เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังลอดออกมาจากเครื่องบันทึกเสียงรุ่นโบราณในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา ไม่ใช่แค่การไขปริศนาทางธุรกิจ แต่มันคือเสียงสะท้อนจากหลุมศพที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่เพื่อฝังพวกเราทั้งเป็น
คำถามที่ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังอาคินยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจากปลายปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาจนถึงหัวใจ รินรดากำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านกระจกใสของสำนักงานใหญ่ ลงไปเบื้องล่างที่การจราจรยังคงพลุกพล่าน ทว่าไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เกมกระดานชีวิตนี้กำลังจะถูกพลิกคว่ำด้วยกระสุนเงินนัดสุดท้ายที่บ้าคลั่งที่สุด
ในขณะเดียวกัน ที่มุมอับของภัตตาคารหรูย่านใจกลางเมือง บรรยากาศกลับร้อนระอุราวกับเตาหลอม ศรุตกำลังนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง ใบหน้าที่เคยยโสและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันในอดีต บัดนี้กลับชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬ แม้เครื่องปรับอากาศจะทำงานอย่างเต็มกำลังก็ตาม
"คุณศรุตคะ เอกสารสัญญาเงินกู้ฉุกเฉินพร้อมแล้วค่ะ..." เสียงของเลขานุการส่วนตัวสั่นเครือเล็กน้อยขณะวางแฟ้มสีดำสนิทลงตรงหน้า
ศรุตตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความหงุดหงิด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หุ้นในมือร่วงหล่นลงดิ่งเหวราวกับดิ่งพสุธา โครงการอสังหาริมทรัพย์พันล้านที่คาดว่าจะกอบกู้หน้าตาตระกูลกำลังจะกลายเป็นอากาศธาตุ หากเขาไม่สามารถหาเงินสดแปดหลักมาค้ำประกันได้ภายในอาทิตย์นี้ ความพินาศคือสิ่งเดียวที่รออยู่เบื้องหน้า
"ฉันไม่ได้มาเพื่อฟังคำเตือน!" ศรุตตวาดลั่นจนแขกโต๊ะอื่นหันมามอง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติที่หลุดลอย "บอกพวกมัน... ฉันยอมรับเงื่อนไขทุกอย่าง ดอกเบี้ยมหาศาลแค่ไหนฉันก็จ่าย ขอแค่เม็ดเงินก้อนนี้โอนเข้าบัญชีบริษัทภายในสิบนาทีนี้!"
เขากำลังเล่นกับไฟ และศรุตก็รู้ดีว่าไฟโลกันตร์นี้อาจเผาผลาญแม้แต่กระดูกของเขาเอง แต่ความเย่อหยิ่งและทิฐิที่ค้ำคอทำให้เขาปฏิเสธที่จะคุกเข่าต่อหน้าอาคินและรินรดาอย่างเด็ดขาด เขายอมเป็นหนี้ซาตานบนดิน ดีกว่าต้องก้มหัวให้คนที่เขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่พนักงานกระจอกๆ
ที่ชั้นบนสุดของตึกอาคินกรุ๊ป อาคินยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากระจกบานยักษ์ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นรอยสักรูปมังกรจางๆ ที่บ่งบอกถึงอดีตอันดุเดือด แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีทอดมองลงไปยังเบื้องล่าง รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อสัญญาณเตือนภัยบนหน้าจอแท็บเล็ตในมือส่งเสียงแจ้งเตือน
"ท่านประธานครับ... ฝั่งนั้นติดกับดักแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำของบอดี้เนมคนสนิทรายงานผ่านบลูทูธไร้สาย
"ปล่อยให้มันดิ้นรนไป..." อาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "ความหวังสุดท้ายที่มันคิดว่าจะใช้พลิกเกม... แท้จริงแล้วมันคือเชือกที่มันเลือกเอามาผูกคอตัวเองต่างหาก"
รินรดาเดินเข้ามาในห้องทำงานของอาคินพอดี ฝีเท้าของเธอเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่สายตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอวางแฟ้มเอกสารลับที่เพิ่งถอดรหัสได้ลงบนโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จางๆ ลอยมาแตะจมูก ช่วยลดทอนความตึงเครียดในห้องลงได้เสี้ยววินาที
