ครกหินอ่างศิลาในมือรินรดาแทบจะหลุดร่วงลงกระแทกพื้นกระเบื้องเคลือบ หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณความเป็นเชฟมือฉมังช่วยคว้าขอบอ่างไว้ได้ทันท่วงที เสียงกระทบกันของสากไม้เนื้อแข็งกับผิวหินดัง *กก!* สะท้อนก้องไปทั่วห้องครัวเก่าคร่ำคร่า แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับเงาสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มที่ทาบทับลงมาจากทางด้านหลัง
"ระวังหน่อยสิคะคุณศิลา เดินเข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้ คนขวัญอ่อนจะตกใจเอาได้นะคะ"
รินรดาพยายามซ่อนความระส่ำระสายไว้ภายใต้รอยยิ้มเจื่อนๆ มือเรียวรีบปัดเศษพริกไทยดำและลูกผักชีที่โขลกค้างไว้ให้เข้าที่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความตกใจที่ถูกสามีเดินเข้าประชิดตัว แต่เป็นเพราะ 'ประตูมิติ' รูปทรงวงแหวนสีฟ้าครามจางๆ ที่เผลอเปิดทิ้งไว้เพื่อหยิบขวดหัวกะทิสดจากห้องครัวกาลเวลาเมื่อครู่ มันยังคงลอยเคว้งอยู่เหนืออ่างผสมแป้งไม่ไกลจากจุดที่ศิลายืนอยู่เลยแม้แต่น้อย
ศิลาหรี่ตามองภรรยาคนสวยด้วยแววตาครุ่นคิด มือหนาถือผ้าขาวบางสำหรับกรองกะทิผืนใหญ่ค้างไว้กลางอากาศ กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศตระกูลขิงข่าตะไคร้ที่โชยอบอวลในห้องไม่ได้ทำให้เขาส สนใจเท่ากับความผิดปกติบางอย่างที่เพิ่งสัมผัสได้เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน
"ผมเห็น... อะไรแวบๆ สีฟ้าตรงนั้น" ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบเคาน์เตอร์ครัวที่สะอาดสะอ้านผิดหูผิดตา "คุณซ่อนอะไรไว้อีกแล้วใช่ไหมริน"
"ซ่อนอะไรกันล่ะคะ คุณก็นี่ตาฝาดไปเองหรือเปล่า ช่วงนี้ฝึกทหารหนักจนเบลอแล้วมั้งคะ" รินรดาหัวเราะกลบเกลื่อน น้ำเสียงพยายามทำให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมเนียน นัยน์ตากลมโตฉายแววระแวดระวัง เธอค่อยๆ ก้าวเท้าขยับไปยืนบังจุดที่มิติลับกำลังจะเลือนหายอย่างแนบเนียนที่สุด
"ตาฝาดงั้นหรือ..." ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายแดดและไอมือจากการตากเนื้อแดดเดียวลอยปะปนกับกลิ่นเครื่องแกง ร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงมาสบตาภรรยา จนจมูกโด่งแทบจะชนกับปลายจมูกรั้นของเธอ "แต่สัญชาตญาณพรานป่าของผมไม่เคยพลาดนะริน... แสงสีฟ้าเมื่อกี้ มันไม่ใช่แสงสะท้อนจากหน้าต่างแน่นอน"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงน้ำเดือดปุดๆ จากหม้อต้มหางกะทิบนเตาถ่านที่ส่งกลิ่นหอมหวลของข่าและใบมะกรูดลอยอบอวล รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็วว่าจะหาข้อแก้ตัวอย่างไรดี หากศิลาล่วงรู้ความลับเรื่องมิติต-
*ครืดดด!*
เสียงเปิดประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของป้าสำเนียง แม่สามีตัวแสบที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าบ้านอนุญาต
"อีริน! ไอ้ศิลา! พวกแกสองผัวเมียตายกันไปแล้วหรือยัง ถึงได้ปล่อยให้ฉันยืนตากแดดรออยู่หน้าบ้านนานสองนานแบบนี้ฮะ!" เสียงแหลมสูงแผดลั่นเข้ามาในตัวบ้าน ทำลายความตึงเครียดระหว่างสามีภรรยาลงได้อย่างฉิวเฉียด
ศิลาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนระอา เขายืดตัวตรงแล้วหันไปมองทางประตูบ้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง "แม่มาทำอะไรอีกเนี่ย..." พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองภรรยา "เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่ริน เดี๋ยวค่อยเคลียร์กัน"
รินรดาลอบถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ขาเรียวแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นหากไม่ได้ขอบโต๊ะช่วยพยับไว้ มิติลับรูปวงแหวนสีฟ้าค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอยทันทีที่สมาธิของเธอกลับมาควบคุมมันได้อีกครั้ง รอดตัวไปอย่างหวุดหวิดจริงๆ!
"ไปค่ะ ออกไปดูกันว่าคุณแม่ท่านมาอาละวาดเรื่องอะไรอีกวันนี้" รินรดาปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสู้คน เธอหยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกปมให้แน่นขึ้น พร้อมที่จะรับมือกับศึกนอกบ้านแล้ว
ทว่า... ในจังหวะที่ศิลาหมุนตัวเดินนำออกไปที่ห้องโถง สายตากลับเหลือบไปเห็นเศษกระดาษสีทองแปลกตาตกอยู่ใต้โต๊ะทำงานของภรรยา มันเป็นกระดาษห่อวัตถุดิบนำเข้าจากยุคศตวรรษที่ 22 ที่ไม่มีทางหาซื้อได้ในประเทศไทยยุคนี้อย่างแน่นอน!
ศิลาชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงด้วยความสงสัยขั้นสุด... รินรดา... เธอเป็นใครกันแน่?
ครัวคุณยายเองค่ะ
แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว•ตอนที่ 22
วัตถุดิบลึกลับจากห้องลับ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!