"คุณอาคินคะ... ฉันคิดว่าเราควรพอแค่นี้เถอะค่ะ"
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่ฉาบอยู่บนริมฝีปากเคลือบลิดสติกสีแดงเพลิงของ 'มีna' คือสิ่งแรกที่ต้อนรับอาคิน ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบา ๆ ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับเจ็ดดาวแห่งนี้ งานฉลองความสำเร็จประจำปีของบริษัทจัดหาบุคลากรยักษ์ใหญ่ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ กลับกลายเป็นเวทีประหารชีวิตทางสังคมที่ถูกจัดฉากไว้อย่างแยบยล
อาคิน ในชุดสูทสำเร็จรูปราคาถูกที่เนื้อผ้าดูหยาบกระด้างเมื่อเทียบกับสูทผ้าไหมอิตาลีของชายหนุ่มรอบกาย ชะงักมือที่กำลังถือแก้วแชมเปญ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาธรรมดาช้อนขึ้นมองหญิงสาวที่เคยคบหากันมานานถึงสามปี ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้มีนาขยับตัวด้วยความอึดอัดเล็กน้อย แต่ทว่าความโลภและความมั่นใจที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยคำสัญญาลมๆ แล้งๆ ของใครบางคน ก็ทำให้เธอกล้าที่จะเชิดหน้าขึ้นสูง
"มีนา... คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่หรือคะ?" อาคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก ราวกับชายหนุ่มกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ มากกว่าเรื่องการบอกเลิกกลางงานสังคม
"อย่ามาตีหน้าซื่อใส่ฉันเลยค่ะ อาคิน!" มีนาส่งเสียงแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเธอตวัดมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของชายหนุ่มด้วยความดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป "ตลอดสามปีที่คุณคบกับฉัน คุณให้อะไรฉันบ้างคะ? ค่าเช่าห้องก็หารสอง ค่ากินอยู่ก็ต้องมานั่งคำนวณยิบย่อย คุณเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนระดับล่าง ทำงานงกๆ จนหัวฟู แต่ก็ยังไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้ฉันสักใบ!"
เสียงพูดคุยรอบข้างเริ่มเบาลง สายตาหลายคู่เริ่มหันมาจับจ้องที่มุมห้องมุมนี้ ความซุบซิบและเสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเบาๆ เมื่อความอับBายของอาคินกลายเป็นความบันเทิงยามค่ำคืนของเหล่าไฮโซกำมะลอ
ในวินาทีนั้นเอง ร่างสูงโปรดของ 'ศรุต' ทายาทรองประธานบริษัทคู่แข่ง ก็ก้าวเข้ามาโอบเอวบางของมีนาอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนยิ้มเยาะเย้ยฉายแววเหนือกว่าอย่างชัดเจน ศรุตปรายตามองอาคินด้วยหางตา ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่งที่เขาบี้ให้ตายคาเท้าเมื่อไหร่ก็ได้
"อย่าไปต่อว่าเขาเลยครับคุณมีนา คนจนเขาก็มีศักดิ์ศรีในแบบของคนจน... แค่ศักดิ์ศรีมันเอาไปแลกหุ้นบริษัท หรือเอาไปซื้อรถสปอร์ตไม่ได้ก็แค่นั้นเอง" ศรุตกล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ จงใจดัดเสียงให้ดังพอที่คนครึ่งงานจะได้ยิน "จริงไหมครับคุณอาคิน? อ้อ... ผมต้องขอบคุณคุณจริงๆ นะครับ ที่ช่วย 'ดูแล' คุณมีนาให้ผมในช่วงที่เธอยังไม่มีใคร... แต่ก็นั่นแหละ ของใช้มือสองที่หมดสภาพแล้ว ก็สมควรแก่เวลาที่จะต้องโยนทิ้งถังขยะเสียที"
เสียงหัวเราะครึกโครมดังขึ้นรอบบริเวณ ศรุตยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยท่าทางกรีดกราย มีนาซบหน้าลงกับลาดไหล่ของศรุตราวกับเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก โดยไม่แม้แต่จะชายตามองอาคินที่ยืนนิ่งสนิทเป็นรูปปั้น
รินรดา ซึ่งยืนหลบมุมอยู่ไม่ไกลและคอยสังเกตการณ์มาตลอด กำลังจะก้าวเข้ามาเพื่อปกป้องชายหนุ่ม แต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของอาคิน รอยยิ้ม... ที่ไม่ได้มีความเจ็บปวด หวาดกลัว หรืออับอายแม้แต่น้อย
