ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา•ตอนที่ 11

การเปลี่ยนผ่าน

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"หากคุณชายเฉินยังคงดึงดันที่จะเล่นหมากตานี้ต่อ เกรงว่ากระดานทั้งกระดานคงต้องลุกเป็นไฟด้วยมือของท่านเองแล้วกระมังเพคะ" สุ้มเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องหนังสือลับประจำจวนอ๋อง หลินเฟยหงประทับนั่งหลังตรงสง่างาม อาภรณ์ไหมปักลายหงส์เพลิงสีชาดขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกอุ่น ทว่าดวงเนตรหงส์คู่นั้นกลับไร้ซึ่งความระทึกหวาดหวั่น มีเพียงประกายคมกริบของคมดาบที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มบางเบา นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสวยคีบเบี้ยสีดำวางลงบนกระดานหยกขาวอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามดั่งภาพวาด แต่กลับบีบหัวใจผู้มองจนแทบหยุดหายใจ อ๋องเฉินอี้ ซึ่งประทับอยู่ฝั่งตรงข้าม ชะงักมือที่กำลังจะหยิบหมากขาวขึ้นมาตอบโต้ แววตาคมปลาบดูลึกล้ำดั่งเหวหมื่นลี้ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา เขายอมปล่อยปลายนิ้วออกจากตัวหมาก แล้วเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้จันทน์หอมอย่างผ่อนคลาย ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับยิ่งกดดันหนักหน่วงขึ้น "หมากกระดานนี้ข้าเป็นผู้ริเริ่ม แต่ดูเหมือนเจ้า... จะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ทั้งหมดเสียแล้วกระมัง, เฟยหง" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างนึกขันระคนทึ่ง บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์บูรพ์ผู้เลื่องลือ นานเท่าใดแล้วที่ไม่มีผู้ใดกล้าต่อรองกับเขาด้วยสายตาที่ท้าทายเช่นนี้ มีเพียงนาง... สตรีผู้ฟื้นคืนจากขุมนรกแห่งความตายผู้นี้เท่านั้น "หม่อมฉันมิได้เปลี่ยนกฎเพคะ... เพียงแต่ในเมื่อลมหนาวเปลี่ยนทิศ หากยังดื้อดึงสวมอาภรณ์บางเบา เกรงว่าคงต้องหนาวจนตัวตายก่อนจะได้เห็นวันฤดูใบไม้ผลิ" หลินเฟยหงกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำกลับคมคายบาดลึกถึงกระดูกดำ ภาพลักษณ์ภายนอกของนางในยามนี้ช่างดูอ่อนหวาน บอบบาง และน่าทะนุถนอม ราวกับคุณหนูในห้องหอผู้ไม่เคยประสีประสาต่อโลกภายนอก ทว่าใครเล่าจะล่วงรู้ว่า เบื้องหลังรอยยิ้มประดับดวงหน้างามนั้น คือจิตใจที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า และแผนการอันแยบยลที่กำลังร้อยรัดคอหอยของเหล่าศัตรูในราชสำนักทีละน้อย เหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนในงานเลี้ยงรับรองของกรมพิธีการ ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคน การปรากฏตัวของหลินเฟยหงในชุดผ้าไหมปักลายบุปผาโปร่งเบา พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับบนริมฝีปาก ตบตาคนทั้งวังหลวงให้ตายใจว่านางเป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้โศกเศร้าต่อการสูญเสีย ทว่า ในความอ่อนหวานนั้น นางกลับใช้เพียง "ประโยคเดียว" ในการชักนำให้พระสนมเอกหลิว ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นหมากตัวสำคัญของจักรพรรดิเจิ้นหลง พลาดพลั้งทำเครื่องประดับทรงพระราชทานแตกต่อหน้าพระพักตร์ จนต้องโทษทัณฑ์กักบริเวณอย่างไร้ข้อแก้ตัว นั่นคือการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่นางตั้งใจ... อ่อนหวานต่อหน้าผู้คน