"ถ้าคุณผู้กองก้าวเท้าซ้ายนำอีกก้าวเดียว ดิฉันจะถือว่านี่คือการท้าทายอำนาจแม่ครัวเอกประจำบ้าน และบทลงโทษสำหรับคนดื้อรั้นคือการอดกินแกงป่าปลาดุกย่างฝีมือฉันไปตลอดสามวันเต็มนะคะ!"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของแนวชายป่าเบื้องหน้า รินรดาหยุดยืนเท้าสะเอว ชุดผ้าฝ้ายสีครามทะมัดทแมงรับกับกางเกงขายาวสีเข้มทำให้เธอดูคล่องแคล่วไม่ต่างจากนายพรานมืออาชีพ ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองร่างสูงใหญ่ของสามีที่กำลังทำเป็นไขสือ ก้าวเท้าข้ามรากไม้ใหญ่ด้วยท่าทางกวนประสาทเล็กน้อย
ผู้กองศิลาหยุดชะงักทันที ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดทหารพรานเก่าๆ เสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่ไหวตามจังหวะหายใจ เขายอมหมุนตัวกลับมาหาภรรยาตัวน้อย พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแววเอ็นดูกระจายเต็มดวงหน้าคมคาย
"พี่ไม่ได้ก้าวเท้าซ้ายเสียหน่อย รินตาฝาดไปแล้วกระมังครับ... เอ๊ย! หมายถึง ตาฝาดไปแล้วต่างหากเล่า" ศิลาแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นดวงตาคู่สวยของภรรยาดุขวับส่งมาให้ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือหนาหยาบกร้านจากการจับปืนและมีดทำครัวมาหมายจะกุมมือเรียว แต่ถูกรินรดาใช้หลังมือตีเบาๆ เป็นการเตือนสติ
"อย่ามาทำเป็นเจ้าเล่ห์แถวนี้ค่ะผู้กอง จำไว้ว่าวันนี้เราไม่ได้มาเดินเล่นชมธรรมชาติ แต่เรามาหา ‘พริกขี้หนูสวนป่าแท้ๆ’ กับ ‘ขิงป่าหัวแก่’ ที่ขึ้นตามธรรมชาติเพื่อเอามาทำพริกแกงสูตรพิเศษสำหรับงานบุญใหญ่ปลายเดือนนี้ หากหาไม่ได้ตามโควตาที่ตั้งใจไว้... คืนนี้ก็นอนนอกห้องครัวไปเลยนะคะ"
ศิลายิ้มกว้างกว่าเดิม ดวงตาคมปลาบมองภรรยาด้วยความรักใคร่ระคนทึ่ง ตั้งแต่แต่งงานกันมา รินรดาไม่เพียงแต่ทำให้บ้านพักนายพรานหลังน้อยอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารไทยระดับภัตตาคาร แต่เธอยังมีความรู้เรื่องสมุนไพรและเครื่องเทศป่าชนิดที่ชาวบ้านแถบนี้ยังต้องอาย หญิงสาวมักจะเดินเข้าป่าลึกพร้อมกับจมูกที่ทำหน้าที่ราวกับสุนัขดมกลิ่นชั้นดี คอยสูดกลิ่นอายดิน กลิ่นใบไม้ และกลิ่นจางๆ ของรากไม้ใต้พื้นป่า เพื่อตามล่าวัตถุดิบชั้นยอดที่ซ่อนเร้นจากสายตาคนทั่วไป
"ครับผม ภรรยาสั่งลุย ศิลาผู้นี้พร้อมทำตามบัญชาทุกประการ" ศิลาโค้งศีรษะลงเล็กน้อยอย่างล้อเลียน ก่อนจะชักมีดพกประจำตัวออกมาช่วยถางกิ่งไม้หนาทึบเบื้องหน้าเพื่อเปิดทางให้รินรดาเดินสะดวกขึ้น
ป่าดิบชื้นยามสายมีละอองแดดส่องผ่านยอดไม้ใหญ่ลงมาเป็นลำแสงสีทอง สรรพเสียงของแมลงและนกป่าประสานเสียงกันราวกับดนตรีพื้นไพร กลิ่นอายของดินชื้นและใบไม้ผุคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมเย็นของไพรพฤกษ์ รินรดาลอบสูดลมหายใจเข้าลึก SENSORY ของเธอบอกทันทีว่า บริเวณนี้นี่แหละที่มีบางอย่างซ่อนอยู่