มันคือรอยยิ้มของ 'นักล่า' ที่กำลังมองดูเหยื่อตัวน้อยเต้นระบำด้วยความโง่เขลาเป็นครั้งสุดท้าย
อาคินค่อยๆ ถอดแว่นสายตาไร้ค่าออก ใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดเช็ดเลนส์อย่างใจเย็น ท่าทีที่เปลี่ยนไปเพียงนิดเดียวทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด บรรยากาศกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากร่างที่เคยดูธรรมดา จนศรุตถึงกับขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
"มือสองอย่างนั้นหรือครับคุณศรุต..." อาคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มกังวานก้องไปทั่วความเงียบที่จู่ๆ ก็ปกคลุมห้องจัดเลี้ยง "คุณพูดถูกครับ... ของที่เน่าเฟะและหมดราคาแล้ว ผมเองก็ไม่คิดจะเก็บไว้รกบ้านอยู่แล้วเหมือนกัน ขอบคุณคุณศรุตมากนะครับ ที่ช่วย 'รับซื้อ' ขยะชิ้นนี้ต่อไปให้ผม"
"นี่คุณ! ปากดีนักนะ!" มีนาหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธ เธอกรีดร้องออกมาเสียงแหลม "ไอ้คนกระจอก ไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ด้วยซ้ำ ยังมีหน้ามาปากดี! ศรุตคะ จัดการสั่งสอนมันให้เข็ดหลาบทีค่ะ!"
ศรุตหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกย้อนศร เขาพยักหน้าให้บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังก้าวเข้ามาประชิดตัวอาคิน "แกมันแค่ไอ้ลูกจ้างไส้แห้ง แกคิดว่าแกมีสิทธิ์มาพูดจาแบบนี้ในงานของฉันงั้นรึ? คุกเข่าลงขอโทษคุณมีซะ ไม่งั้นแกได้ออกจากที่นี่ทั้งกระดูกหักแน่!"
ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด รินรดากำมือแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวแทนอาคิน แต่ทว่า... อาคินกลับไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง เขายกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทเม็ดบนออก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูรุ่นพิเศษที่ไม่มีวางขายทั่วไปในท้องตลาดขึ้นมาปลดล็อคด้วยระบบสแกนใบหน้า
ดวงตาคมปลาบกวาดมองหน้าศรุตและมีนาราวกับมองเศษฝุ่นผง
"พวกคุณคิดว่าบริษัทจัดหาบุคลากรแห่งนี้ เป็นของตระกูลศรุตจริงๆ อย่างนั้นหรือคะ?" อาคินเอ่ยถามด้วยประโยคที่ทำให้นักธุรกิจหลายคนในงานถึงกับสะดุ้งเฮือก
"แกหมายความว่ายังไงวะ?" ศรุตคำราม เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
อาคินไม่ได้ตอบคำถาม แต่ปลายนิ้วเรียวยาวกดโทรออกด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะกดเปิดสปีกเกอร์โฟน เสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ปลายสายก็รับด้วยความรวดเร็วและน้ำเสียงที่นอบน้อมจนแทบจะกราบกราน
*(ท่านประธานครับ! มีคำสั่งอะไรด่วนจากท่านหรือครับ?)* เสียงร้อนรนของประธานกรรมการบริหารบริษัทข้ามชาติเครือข่ายใหญ่โตดังลั่นห้องจัดเลี้ยง
"ผมรบกวนเวลาคุณสักครู่นะครับ พอดีผมกำลังสนุกกับการดู 'ลูกน้อง' ของผมในบริษัทลูก ไล่คนออกจากงานอยู่... อ้อ ช่วยจัดการระงับวงเงินสินเชื่อทั้งหมดของตระกูลศรุต รวมถึงยกเลิกสัญญาซื้อขายโครงการมูลค่าหมื่นล้านระหว่างเรากับพวกเขาทันที ภายในสามนาทีนี้... ผมไม่อยากเห็นหน้าขยะพวกนี้อยู่ในตึกของผมอีกต่อไปแล้วครับ"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของแขกเหรื่อและนักธุรกิจเกือบทั้งห้อง รวมถึงโทรศัพท์ในมือของศรุต ก็ดังระรัวขึ้นพร้อมกันราวกับเสียงประทุของสนามรบ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกแห่งเกมอำนาจนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
วิวาห์สะดุดรักคุณประธานสายเปย์•ตอนที่ 1
ถูกบอกเลิกกลางงานเลี้ยง
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิวาห์สะดุดรักคุณประธานสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!