แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว•ตอนที่ 23

การมาเยือนของคนในอดีต

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าคิดว่าการก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้ แล้วฉันจะต้อนรับด้วยน้ำเย็นสักแก้วล่ะก็... คงต้องบอกว่าคุณเข้าใจผิดถนัดแล้วล่ะค่ะ คุณกฤตย์" เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบของลานบ้านไม้สักทอง รินรดาในผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีฟ้าสดใส ยืนกอดอกพิงเสาเรือนอย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาคมกริบราวกับแม่เสือสาวมองผู้ชายในชุดสูทสากลราคาแพงที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางลานบ้าน ท่าทางของเขาดูแปลกแยกกับบรรยากาศชนบทอันเรียบง่ายแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง กฤตย์ อดีตคู่หมั้นหนุ่มไฮโซผู้เคยทอดทิ้งเธอไปในวันที่กิจการร้านอาหารของครอบครัวเธอล้มละลาย ยิ้มแห้งๆ พยายามปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารที่สุด ดวงตาคู่คมที่เคยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์บัดนี้ฉายแววสำนึกผิด (ที่เสแสร้งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด) เขากวาดสายตามองไปรอบบริเวณบ้าน ก่อนจะหยุดอยู่ที่รินรดาด้วยความรู้สึกซับซ้อน "ริน... ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนคุณนะ แต่... แต่ผมได้ข่าวว่าคุณอยู่ที่นี่ ชีวิตคุณคงลำบากน่าดู สินะ... บ้านไม้เก่าๆ กับผู้ชายบ้านๆ คนนั้น..." กฤตย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มพยายามหว่านล้อมเช่นเคย นิสัยสันดานเดิมแก้ไม่หายจริงๆ รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ "ลำบากเหรอคะ? หึ... ฉันว่าตั้งแต่ไม่มีคุณเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิต ชีวิตฉันเจริญขึ้นเป็นกองเลยล่ะค่ะ ไม่ต้องทนฟังคำดูถูกเหียดหยาม ไม่ต้องคอยนั่งเช็ดน้ำตาให้คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ ข้าวปลาอาหารที่นี่ก็อุดมสมบูรณ์ดี ยิ่งได้สามีที่ขยันขันแข็งและรักฉันด้วยใจจริง ชีวิตฉันตอนนี้มีความสุขยิ่งกว่าอยู่บนสวรรค์เสียอีกค่ะ!" คำพูดตอกกลับอย่างเจ็บแสบทำเอาหน้าหล่อๆ ของกฤตย์กระตุกวูบ เขาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนเก็บอาการไม่อยู่ "ริน... คุณยังโกรธผมอยู่สินะ เรื่องในอดีตมันมีความจำเป็น... ครอบครัวผมบังคับ..." "ความจำเป็นบ้าบออะไรกันคะ! ในวันที่บ้านฉันล้มละลาย คุณวิ่งแจ้นไปซุกอกลูกสาวนักการเมืองท้องถิ่นเพื่อผลประโยชน์ ทิ้งฉันให้เผชิญหน้ากับเจ้าหนี้ลำพังคนเดียว ตอนนั้น 'ความจำเป็น' ของคุณคงหอมหวานมากสินะคะ แล้ววันนี้... ลมอะไรหอบคุณมาถึงชายแดนภาคเหนือกันล่ะคะ หรือว่าเงินจากเมียเก่าเริ่มร่อยหรอ จนต้องมาเกาะผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำซ้ำเติมอีกรอบ?" รินรดาเดินเข้าประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของเขา แต่รังสีอำมหิตและความมั่นใจที่เปล่งออกมา ทำให้กฤตย์ต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมจางๆ ของขิงแก่และเครื่องเทศสมุนไพรที่ติดตัวเธออยู่ตลอดเวลาไม่ได้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายในสถานการณ์นี้เลย กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก ในมิติลับ 'ห้องครัวกาลเวลา' ของเธอ รินรดากำลังแอบส่งกระแสจิตสั่งการให้ระบบเตรียมวัตถุดิบเผ็ดร้อนบางอย่างไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน... *หึ กล้าดียังไงถึงโผล่มาเหยียบเรือนหอที่เธอและผู้กองศิลาร่วมสร้างกันมาหยาดเหงื่อแรงกาย* ก่อนที่กฤตย์จะได้เอ่ยแก้ตัวอะไรแก้ตัวอีก ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดลำลองเซอร์ๆ แต่กล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เสื้อยืดสีเข้มก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแรงโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ดวงตาคมดุราวกับเหยี่ยวจ้องมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยแววตานิ่งสนิทแต่น่ากลัวถึงกระดูกดำ ผู้กองศิลากลับจากการตรวจลาดตระเวนชายแดนเร็วกว่ากำหนด และภาพที่เห็นก็คือไอ้หน้าอ่อนแต่งตัวจัดคนนี้กำลังยืนประชิดตัวภรรยาตัวน้อยของเขา "มีธุระอะไรที่บ้านผมครับ?