แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว•ตอนที่ 6

น้ำพริกผัดกากหมูเรียกแขก

ผลงานโดย ครัวคุณยาย
"ถ้าพวกหล่อนยังยืนทำหน้าละเหี่ยใจขวางประตูร้านฉันอยู่แบบนี้ ระวังพรุ่งนี้จะไม่มีแรงแม้แต่จะอ้าปากนินทาคนอื่นนะคะ!" เสียงใสราวกับกระดิ่งเงินตบหน้าความเงียบยามสายของตลาดชายแดนเข้าอย่างจัง รินรดาในผ้ากันเปื้อนสีครามสะอาดตา ยืนเท้าสะเอวด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยพลัง พลางปรายตามองกลุ่มแม่บ้านปากตลาดกลุ่มเดิมที่มักจะมายืนทำจมูกฟุตฟิดหน้าเพิงไม้ไผ่ของเธอทุกวัน วันนี้พวกหล่อนไม่ได้มาแค่สองคนเหมือนเคย แต่พากันชะเง้อมองหมวดดินเผาใบใหญ่ที่ส่งไอน้ำพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของหอมแดงและกระเทียมเจียวที่เตะจมูกจนคนท้องว่างถึงกับน้ำลายสอ "อุ๊ย แม่ริน... ปากคอเรานี่นะ แค่พวกฉันเดินผ่านแล้วได้กลิ่นแปลกๆ เลยแวะมองเฉยๆ หรอกน่า จะหวงอะไรนักหนากับอีแค่กลิ่นควันไฟ" ป้าชื่น แม่ค้าขายปลาเค้าหน้าดلمบิดปากพูดด้วยความหมั่นไส้ แต่ดวงตากลับเหลือบมองไปยังถาดไม้ที่มีแคบหมูปนกากหมูชิ้นโตสีเหลืองทองกรอบอร่อยที่วางเรียงรายอยู่ รินรดาไม่ตอบโต้ด้วยความเกรี้ยวกราด เธอเพียงแต่ยกย่องมุมปากขึ้นนิดๆ รอยยิ้มแบบอดีตเชฟมิชลินที่ผ่านการรับมือกับลูกค้ามาสารพัดรูปแบบทำให้เธอดูน่าเกรงขามโดยไม่ต้องตะโกน มือเรียวบางตักกากหมูกรอบๆ ลงในครกหินสีดำสนิทที่แอบหยิบมาจาก 'ห้องครัวกาลเวลา' ในมิติลับ รินรดาแอบซ่อนรอยยิ้มไว้เมื่อนึกถึงวัตถุดิบชั้นเลิศที่เก็บไว้ข้างในนั้น—พริกขี้หนูสวนสวนหลังบ้านอิ่มแดด กุ้งแห้งเนื้อแน่นจากนครศรีธรรมราช และน้ำตาลมะพร้าวแท้เคี่ยวจนหอมกรุ่น "กลิ่นควันไฟอะไรกันคะป้าชื่น นี่มันกลิ่น 'น้ำพริกผัด 3 เกลอ กากหมูสะท้านโลกันตร์' สูตรเฉพาะของตระกูลรินต่างหากล่ะค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกล้อกึ่งอวดภูมิ พลางเริ่มตำส่วนผสมในครก เสียงสากกระทบหินดัง *ตำ... ตำ... ตำ* เป็นจังหวะหนักแน่น เร้าใจ ชวนให้หัวใจของผู้ที่ได้ยินเต้นตามเป็นจังหวะเดียวกัน น้ำมันพืชผสมมันหมูเจียวใหม่ๆ เดือดปุดๆ ในกระทะใบบัว รินรดาเทเครื่องแกงที่โขลกจนละเอียดลงไป เสียง *ฉ่าาาา!* ดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งพาเอาอณูความหอมของข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และกากหมูพุ่งกระจายไปทั่วรัศมีร้อยเมตร ลมพัดโชยเบาๆ พาเอาความหอมล้ำลึกนี้ไปเตะจมูกชาวบ้านที่กำลังเดินจับจ่ายซื้อของในตลาดจนต้องหยุดชะัก "โอ H... หอมอะไรวะเนี่ย หอมจนไส้ไส้พุงมันกิ่วไปหมดแล้ว!" ลุงกำนันผู้ขึ้นชื่อว่าใจแข็งเรื่องของกิน ถึงกับเดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้ร้านของรินรดาเป็นคนแรก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองเห็นกากหมูชิ้นโตที่เคลือบด้วยน้ำพริกสีแดงฉานน่ารับประทาน โรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอยกรอบและพริกทอด "แม่รินเอ๊ย... หน้าตาแบบนี้มันคืออะไรวะเนี่ย ทำไมมันยั่วยวนใจคนแก่ได้ขนาดนี้" ลุงกำนันกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก "นี่คือน้ำพริกผัดกากหมูสูตรเด็ดค่ะลุงกำนัน กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือผักสดกรอบๆ รับรองว่าเจริญอาหารจนลืมทางกลับบ้านเลยนะคะ" รินรดาตักน้ำพริกคลุกข้าวสวยควันฉุยที่เพิ่งหุงเสร็จใหม่ๆ ยื่นใส่กระทงใบตองส่งให้ลุงกำนันทันทีอย่างไม่รอช้า นี่คือจิตวิทยาการค้าขายขั้นสูง—ให้ชิมฟรีหนึ่งคำ รับรองว่าติดใจจนต้องซื้อกลับบ้านเป็นกิโล! ลุงกำนันรับกระทงใบตองมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ตักข้าวคลุกน้ำพริกเข้าปากไปคำโต เสียงเคี้ยวกร้วมดังชัดเจน ทันใดนั้น สีหน้าของลุงกำนันก็เปลี่ยนจากความอยากรู้อยากเห็นกลายเป็นความเคลิบเคลิ้ม ดวงตาเบิกกว้างขึ้น รสชาติเผ็ดร้อนกำลังดี ความเค็มกลมกล่อมจากกุ้งแห้ง