กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมที่ลอยอวลอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่พายุโหมกระหน่ำสงบลงแม้แต่น้อย ปลายเล็บเรียวดั่งหยกสลักจิกเข้ากับเนื้อไม้เนื้อดีของโต๊ะเครื่องสำอางจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ในความเงียบงัน หลินเฟยหงกวาดสายตาคมปลาบมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกทองเหลืองขัดเงา วับวามในดวงตาคู่นั้นมิใช่ความหวาดหวั่นของเด็กสาววัยปักปิ่น หากเป็นประกายเพลิงแห่งการแก้แค้นที่ผ่านการเผา
ผลาญมาแล้วครั้งหนึ่งในชาติภพก่อน
ความตายอันหนาบเหน็บใต้ตำหนักเย็นยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายประสาท รสชาติของยาพิษที่พระสวามีอย่างจักรพรรดิเจิ้นหลงประทานให้ด้วยพระหัตถ์ยังคงฝาดเฝื่อนอยู่โคนลิ้น แต่วันนี้นางฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว... ฟื้นกลับมาบนเส้นทางเดิม ก่อนที่ตระกูลหลินจะถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ และก่อนที่คมดาบของความโลภจะปลิดชีพบิดาและพี่ชายของนาง
"คุณหนูเจ้าคะ... น้ำในอ่างชำระกายอุ่นได้ที่แล้วเจ้าค่ะ"
เสียงกระפאของ ‘ชุนฮวา’ สาวใช้คนสนิทผู้เติบโตมาด้วยกันดังขึ้นอย่างระมัดระวัง นางเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยอมดื่มยาพิษตายตามหลินเฟยหงไปในตำหนักเย็นในชาติภพก่อน ร่องรอยความหวาดกลัวและความจงรักภักดีฉายชัดอยู่บนดวงพักตร์ที่ซีดเซียว หลินเฟยหงหลุบตาลงซ่อนความรู้สึกไหววูบในอก นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ หมากตานี้... นางจะเดินพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
"เข้ามาใกล้ๆ ชุนฮวา" หลินเฟยหงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ ทว่าทรงอำนาจจนสาวใช้นางนั้นสะดุ้งเล็กน้อยและรีบก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าทันที
"เจ้าค่ะคุณหนู มีสิ่งใดจะรับสั่งหรือเจ้าคะ"
"เงยหน้าขึ้น มองตาข้า" หลินเฟยหงเอ่ยสั่งพลางเอื้อมมือไปเชยคางมนของชุนฮวาขึ้น ดวงตาหงส์คู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสาวรับใช้เพื่อค้นหาความจริงใจ "ในเรือนหลังนี้ บ่าวไพร่เกือบครึ่งร้อยต่างใช้สายตาและความโลภคอยจับจ้องความเคลื่อนไหวของข้า เจ้าคิดว่า... ใครบ้างที่สมควรมีชีวิตรอดต่อไป และใครสมควรถูกกำจัดทิ้งก่อนที่เสี้ยหนามเหล่านี้จะย้อนกลับมาทิ่มแทงพวกเรา"
ชุนฮวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ระคนหวาดผวา นางไม่เคยเห็นคุณหนูผู้เยือกเย็นและอ่อนหวานในสายตาคนนอก มีรัศมีน่าเกรงขามดั่งพญาหงส์ผู้กาง
กรงเล็บเช่นนี้มาก่อน ทว่าด้วยความผูกพันและสัญชาตญาณ ชุนฮวารู้ดีว่ามีบางสิ่งเปลี่ยนไปในตัวคุณหนู นางจึงกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น
"บ่าว... บ่าวไม่กล้าอาจเอื้อมกล่าวโทษผู้ใดส่งเดชเจ้าค่ะ แต่หากให้พูดตามความจริง สาวใช้ห้องเครื่อง ‘อี้เหนียง’ และพ่อบ้าน ‘จ้าว’ มักจะออกไปนอกจวนบ่อยครั้งเกินไปในช่วงยามวิกาลเจ้าค่ะ... และยังมีบ่าวรับใช้ใหม่อีกสามคนที่ฮูหยินรองส่งเข้ามาเมื่อเดือนก่อน พวกนางมักจะคอยแอบฟังหน้าเรือนอยู่เสมอเจ้าค่ะคุณหนู"
มุมปากของหลินเฟยหงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น ดั่งดอกเหมืองามกลางเหมันต์ที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสิ่งที่ขวางทาง
