"ถ้าพริกแกงถุงละสิบบาทของเจ้าหล่อนหอมนัก หอมหนา จนชาวบ้านเขาแห่กันมาซื้อเกลี้ยงแผงตั้งแต่ตลาดปลาสดยังไม่วาย... วันนี้ฉัน 'ป้าช้อย' คนนี้ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ฝีมือของแม่สะใภ้บ้านไร่ตกอับอย่างเธอ จะมีรสชาติหูดับตับไหม้สักแค่ไหน หรือเป็นแค่กลิ่นหลอกเด็กเอาไว้ต้มตุ๋นชาวบ้านไปวันๆ!"
เสียงกระแทกตะหลิวเหล็กกระทบขอบกระทะทองเหลืองดัง *เคร้ง!* สนั่นลั่นตลาดสดประจำอำเภอ คือสัญญาณเปิดฉากสงครามประสาทที่รินรดาคาดการณ์ไว้ไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย
ร่างท้วมของป้าช้อย เจ้าแม่พริกแกงเก่าแก่ประจำตลาดผู้ผูกขาดการค้ามานานกว่าสี่สิบปี ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาหยุดยืนจังก้าอยู่หน้าแผงไม้ไผ่สานของรินรดา สองมือเท้าสะเอวแน่นจนเนื้อแขนปริ แววตาดุดันคู่นั้นกวาดมองกะละมังเคลือบสีขาวที่บรรจุ 'พริกแกงเผ็ดใต้สูตรโบราณ' สีส้มอมแดงจัดจ้าน เนื้อเนียนละเอียดราวกับเนื้อครีม ที่ตอนนี้เหลือติดก้นกะละมังอยู่ไม่ถึงสามทัพพีด้วยสายตาเหยียดหยาม
รินรดา ซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการบรรจุพริกแกงพะแนงสูตรพิเศษใส่ใบตองกล้วยตานีสดๆ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากอิ่มสวยยกยิดยิ้มบางเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์เป็นประกาย ทว่าวาจาที่เอื้อnเอ่ยกลับสุภาพเรียบร้อยจนน่าหมั่นไส้
"อ้าว... นึกว่าเสียงอะไร ที่แท้ก็เสียงตะหลิวของป้าช้อยนี่เองค่ะ นึกว่าหม้อข้าวบ้านไหนระเบิดเสียอีก" รินรดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มหวานหยดที่ส่งไปให้นั้นทำเอาป้าช้อยถึงกับคิ้วกระตุก "ลมอะไรหอบป้ามาถึงแผงเล็กๆ ของหนูได้ล่ะคะ หรือว่าพริกแกงส้มของป้าเมื่อวานนี้ ลูกค้าติว่าเค็มจนไตจะพัง ป้าเลยอยากมาขอเรียนลัดสูตรพริกแกงของบ้านเราไปกู้ชื่อเสียงคืนบ้างคะ?"
*ฮือฮา!*
เสียงชาวบ้านและแม่ค้าแผงข้างเคียงที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบด้าน ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที หลายคนแอบเอามือป้องปากกลั้นหัวเราะ เพราะรู้กิตติศัพท์ความเค็มและหวงก้างของป้าช้อยเป็นอย่างดี
ป้าช้อยหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธจัด ตวัดนิ้วชี้หน้าสะใภ้หน้าใหม่ของตัณหาธิราชทันที "อีเด็กนี่! ปากดีนักนะ! แกเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่หมู่บ้านนี้ได้ไม่ถึงเดือน อย่ามาอวดดีว่าทำพริกแกงอร่อยกว่าคนเก่าคนแก่ คนอย่างแกมันก็แค่พวกมือสมัครเล่น ใช้ลูกไม้ตบตาใส่ผงชูรสกลบเกลื่อนกลิ่นคาวปลาสินท่าล่ะสิไม่ว่า!"
"ถ้าอยากรู้ว่าเป็นลูกไม้ตบตา หรือเป็นฝีมือจริงๆ..." รินรดาพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยว เธอวางกระทงใบตองในมือลงอย่างใจเย็น ก่อนจะปัดเศษเครื่องเทศบนผ้ากันเปื้อนออกเบาๆ "ป้าช้อยก็ลองพิสูจน์ดูสิคะ ไม่งั้นเดี๋ยวหาว่าหนูรังแกคนแก่ที่ขายพริกแกงมาครึ่งค่อนชีวิตแล้วสู้หนูไม่ได้"
คำท้าทายนั้นพุ่งชนเป้าหมายอย่างจัง ป้าช้อยแค่น aหัวเราะในลำคอด้วยความสะใจ "ดี! ดีมากแม่รินรดา! ในเมื่อแกกล้าท้า ฉันก็จะสนองให้ วันนี้เรามาแข่งกันตำ 'พริกแกงเผ็ด' สดๆ กลางตลาดนี่เลย เอาให้ชาวบ้านเขาเห็นจะๆ กันไปเลยว่า ระหว่างสูตรโบราณดั้งเดิมของฉัน กับสูตรสะใภ้เร่ร่อนของแก ใครมันจะรอด ใครมันจะร่วง!"