"คุณกำลังเล่นเกมจิตวิทยาที่อันตรายมากนะคะอาคิน" รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ ดวงตากลมโตมองสบตาเขาอย่างค้นหา "ถ้าศรุตดันกู้เงินมาจากแหล่งอำนาจมืดที่เราคาดไม่ถึงล่ะคะ? เกมนี้อาจจะไม่ได้จบแค่การล้มละลาย"
อาคินหันกลับมา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แววตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกยามที่มองผู้หญิงตรงหน้า มือหนายื่นออกไปปอยผมที่เคลียแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม
"ริน... ไม่ว่ามันจะกู้เงินจากใคร หรือต่อให้มันเอาวิญญาณไปจำนำ..." อาคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับคำสัญญาจากห้วงลึกของหัวใจ "จำไว้นะคะ โลกใบนี้ไม่มีใครมีอำนาจเหนือกว่าฉัน... ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของการปกป้องคุณด้วยแล้ว ต่อให้เป็นยมบาล ฉันก็กล้าพังประตูนรกไปกระชากคอมมันลงมา"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาทดความหนาวเหน็บในอก เธอยกมือขึ้นสัมผัสแผงอกกว้างของเขา รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นที่มั่นคงและหนักแน่น
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็กรีดร้องขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงภาพกราฟิกวงเงินการโอนเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกดึงเข้าสู่บัญชีของศรุตจากปลายทางปริศนา... และชื่อของบัญชีต้นทางนั้นเองที่ทำให้อาคินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบอดี้การ์ดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านประธานครับ... แหล่งเงินกู้ของศรุต... ถูกตรวจสอบพบแล้วครับ เป็นเครือข่ายของบุคคลที่เรากำลังตามหาอยู่... และตอนนี้มันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่พร้อมกับหมายศาลอายัดทรัพย์!"
อาคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยประกายแห่งความกระหายในการต่อสู้ เขากอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้ความหวาดกลัว
"มาได้เวลาพอดีเลยนี่คะ..." อาคินพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันมามองรินรดาที่กำลังยืนจ้องหน้าจอด้วยความตกตะลึง
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดต่อ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของศรุตยืนหอบหายใจโยนเอกสารกองโตกระแทกโต๊ะทำงานด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ ราวกับคนเสียสติที่กำชัยชนะไว้ในมือ
"หมดสนุกแค่นี้แหละ อาคิน!" ศรุตแผดเสียงหัวเราะลั่นห้อง "แกคิดว่าแกใหญ่ค้ำฟ้าเหรอ? ดูนี่ซองเอกสารนี่ซะ! เงินสดส้าร้อยล้านนี้มาจากท่านผู้นั้น... คนที่แม้แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง! คราวนี้แกกับนังผู้หญิงสารเลวคนนี้ เตรียมตัวไปนอนในคุกได้เลย!"
อาคินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ปกเสื้อสูทออกช้าๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะกดรีโมทคอนโทรลสั่งการให้โปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่บนผนังห้องทำงานเปิดใช้งาน ภาพวิดีโอคอลจากระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มทรงอำนาจของชายชราคนหนึ่งที่เอמהขึ้นผ่านลำโพง...
*“ไอ้ศรุต... แกกล้าดียังไงเอาชื่อฉันไปแอบอ้างกู้เงินเน่าๆ แบบนั้น?!”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจจดใจจ่อไปกับเกมแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
วิวาห์สะดุดรักคุณประธานสายเปย์•ตอนที่ 21
ความหวังสุดท้าย
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิวาห์สะดุดรักคุณประธานสายเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!