*ดี... ดีมาก* ชุนฮวายังคงเป็นคนเดิมที่ซื่อสัตย์และตาไวเช่นเคย ในชาติก่อน นางมัวแต่ไว้ใจคนใกล้ตัวจนทำให้หนอนบ่อนไส้เหล่านี้ส่งข่าวความเคลื่อนไหวของตระกูลหลินให้แก่ฝ่ายของเจิ้นหลงและขุนนางกังฉิน จนตระกูลต้องพบกับจุดจบอันน่าอนาถ แต่วันนี้... เมื่อล่วงรู้อนาคตแล้ว มีหรือที่นางจะยอมปล่อยให้หมากเน่าเหล่านี้อยู่บนกระดาน
"จำไว้ ชุนฮวา" หลินเฟยหงลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์สีชาดสะท้อนแสงไฟวับวาม นางยื่นมือไปหยิบปิ่นปักผมหยกมันแพะขึ้นมาถือไว้ "คนที่ไม่ซื่อสัตย์ เปรียบเสมือนเนื้อร้ายที่ลามเลียกระดูก หากไม่ตัดทิ้งเสียแต่เนิ่นๆ มีแต่จะทำให้ทั้งร่างเน่าเฟะ"
"คุณหนูจะ... จะให้บ่าวจัดการอย่างไรเจ้าคะ"
"อย่าเพิ่งลงมือ" หลินเฟยหงกล่าวเสียงเย็นเยียบ "ปล่อยให้พวกมันตายใจ ทำทีเป็นไม่รู้ไม่เห็น ให้พวกมันส่งข่าวออกไปตามปกติ แต่... ข่าวที่จะให้พวกมันส่งออกไป จะต้องเป็นข่าวลวงที่ข้าเป็นผู้ขีดเขียนขึ้นเอง เพื่อล่อให้ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด"
ในขณะที่หลินเฟยหงกำลังวางแผนการชำระล้างเรือนหลังอย่างเงียบเชียบและเฉียบขาด ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดภายในจวนสกุลหลิน ประตูห้องโถงชั้นในกลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินยวงก้าวเข้ามาอย่างองอาจ กลิ่นอายความเย็นชาและกลิ่นอายโลหิตจางๆ ลอยมาปะทะนาสิก ทหารยามหน้าประตูต่างล้มตึงลงหมดสติโดยที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง
หลินเฟยหงหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ ปลายกระบี่ในมือชุนฮวาถูกชักขึ้นเตรียมตั้งรับ ทว่าเมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นม่านมุกโปร่งแสงเข้าสู่แสงไฟ นางกลับต้องชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก
ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้น... ใบหน้าหล่อเหลาที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน บุคคลที่ควรจะอยู่ชายแดนประจิมเพื่อตรึงกำลังทหารตามราชโองการ เหตุใดจึงมายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาลได้?
อ๋องเฉินอี้... บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ผู้ที่แม้แต่จักรพรรดิยังต้องเกรงกลัวสามส่วน เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากนางเพียงแค่คืบ สายตาคมกราบกวาดมองสำรวจเรือนร่างนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินค่าอัญมณีล้ำค่าที่เขาเฝ้ารอคอยมาเนิ่นนาน
"สนมเอกผู้สูงส่งในอนาคต..." สุ้มเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยขึ้นแฝงแววเย้าแหย่ ทว่าแววตากลับจริงจังลึกล้ำจนน่ากลัว "ดูท่าข่าวลือเรื่องคุณหนูรองตระกูลหลินเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จะไม่ใช่เรื่องเหลวไหลเสียแล้ว... สนใจจะร่วมมือกับคนทรราชย์อย่างข้า เดินหมากตานี้บนซากศพของฝ่าบาทสักกระดานไหมเล่า?"
หัวใจของหลินเฟยหงกระตุกวูบ นางจ้องมองรอยยิ้มที่มุมปากของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นผู้นี้ สมองหมุนวนด้วยความรวดเร็ว เขา... ล่วงรู้อะไรบ้าง? หรือว่าเขาเองก็เป็นผู้ย้อนเวลากลับมาเช่นเดียวกับนาง?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงหมากตานี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา•ตอนที่ 2
หมากตัวแรกบนกระดาน
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!