"หยุดก่อนค่ะศิลา..." รินรดายกมือขึ้นเป็นสัญญาณ หญิงสาวหลับตาลงชั่วพริบตา ปล่อยให้สัมผัสพิเศษที่ติดตัวมาแผ่ซ่าน สติสัมปชัญญะของเธอนอกจากจะจดจำรสชาติอาหารได้เป็นร้อยเป็นพันแล้ว จมูกของเธอยังไวต่อความเปลี่ยนแปลงของกลิ่นเครื่องเทศดิบในธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์
ศิลาหยุดนิ่งทันทีโดยไม่มีข้อแม้ ชายหนุ่มกวาดสายตาระแวดระวังรอบกาย มือขวาแตะด้ามมีดเตรียมพร้อมรับมือกับสัตว์ป่าหรือสิ่งผิดปกติ ทว่าสิ่งที่รินรดาสนใจไม่ใช่สัตว์ร้าย แต่เป็นพุ่มไม้เตี้ยๆ บริเวณโคนต้นตะเคียนใหญ่ห่างออกไปราวสิบเมตร
"กลิ่นนี้..." รินรดาพึมพำเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เธอก้าวฉับๆ ตรงเข้าไปยังพุ่มไม้นั้นทันทีโดยไม่ฟังเสียงเตือนของสามี ศิลาต้องรีบก้าวตามไปติดๆ ด้วยความ เป็นห่วง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือ "พริกขี้หนูสวนป่า" เม็ดเล็กจิ๋วสีแดงสดและเขียวเข้มขึ้นแทรกอยู่ระหว่างโขดหินชื้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้รินรดาตื่นเต้นที่สุด ข้างๆ กันนั้นมีเครือเถาวัลย์ประหลาดดอกสีม่วงเข้มส่งกลิ่นหอมฉุนคล้ายเครื่องเทศตระกูลขิงและเร่ว พุ่งทะลวงเข้าสู่โสตประสาทการรับกลิ่นของอดีตเชฟมิชลินจนเธอถึงกับอุทานออกมาเบาๆ
"‘ขิงหอมสุวรรณ’... ไม่จริงน่า มันสูญพันธุ์ไปจากผืนป่าภาคเหนือตั้งแต่สิบปีก่อนแล้วนี่คะ!"
รินรดาทรุดตัวลงนั่งยองๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวขุดดินร่วนซุยบริเวณโคนต้นไม้อย่างทะนุถนอม เผยให้เห็นแง่งขิงสีทองอร่ามขนาดพอดีมือ เมื่อเธอบดเปลือกบางๆ ออกเบื้องหน้า กลิ่นหอมฟุ้งกระจายราวกับระเบิดเครื่องเทศอ่อนๆ เตะจมูกจนศิลาที่ยืนคุมเชิงอยู่ถึงกับต้องสูดปาก
"กลิ่นหอมแปลกประหลาดนักริน นี่คือขิงที่เอาไว้ทำแกงเผ็ดหรือว่าอะไรกันแน่ ทำไมกลิ่นมันถึงรุนแรงแต่นุ่มนวลในเวลาเดียวกันแบบนี้?" ศิลาย่อตัวลงนั่งเคียงข้างภรรยา ดวงตาคมมองแง่งขิงในมือเธอด้วยความสนใจ
"นี่ไม่ใช่ขิงธรรมดาค่ะศิลา แต่มันคือ ‘ขิงป่าโบราณ’ ที่มีรสเผ็ดร้อนซ่าและหวานปลายลิ้น หากนำไปโขลกใส่ลงในพริกแกงเผ็ดหมูป่า หรือใช้หมักเนื้อสัตว์ก่อนนำไปตากแห้ง รับรองว่ากลิ่นจะหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน และที่สำคัญ..." รินรดาหันมาสบตากับสามี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "มันมีสรรพคุณบำรุงกำลังและปรับธาตุในร่างกายให้สมดุล... คืนนี้ดิฉันจะทำเมนูเด็ดให้คุณทานเป็นรางวัลตอบแทนที่ช่วยหาของป่าในวันนี้ด้วยนะคะ"
ศิลาชะงักไปนิดเมื่อได้ยินประโยคหลัง ดวงตาคมเข้มพราวระยับขึ้นทันที ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ภรรยาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างใบหูด้วยความเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน
"รางวัลแบบไหนกันล่ะครับ... ที่ทำให้อาหารมื้อนี้คุ้มค่ากับการเดินป่าเหนื่อยขนาดนี้?"