และความกรอบมันของกากหมูที่ละลายในปากทำให้ต่อมรับรสทำงานอย่างหนักหน่วง "อร่อย! อร่อยชิบหายเลยแม่ริน! รสชาตินี้มันคืออะไรวะ เผ็ด เค็ม หวานกำลังดีแถมกากหมูกรอบกรุบไม่เหม็นหืนเลยสักนิด!" ลุงกำนันอุทานออกมาเสียงดังลั่นตลาด เรียกความสนใจจากผู้คนนับสิบที่เดินผ่านไปผ่านมาให้หันมามองเป็นตาเดียว ป้าชื่นที่ยืนมองอยู่ก่อนหน้านี้ ทนกระแสความอยากไม่ไหว กลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วรีบพุ่งเข้ามาเบียดทันที "ไหนๆ ขอฉันชิมดูสักคำซิยายริน ถ้าไม่อร่อยอย่างที่ว่าฉันจะปรับให้เธอขายไม่ออกเลยคอยดู!" "เชิญค่ะป้าชื่น ชิมให้เต็มที่เลยนะคะ ระวังจะติดใจจนต้องควักเงินในกระเป๋าหมดตัวไม่รู้ด้วยนะค" รินรดาหัวเราะในลำคออย่างผู้มีชัย สายตาดำขลับประกายความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย เธอรู้อยู่แล้วว่าไม่มีมนุษย์คนไหนในดินแดนแถบนี้จะต้านทานอณูความหอมของเครื่องเทศไทยแท้ๆ ผสมผสานกับฝีมือระดับเชฟมิชลินของเธอได้ ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของตลาด ผู้กองศิลา สามีหนุ่มนายทหารพรานผู้มีร่างสูงใหญ่และใบหน้าคมเข้มกำลังแบกกระสอบข้าวสารเดินตรงมาที่ร้าน ฝีเท้าของเขาหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้คนรุมล้อมหน้าร้านภรรยาแน่นขนัดจนแทบไม่มีทางเดิน ดวงตาคมกริบกวาดมองด้วยความตกใจเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและภาคภูมิใจ เมื่อเห็นภรรยาคนสวยของเขากำลังตักน้ำพริกใส่กระปุกขายให้ลูกค้าอย่างคล่องแคล่วว่องไว ศิลายืนกอดอกพิงเสาไม้ใกล้ๆ คอยดูแลความเรียบร้อยและคอยส่งสายตาดุๆ ไปยังพวกอันธพาลแถวตลาดที่ทำท่าจะเข้ามาแซวภรรยาของเขา จนพวกนั้นต้องรีบหลบสายตาเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว สำหรับเขาแล้ว รินรดาไม่ใช่แค่ภรรยาที่ต้องปกป้อง แต่เธอคือดวงใจและเป็นผู้หญิงที่เก่งกาจที่สุดในโลก รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับศิลาพอดี เธอยิ้มกว้างให้เขารอยยิ้มที่ส่งตรงจากใจ ทำให้หัวใจของนายทหารหนุ่มผู้แข็งกระด้างกระตุกวูบ "ผู้กองคะ! มัวยืนยิ้มอะไรอยู่ตรงนั้นล่ะคะ มาช่วยฉันรับเงินเร็วเข้า ลูกค้าเข้าแถวยาวเหยียดจนฉันจะมือเป็นระวางอยู่แล้วนะคะ!" รินรดาตะโกนเรียกเสียงใส พร้อมกับยื่นกระปุกน้ำพริกส่งให้ลูกค้าคนถัดไปอย่างรวดเร็ว เงินเหรียญและธนบัตรถูกส่งต่อเข้ามาในตะกร้าไม้ไผ่ เสียงกระทบกันของเหรียญดังกรุ๊งกริ๊งเป็นดนตรีแห่งความสำเร็จ ล็อตแรกที่ทำมาเกือบครึ่งหม้อถูกกวาดซื้อเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสี่สิบนาที! แม่ค้าปากตลาดที่เคยดูถูกดูแคลนตอนนี้ต่างพากันอ้าปากค้าง มองดูเงินที่กองเต็มตะกร้าด้วยความอิจฉาริษยา ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงหัวเราะของลูกค้าที่พึงพอใจ ร่างของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดผ้าไทยราคาแพงและสวมเครื่องประดับทองคำระยิบระยับก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนที่หน้าร้าน ใบหน้าของเธอบึ้งตึงและเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด รินรดาชะงักมือที่กำลังจะตักน้ำพริกกระปุกสุดท้าย รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่—แม่สามีใจร้ายผู้เคยประกาศกร้าวว่าชาตินี้สะใภ้อย่างเธอจะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ในหมู่บ้านนี้เด็ดขาด! "ทำมาหากินกันรื่นเริงดีนี่ แม่สะใภ้ตัวแสบ... แต่แกรู้หรือเปล่าว่าของที่แกขายเนี่ย มันขโมยสูตรใครมา!" เสียงแหลมสูงตวาดก้องท่ามกลางความเงียบที่จู่ๆ ก็ปกคลุมไปทั่วบริเวณ รินรดาวางทัพพีในมือลงช้าๆ เธอหันไปสบตากับศิลาที่กำลังสาวเท้าเดินเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาของเธอฉายแววท้าทายไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสูดดมกลิ่นหอมของเครื่องเทศและร่วมลุ้นไปกับความลับของรินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%