ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา•ตอนที่ 4

จดหมายในเงาจันทร์

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
หมึกจีนสีชาดหยดลงบนกระดาษสาเนื้อดี ส่งกลิ่นหอมจางของไม้กฤษณาและคราบเลือดเก่าที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำ หลินเฟยหงจรดพู่กันด้วยมือที่ไม่สั่นเทาแม้แต่น้อย อาภรณ์สีนิลปักดิ้นเงินลายหงส์กางปีกไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเรียวแขน ทุกอักษรที่นางบรรจงเขียนลงไปมิใช่บทกวีพรรณนาความงาม แต่คือรายชื่อขุนนางกังฉินและคลังเสบียงลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นตำหนักบูรพา—ความลับที่จักรพรรดิเจิ้นหลงยังไม่ล่วงรู้ แม้แต่ครึ่งกระบิดกระบวน "คุณหนู... ดึกมากแล้วนะคะ ใต้แสงเทียนย่อมทำลายสายตา และกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรของฝ่าบาทเพิ่งตรวจตราผ่านไปเมื่อหนึ่งกชกำแพงนี่เองเจ้าค่ะ" เสียงกระซิบของบ่าวรับสารภาพที่ภักดีดังขึ้น พร้อมกับถาดน้ำชาอุ่นที่ถูกวางลงอย่างระมัดระวัง เฟยหงมิได้เงยหน้าขึ้น นางเพียงปรายหางตามองเปลวเทียนที่ไหววูบตามแรงลมราตรี รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "ให้พวกมันตรวจไปเถอะค่ะ กลิ่นธูปในวังหลวงหอมกลบกลิ่นคาวเลือดได้ดีเสมอ... ยิ่งดึกดื่นเช่นนี้ ย่อมเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเจรจาธุรกิจที่เดิมพันด้วยหัวใจและแผ่นดิน" สิ้นคำพูดของนาง เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แผ่วเบาดั่งเงาพยัคฆ์ก็ปรากฏขึ้นที่นอกหน้าต่างกระดาษสา เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬทาบลงบนฉากกั้นไม้แกะสลัก แม่ทัพเฉินอี้... บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพิทักษ์ชายแดนอุดร ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเย็นชาไร้หัวใจและไม่เคยสวามิภักดิ์ต่อผู้ใดง่ายๆ ก้าวเข้ามาในห้องหนังสือโดยไม่ต้องมีผู้เชิญ ประตูไม่ได้ถูกเปิดออก ทว่าร่างสูงโปร่งนั้นกลับยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้านางราวกับภูตผีที่ก้าวข้ามมิติเวลามา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของเฉินอี้กวาดมองสตรีตรงหน้า แววตาคู่นั้นมีความระแวดระวังซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ ดุจผิวน้ำในบึงลึกที่เบื้องล่างเต็มไปด้วยกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกราก "สนมเอกหลิน... หรือควรเรียกว่า 'อดีตจักรพรรดินี' ผู้ฟื้นคืนจากความตายดีล่ะพ่ะย่ะค่ะ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า ทว่าไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความใคร่รู้ในสายตาที่จับจ้องนางไม่วางตา เฟยหงวางพู่กันลงอย่างช้าๆ นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์สีนิลสะท้อนแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างราวกับเกล็ดมังกร นางก้าวเข้าไปใกล้บุรุษผู้ทรงอำนาจทีละก้าว กลิ่นอายความกดดันที่นางแผร่ออกมาทำให้แม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนถึงกับต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย "ท่านแม่ทัพเฉินระมัดระวังพระองค์เกินไปแล้วนะคะ หรือว่าท่านเกรงกลัวสตรีตัวคนเดียวที่ไม่มีแม้แต่กำลังจะกำราบมดปลวกอย่างข้า?" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเย้ายวนและคมกริบดั่งใบมีดอาบยาพิษ "ข้าไม่เคยกลัวสตรี... แต่ข้าไม่ไว้ใจผู้ที่สมควรจะตายไปแล้วแต่กลับฟื้นขึ้นมาเดินหมากอยู่บนกระดานอำนาจได้อีกครั้ง" เฉินอี้ก้าวเข้าไปประชิดนางจนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นอายสงครามลอยเข้าปะทะนาสิก "เจ้าเรียกข้ามากลางดึกด้วยจดหมายลับที่ใช้หมึกผสมชาดเลือดสด... ต้องการสิ่งใดจากข้า หืม? หรือต้องการให้ข้าช่วยส่งเจ้าไปลงนรกด้วยมือของข้าเอง" ไม่มีความหวาดกลัวในดวงตาคู่หงส์ของหลินเฟยหง นางกลับหัวسराเบาๆ เสียงหัวسराที่เต็มไปด้วยความแค้นสุมอกและอำนาจที่เหนือกว่าในมิติเวลา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของเฉินอี้ ชัดเจน แจ่มชัด และเต็มไปด้วยความทรงจำจากชาติภพก่อนที่ทั้งสองเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมา "ลงนรกหรือคะ? ข้าเคยตกนรกมาแล้วครั้งหนึ่ง ท่านแม่ทัพ... และผู้ที่ผลักข้าลงไป บัดนี้กำลังนั่งเสวยสุขอยู่บนบัลลังก์ทองคำ หากท่านต้องการความสงบสุขให้แก่แผ่นดินอุดร และต้องการล้างแค้นให้กับบิดาของท่านที่ถูกปรักำลังในคดีกบฏเมื่อสิบปีก่อน มีเพียงข้าเท่านั้นที่จะมอบรายชื่อผู้บงการตัวจริงให้แก่ท่านได้" ร่างสูงของเฉินอี้ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบไหววูบเป็นประกาย รหัสลับเรื่องคดีกบฏของตระกูลเฉินเป็นความลับที่แม้แต่เงาของฮ่องเต้ก็ยังไม่ล่วงรู้ เหตุใดสตรีในวังหลวงผู้นี้จึงล่วงรู้ถึงแก่นกระดูกได้? "เจ้าพูดเรื่องอะไร... ข้าไม่เข้าใจ" เฉินอี้ยังคงปิดบัง "ท่านเข้าใจดีค่ะ เฉินอี้..." เฟยหงเอ่ยชื่อเขาโดยไร้ซึ่งคำนำหน้าทางยศศักดิ์ น้ำเสียงของนางหนักแน่นและจริงจังดั่งประกาศิต "ท่านกับข้าต่างก็มีศัตรูคนเดียวกัน... จักรพรีเจิ้นหลง ข้าไม่ได้มาเพื่อขอความเมตตาจากท่าน แต่ข้ามาเพื่อยื่น 'พันธสัญญาแห่งเลือด' ให้ท่านเลือก ว่าจะยอมก้มหัวให้ทรราชผู้เหยียบย่ำบ้านเมือง หรือจะร่วมมือกับข้า... ชักกระบี่ขึ้นปลิดหัวสุนัขบนบัลลังก์นั้นด้วยกัน" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสือชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงเปลวเทียนที่สั่นไหว เฉินอี้จ้องมองลึกลงไปในดวงตาของสตรีตรงหน้า เขาพยายามค้นหาความหวาดกลัวหรือความลวงในแววตานั้น ทว่าสิ่งที่พบมีเพียงประกายเพลิงสีแดงฉานของความแค้นที่แผดเผาทุกสิ่งจนมอดไหม้ มุมปากของแม่ทัพหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอันตรายและความพึงพอใจอย่างประหลาด "สนมเอกหลิน... เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก มากเสียจนข้าอยากจะรู้ว่า หากข้าตอบตกลง เจ้าจะเอาอะไรมาหลักประกันว่าข้าจะไม่ถูกเจ้าแทงข้างหลังเป็นคนแรก" เฟยหงไม่ตอบคำถามนั้น นางเพียงเอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยกไปหยิบถ้วยชาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ รินน้ำชาอุ่นๆ ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ด้วยกิริยาที่งดงามไร้ที่ติ ก่อนจะยื่นส่งให้เขาด้วยรอยยิ้มบางเบา "หลักประกันก็คือ... ข้าเกลียดเขามากกว่าที่ท่านเกลียดเสียอีกค่ะ และคนที่กำชัยชนะบนกระดานนี้ มีเพียงข้าผู้เดียวเท่านั้น" เฉินอี้รับถ้วยชามาจากมือนาง ปลายนิ้วของทั้งสองสัมผัสกันเพียงแผ่วเบา ทว่ากลับสร้างกระแสความรู้สึกประหลาดที่ราuกับสายฟ้าแลบผ่านความมืด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนของขันทีหน้าตำหนักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงัด "ฝ่าบาทเสด็จ——!" เสียงประกาศก้องกังวานพร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบขึ้นบริเวณนอกหน้าต่างกระดาษสา ทำให้บรรยากาศในห้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือในพริบตาเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงหมากตานี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%