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยถาม นิ่งสงบแต่ทรงพลังจนกฤตย์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กฤตย์หันไปมองหน้าผู้กองศิลากร้าวๆ พยายามจะแสดงศักดิ์ศรีความเป็นชายเมืองกรุง "ผม... ผมเป็นเพื่อนเก่าของรินรดาครับ มาเยี่ยมเยียนตามประสาคนเคยรู้จัก คุณคงเป็น... สามีชาวบ้านของเธอสินะครับ ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงระดับเชฟมิชลินจะลดตัวลงมาอยู่กินกับนายทหารชั้นผู้น้อยในป่าในเขาแบบนี้" รินรดาเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเผ็ดร้อนสักสามกระบุงโกย แต่ผู้กองศิลากลับยกมือขึ้นห้ามภรรยาเบาๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันที่หาดูได้ยาก "นายทหารชั้นผู้น้อยคนนี้แหละครับ ที่หาข้าวหาปลาให้เมียกินจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ ไม่เคยปล่อยให้เมียต้องร้องไห้ฟูมฟายเพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเองเหมือนใครบางคน" ศิลาตอบกลับนิ่มๆ แต่เชือดเฉือนลึกถึงขั้วหัวใจ "แล้วอีกอย่าง... บ้านหลังนี้เป็นอาณาเขตของผม ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญไสหัวออกไปจากเขตบ้านผมก่อนที่ผมจะหมดความอดทนนะครับ" กฤตย์หน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด กำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกลาตันของนายทหารพรานผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน เขาก็รู้ตัวดีว่าการมีเรื่องกับอีกฝ่ายในถิ่นแบบนี้มีแต่ตายกับตาย กฤตย์จึงจำต้องยอมถอยกรูด "ฝากไว้ก่อนเถอะริน... แล้วผมจะกลับมาหาคุณใหม่" กฤตย์กัดฟันกรอด ขู่ทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังเดินลิ่วออกจากลานบ้านไปอย่างหัวเสีย รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด เธอหันมามองสามีที่ตอนนี้โน้มใบหน้าลงมาคลอเคลียข้างแก้มเนียนเพื่อปลอบประโลม กลิ่นไอแดดและกลิ่นกายสะอาดๆ ของสามีช่วยชะล้างความขุ่นมัวในใจออกไปได้ไม่น้อย "สามีคะ... คุณมาได้จังหวะเวลาพอดีเลยค่ะ ตาบ้านั่นทำให้ฉันหมดอารมณ์ทำกับข้าวเลยจริงๆ" รินรดาบ่นอุบออเซาะ "งั้นเย็นนี้... ให้ผมเป็นคนเข้าครัวเองดีไหมครับ ยอดดวงใจ" ศิลาว่าพลางกระซิบข้างใบหู พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้รินรดาใจเต้นตึกลัก "หึ้ย! คุณทำเป็นแต่ตากเนื้อเค็มกับยำปลาแห้ง ไม่ใช่หรือไงคะ ไหนล่ะจะสู้ฝีมือระดับเชฟอย่างฉันได้" รินรดาค้อนปะหลับปะเหลือกใส่สามีอย่างหมั่นไส้ แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาหวานชื่นและอบอุ่น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้านอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงของกฤตย์... แต่เป็นเสียงของแม่สามีจอมเคี่ยวและน้องสะใภ้ตัวแสบจากตระกูลสามีที่เคยประกาศตัดขาดกันไปแล้ว! และที่น่าตกใจที่สุดคือ ในมือของป้าสะใภ้ถือถาดไม้ที่มีห่อใบตองส่งกลิ่นเหม็นเน่าแปลกประหลาดเข้ามาด้วย ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนรินรดานัยน์ตาหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด... *กลิ่นนี้มัน... กลิ่นเครื่องปรุงต้องห้ามจากมิติฝั่งตรงข้ามที่สูญหายไปเมื่อสิบปีก่อนนี่นา!* ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นนี้ร่วมกันค่ะ!
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%