รินรดาแกล้งค้อนใส่เบาๆ ก่อนจะใช้ศอกดันอกสามีให้ออกห่างอย่างหมั่นไส้ "คนเจ้าชู้! ไปช่วยฉันขุดหัวขิงพวกนี้ใส่ตะกร้าให้หมดเดี๋ยวนี้เลยนะคะ อย่ามาทำนอกเรื่องเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมื้อเย็นนี้จะได้กินแค่ข้าวสวยกับน้ำปลาพริกจริงๆ ด้วย"
ศิลาหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี ชายหนุ่มยอมก้มลงช่วยภรรยาขุดรากขิงป่าและเก็บพริกขี้หนูสวนใส่ตะกร้าไม้ไผ่สานอย่างแข็งขัน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะหยอกล้อท่ามกลางผืนป่าใหญ่อันเงียบสงบ โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า...
กรอบสายตาคู่หนึ่งจากพุ่มไม้หนาทึบห่างออกไปไม่ถึงสามสิบเมตรกำลังจ้องมองความเคลื่อนไหวของพวกเขาด้วยแววตาวาวโรจน์ ร่างเงาสีดำทะมัดทแมงของชายแปลกหน้าคนหนึ่งค่อยๆ ขยับตัวถอยหลังอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก มือหยาบกร้านเอื้อมไปสัมผัสซองปืนสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างระมัดระวัง
ขณะที่รินรดากำลังก้มหน้าก้มตาคัดเลือกหัวขิงที่ดีที่สุดใส่ลงในตะกร้า จู่ๆ ลมพัดโชยกลุ่มควันจางๆ พร้อมกับกลิ่นแปลกปลอมบางอย่างที่ลอยมาแตะจมูก ร่างบางชะงักกึก สัญชาตญาณของเชฟผู้มีสัมผัสพิเศษกรีดร้องเตือนภัยขึ้นมาทันทีว่ากลิ่นนี้ไม่ใช่กลิ่นธรรมชาติของป่า
มันคือกลิ่นของ "ดินประสิว" และ "น้ำมันปืนใหม่"
"ศิลา... หมอบลง!" รินรดาร้องตะโกนสุดเสียง พร้อมกับคว้าแขนสามีแล้วกระชากลงกับพื้นดินทันทีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากมิติลับและประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวแหวกอากาศทะลุผ่านพุ่มไม้เฉียดหัวไหล่ของศิลาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษกิ่งไม้และใบไม้แตกกระจัดกระจายร่วงหล่นลงมาต่อหน้าต่อตา!
ศิลาตอบสนองด้วยความรวดเร็วดั่งสัญชาตญาณทหารพราน มือหนาชักมีดพกเล่มโตออกพร้อมกับดึงตัวภรรยาเข้าสู่อ้อมอก ปกป้องร่างบางไว้ใต้ร่างกำยำ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวหวาดระแวงจ้องเขม็งไปยังทิศทางที่กระสุนปืนพุ่งมา
"ใครวะ!" ศิลาคำรามเสียงต่ำในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว
ทว่าก่อนที่ศิลาจะทันได้ลุกขึ้นตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังล้อมรอบตัวพวกเขาจากทุกทิศทุกทาง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของป่าลึก...
[ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสูดดมกลิ่นหอมของเครื่องเทศและร่วมลุ้นไปกับความลับของรินรดานะคะ]
แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว•ตอนที่ 8
บทเรียนจากป่าลึก
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!