิตหมายของความร่ำรวยระดับนี้?
“แกมองอะไรของแกวะ? ทำหน้าเหมือนเห็นผี!” ศรุตเห็นอาคินนิ่งเงียบไปก็ยิ่งได้ใจ ยกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้าชูตา “ถ้าคุกเข่ากราบตีนฉันตอนนี้แล้วไสหัวออกไปจากตึกนี้ซะ ฉันอาจจะเมตตาไม่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่คุณทำโปรเจกต์พังเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ได้นะ อาคิน”
อาคินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับศรุต รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขากลายเป็นรอยยิ้มแห่งผู้ล่าที่น่ากลัวที่สุด “คุกเข่าเหรอ? น่าเสียดายนะศรุต ที่คนอย่างแก...ต่อให้เอาเข่าทั้งสองข้างมาถูพื้นจนเลือดสาด ก็ยังไม่มีค่าพอให้ฉันชายตามองเลยสักนิด”
“แก!” ศรุตหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ “ปากดีนักนะ! รปภ.! เข้ามาลากคอไอ้สถุนนี่ออกไปโยนทิ้งข้างถนนเดี๋ยวนี้!”
ประตูกลุ่มเปิดผางออกอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของตึก แต่ทว่า... แทนที่จะพุ่งเข้ามาหาอาคินตามคำสั่งของรองประธาน หัวหน้า รปภ. กลับวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาอาคิน โค้งคำนับจนแทบจะเอาหัวชนพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด จนศรุตอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก
“ทะ...ท่านประธาน... คือว่า... ทางธนาคารใหญ่เพิ่งโทรศัพท์แจ้งด่วนเข้ามาว่า... หุ้นส่วนใหญ่ทั้งหมดของบริษัทเราเพิ่งถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสามนาที และผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกำลังจะเดินทางมาถึงห้องประชุมนี้แล้วครับ!”
อาคินปัดเสื้อสูทของตนเองเบาๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นหมุนเล่นในอุ้งมือ สายตาคมกราบกรานมองศรุตที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มซีดเผือดไร้สีเลือดทีละน้อย
“ไม่ต้องรอให้เขามาหรอก...” อาคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้อง “เพราะเจ้าของคนใหม่ที่พวกแกกำลังพูดถึง... ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว”
สิ้นคำพูดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำก็บินมาจอดสนิทบนดาดฟ้าตึกสูง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของทีมทนายความและผู้บริหารระดับสูงนับสิบชีวิตที่กำลังเร่งฝีเท้ามุ่งตรงมายังห้องประชุมนี้เพื่อเข้าแถวต้อนรับนายใหญ่ตัวจริง ทิ้งให้ศรุตยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่กับที่ด้วยความช็อกตาค้าง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งเกมอำนาจนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
วิวาห์สะดุดรักคุณประธานสายเปย์•ตอนที่ 2
ระบบเริ่มทำงาน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิวาห์สะดุดรักคุณประธานสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!