สิ้นคำประกาศของป้าช้อย บรรยากาศรอบแผงก็พลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่หญิงสาวทั้งสองคนด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ ไม่มีใครยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
รินรดาลอบยิ้มในใจอย่างเยือกเย็น 'ส่งเหยื่อมาให้เชือดถึงที่... ป้าช้อยเอ๋ย ป้าไม่รู้หรอกว่าเครื่องเทศที่หนูใช้หน่ะ มันไม่ได้เติบโตมาจากดินธรรมดาในโลกนี้เสียหน่อย'
ในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนกำลังเตรียมพื้นที่สำหรับประลองฝีมือ รินรดาก็ส่งจิตวูบเข้าไปใน 'มิติห้องครัวกาลเวลา' ชั่วพริบตา กลิ่นหอมฉุนของ 'ลูกจันทน์เทศเทศกาล' และ 'พริกขี้หนูสวนป่าภูเขาไฟ' ลอยอบอวลขึ้นมาแตะจมูกเธอทันทีโดยที่ภายนอกไม่มีใครสังเกตเห็น เธอกำหนดจิตหยิบเอา 'ข่าเหลืองดอยออร์แกนิก' และ 'ตะไคร้บ้านพันปี' ออกมาจากห้องเก็บรักษาความสดในมิติพิเศษมาวางเตรียมไว้บนเขင်းไม้
ขณะที่ป้าช้อยกำลังหัวเสียกับการเลือกโขลกพริกแห้งเม็ดใหญ่สีแดงคล้ำในครกหินอ่างศิลาของตัวเอง รินรดากลับเลือกใช้ 'ครกทองเหลืองขัดเงา' เล็กๆ ที่ผู้กองศิลาเคยเหลาไม้ประόดตอกด้ามจับให้ด้วยความรัก ท่าทางการเตรียมวัตถุดิบของรินรดานั้นงดงาม พริ้วไหว และเด็ดขาดราวกับร่ายรำ
*กึก... กึก... โครก! ครก!*
เสียงตำพริกแกงของทั้งสองฝ่ายประสานกันกึกก้องไปทั่วตลาดสด ป้าช้อยโขลกด้วยพละกำลังของคนรุ่นเก่าที่สะสมความเคียดแค้น ส่วนรินรดาโขลกด้วยจังหวะจะโคนหนักแน่นและเป็นจังหวะจะโคน ทว่า... สิ่งที่ทำให้ฝูงชนที่ยืนล้อมวงเริ่มสูดปากสูดคอเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ก็คือ 'กลิ่นอาย' ที่โชยออกมาจากครกของรินรดา
กลิ่นหอมของผิวมะกรูดเผาไฟอ่อนๆ ผสมผสานกับความเผ็ดร้อนล้ำลึกของพริกไทยดำเม็ดโตและขมิ้นชันป่า มันไม่ใช่แค่กลิ่นพริกแกงธรรมดา... แต่มันคือกลิ่นหอมอันซับซ้อนที่เย้ายวนจนต่อมน้ำลายของทุกคนในรัศมีสิบเมตรต้องทำงานอย่างหนัก
ป้าช้อยเริ่มมีเหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือที่ถือสากหินเริ่มสั่นเทาเมื่อสูดกลิ่นหอมประหลาดนั้นเข้าไปเต็มปอด นางหันขวับมามองรินรดาด้วยแววตาตื่นตระหนกแกมหวาดหวั่น เพราะกลิ่นพริกแกงของอีกฝ่ายกำลังแผ่ซ่านสะกดจิตวิญญาณคนทั้งตลาดให้เคลิบเคลิ้มราวกับโดนมนต์สะกด
และในวินาทีนั้นเอง... รินรดาก็หยิบขวดแก้วใบจิ๋วที่บรรจุ 'น้ำมันหอมระเหยจากรากข่าทิพย์' ออกมาหยดลงไปในพริกแกงของเธอเพียงหยดเดียว!
*ฟุ้งงงง!*
กลิ่นหอมระเบิดตัวออกราวกับดอกไม้ไฟในยามค่ำคืน หอมฟุ้งกระจายขจรขจายไปทั่วทุกซอกทุกมุมของตลาดสด จนพ่อค้าแม่ค้าแผงปลา แผงหมู และแผงผัก ถึงกับต้องวางมือจากลูกค้าแล้วหันมาสูดดมอากาศลึกๆ พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
รินรดาตักพริกแกงสีส้มทองเนื้อเนียนละเอียดขึ้นมาหนึ่งช้อนเต็ม ชูขึ้นท้าทายแสงแดดยามสาย พลางแย้มรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ซ่อนคมมีดเอาไว้ข้างในอย่างมิดชิด
"พริกแกงของป้าช้อย... ดูท่าทางจะเผ็ดร้อนถึงใจดีนะคะ แต่เกรงว่า... พริกแกงถ้วยนี้ของหนู จะทำให้คนทั้งอำเภอนี้ ลืมรสชาติเดิมๆ ไปตลอดกาลเลยล่ะค่ะ ป้าช้อยสนใจจะชิมดูก่อนไหมคะ หรือกลัวว่าน้ำตาจะเช็ดหัวเข่าเสียก่อน?"
ป้าช้อยอ้าปากค้าง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยซีดเผือดลงถนัดตา
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับกลิ่นหอมอันเย้ายวนใจนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปทหารก็ดังกระหึ่มขึ้นที่หน้าตลาด พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสนามของ 'ผู้กองศิลา' ที่ก้าวย่างเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดดุดัน และในมือของเขามีจดหมายตราครุฑซองสีน้ำตาลเข้มที่ถูกส่งตรงมาจากกองพัน...
รินรดาหันขวับไปมองสามี รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอค้างเติ่งทันที เมื่อสบเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิดของเขา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสูดดมกลิ่นหอมของเครื่องเทศและร่วมลุ้นไปกับความลับของรินรดานะคะ
แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว•ตอนที่ 7
ศึกชิงตำแหน่งเจ้าของสูตร
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!