แต่เฉียบคมและเลือดเย็นในใจ "เจ้าวางแผนจะใช้ 'งานเทศกาลโคมไฟ' ในอีกสามวันข้างหน้า เพื่อสะบัดกรงเล็บใส่สกุลหลิวอย่างเต็มรูปแบบสินะ" อ๋องเฉินอี้เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ เขารินชาอุ่นลงในจอกหยกของหญิงสาวด้วยตนเอง กิริยาเช่นนี้หากมีขุนนางคนใดมาเห็นเข้า เกรงว่าคงตกใจจนหัวใจวายตาย เพราะทั่วทั้งแคว้นต่างรู้ดีว่า ท่านอ๋องผู้เย็นชาผู้นี้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้แต่พระพักตร์ของจักรพรรดิเจิ้นหลงยังไม่เคยได้รับความใส่ใจเช่นนี้ หลินเฟยหงรับจอกชามาถือไว้ กลิ่นหอมละมุนของชาหลง징ลอยกรุ่นแตะนาสิก นางมิได้ดื่มทันที แต่กลับใช้ปลายนิ้วลูบไล้ขอบจอกเบาๆ "ฝ่าบาททรงโปรดปรานความสมบูรณ์แบบ และเกลียดชังความเสื่อมเสียชื่อเสียงยิ่งกว่าสิ่งใด หากคืนนั้น ขบวนโคมไฟเฉลิมฉลองเกิดความโกลาหลขึ้นจากความสะשלของฝั่งสกุลหลิว... ท่านคิดว่า จักรพรรดิเจิ้นหลงผู้ระแวงภัยรอบตัว จะยังทรงไว้วางพระทัยให้พวกเขาถือครองอำนาจทหารในมือต่อไปอีกหรือไม่เพคะ?" คำพูดเรียบง่ายแต่แฝงด้วยพิษร้ายกาจทำให้อ๋องเฉินอี้หรี่ตาลงเล็กน้อย ความฉลาดล้ำเลิศและสายตาที่มองการณ์ไกลระดับกุนซือผู้ช่ำชองสนามการเมือง ทำให้นางน่ากลัวยิ่งกว่ากองทัพนับหมื่น ความแค้นที่สุมอกจากการถูกหักหลังและสังหารอย่างอยุติธรรมในชาติก่อน หล่อหลอมให้สตรีตรงหน้ากลายเป็นปีศาจจำแลงกายในร่างโฉมสะคราญ ที่พร้อมจะฉีกกระชากบัลลังก์มังกรให้พังทลายลงมาแทบเท้า "เจ้ามันร้ายกาจยิ่งนัก, เฟยหง" อ๋องเฉินอี้หัวเราะในลำคอแผ่วเบา แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความลุ่มหลงและชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "แต่ข้าชอบ... และพร้อมจะถือหมากตานี้ร่วมกับเจ้าเสมอ" หลินเฟยหงเงยหน้าขึ้นสบตาเขารอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แท้จริงที่สุดตั้งแต่ที่นางหวนคืนกลับมาในกาลเวลานี้ ทว่า ก่อนที่นางจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างร้อนรนจากภายนอกห้องหนังสือ "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขององครักษ์ประจำตัวดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มีราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... พระราชทานสมรสให้คุณหนูรองหลิน... อภิเษกกับองค์ชายสามผู้โหดเหี้ยมในอีกเจ็ดวันข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ!" เพล้ง! จอกชาในมือของหลินเฟยหงร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินอ่อนแตกละเอียด น้ำชาสีอำพันกระเซ็นเปื้อนชายอาภรณ์สีชาด ดวงเนตรหงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก แผนการทั้งหมดของนางถูกคำนวณไว้อย่างดีเยี่ยมทุกย่างก้าว เหตุไฉน... จักรพรรดิเจิ้นหลงจึงเร่งรัดการแต่งงานนี้ให้เร็วขึ้นถึงเพียงนี้! อ๋องเฉินอี้ผุดลุกขึ้นยืนทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขากวาดสายตามองใบซีดเผือดลงเล็กน้อยของหญิงสาว ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะเหยียดยิ้มเยียบเย็นออกมา "ดูเหมือนว่า... หมากกระดานนี้ จะไม่ได้มีแค่เราสองคนที่เป็นผู้เล่นเสียแล้วกระมัง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินหมากตานี้ไปพร้อมกับความระทึกใจนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! --- หงส์เพลิงหวนคืน
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%