ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา•ตอนที่ 12

รอยร้าวในกำแพง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมกรุ่นเคล้าไอร้อนจากเตาผิงทองคำสลักลายหงส์พยับหมอกในตำหนักใน ช่างขัดแย้งกับบรรยากาศเยียบเย็นดั่งก้นบึ้งของฤดูเหมันต์ที่เกาะกุมหัวใจผู้คนในยามนี้ เสียงกระเบื้องเคลือบกระทบกันเบาหวิวจากปลายนิ้วเรียวระหงที่บรรจงรินชาอู่หลงชั้นเลิศลงในจอกหยกขาว เป็นสัญญาณเตือนว่าเกมกระดานแห่งอำนาจในค่ำคืนนี้ ได้ก้าวเข้าสู่ตาเดินที่อันตรายที่สุดแล้ว หลินเฟยหงปรายตามองเงาสะท้อนของตนเองในผิวน้ำชา นัยน์ตาคู่คมกริบดั่งใบมีดซ่อนในแพขนตางอนงามคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งความระගาดระวัญ แต่กลับเปี่ยมด้วยความเยือกเย็นของพญาหงส์ที่เฝ้ามองฝูงกาแย่งชิงเศษซากเนื้อ "เจ้ามั่นใจนักหรือว่า แผนการขั้นนี้จะทำให้สุนัขรับใช้พวกนั้นแว้งกัดกันเองได้จริงๆ?" เสียงทุ้มต่ำกังวานดั่งหยกกระทบกันดังขึ้นจากมุมมืดของเสาไม้จันทน์หอม อ๋องเฉินอี้ก้าวออกมาจากเงาสยบ อาภรณ์สีนิลสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล ทว่าดวงเนตรคมกลาบของบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพบูรพาคู่นั้นกลับจับจ้องมาที่นางด้วยประกายระVับความลุ่มหลงและชื่นชมอย่างปิดไม่มิด เฟยหงแย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา แต่งแต้มริมฝีปากอิ่มให้ดูงดงามราวกับบุปผาอาบยาพิษ นางวางจอกชาลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างแผ่วเบa ไร้ซึ่งเสียงกระทบ "ท่านอ๋อง... สุนัขที่หิวโหย ย่อมไม่สนใจว่าเนื้อชิ้นนั้นเป็นของใคร ขอเพียงมีกลิ่นเลือดคละคลุ้ง ย่อมพุ่งเข้าขย้ำแม้กระทั่งเงาของนายเหนือหัวตัวเองเพคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "จักรพรรดิเจิ้นหลงทรงระแวงแคลงใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พระองค์ไม่เคยไว้ใจผู้ใด แม้กระทั่งเสนาบดีจางผู้จงรักภักดี หรือแม้แต่สนมเอกตระกูลหลี่ที่คอยปรนเปรอข้างพระกาย ยิ่งเราปล่อยข่าวลือเรื่อง 'ตราประทับหยกมังกรทอง' ที่สูญหายไปตกอยู่ในมือของฝ่ายอัครเสนาบดี ความระแวงย่อมเปลี่ยนเป็นศัตรูในชั่วข้ามคืน" เฉินอี้สาวเท้าเข้ามาใกล้ จนกลิ่นอายบุรุษและไอความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้โดยไม่มีการลังเล สัมผัสที่หนักแน่นและมั่นคงนั้นทำเอาหัวใจที่ด้านชาของอดีตจักรพรรดินีไหววูบไปชั่วขณะ แต่นางก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว นิ้วมือมิได้สะบัดหนี แต่ปล่อยให้เขาได้กุมไว้ราวกับพันธสัญญาเงียบๆ ระหว่างผู้เล่นสองคนบนกระดานเดียวกัน "เจ้าช่าง... ร้ายกาจยิ่งนัก เฟยหง" เฉินอี้กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเจือแววเอ็นดูกึ่งทึ่ง "การใช้พระราชโองการปลอมที่แนบเนียนปานนั้น ส่งไปถึงมือตระกูลจางโดยอ้างว่าเป็นพระ The Imperial Decree จากจักรพรรดิเพื่อปลดอำนาจตระกูลหลี่ เท่ากับจุดไฟเผาบ้านตัวเองทางอ้อม ตอนนี้ข่าวลือในราชสำนักกำลังปั่นป่วน ขุนนางฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่ายอย่างชัดเจน" "นั่นเป็นเพียงก้าวแรกเพคะ" เฟยหงช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมกริบของชายหนุ่ม "ก้าวต่อไปคือการทำให้จักรพรรดิเจิ้นหลงทรงเชื่อว่า อัครเสนาบดีจางกำลังซ่องสุมกำลังพลเตรียมก่อกบฏ เพื่อชิงราชบัลลังก์ก่อนที่พระองค์จะทรงลงมือจัดการ... เมื่อกวางหมอบลงใต้เงาพยัคฆ์ ความกลัวจะบีบให้พยัคฆ์ขย้ำกวางก่อนที่มันจะทันได้อธิบาย" บรรยากาศภายในตำหนักเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของลมหนาวที่พัดกระหน่ำหน้าต่างกระดาษสาด้านนอก ทว่าภายในห้องนี้กลับระอุไปด้วยแรงปรารถนาแห่งการล้างแค้นและหมากกลอันซับซ้อน เฉินอี้มองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าพันธมิตร ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขารู้จักสตรีผู้นี้ในฐานะเงาที่คอยปกป้อง แต่บัดนี้ นางคือเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาทำลายราชบัลลังก์ทั้งรากเหง้าเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ตระกูลและวิญญาณนับพันที่ต้องตายอย่างอยุติธรรม "ข้าจะจัดเตรียมกำลังพลคอยสนับสนุนที่นอกประตูเมืองตามแผน" เฉินอี้เอ่ยเสียงต่ำ มืออีกข้างยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างทะนุถนอม "แต่เจ้า... จงจำไว้ว่า หากเกิดสิ่งใดขึ้น ข้าจะไม่มีทางยอมให้ผู้ใดแตะต้องปลายเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว" เฟยหงชะงักไปเล็กน้อย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจที่เคยถูกแช่แข็งด้วยความแค้นมาเนิ่นนาน นางปะทะสายตากับความจริงใจที่ฉายชัดในแววตาคู่นั้น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางสมรภูมิอำนาจอันเลือดเย็น นางพยักหน้ารับช้าๆ แทนคำตอบ ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมคนทั้งสอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากขันทีหน้าตำหนักก็ทำลายบรรยากาศลงอย่างไม่ไยดี! "ทูล... ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขันทีละล่ำละลักด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "องค์จักรพรรดิ... มีพระราชโองการด่วนที่สุด ให้เรียกตัวท่านอ๋องเข้าเฝ้าเป็นการภายใน ณ ตำหนักอักษรบูรพาเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ!" เฉินอี้ขมวดคิ้วมุ่นทันที สายตาคมกริบหันกลับมาสบกับหลินเฟยหงในทันตา การเรียกตัวกะทันหันกลางดึกเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เฟยหงหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณกุนซือเตือนภัยดังลั่นในโสตประสาท นางผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนจะหยิบกล่องไม้สนแกะสลักลวดลายประหลาดที่ซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งยื่นให้เขา "รับสิ่งนี้ติดตัวไปด้วยเพคะ..." นางกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าเฉียบขาดดึงดูดสติของชายหนุ่มให้อยู่กับนาง "ตระกูลจางคงไม่ได้นิ่งนอนใจอย่างที่เราคิด... และบางที หมากที่เราเดิน อาจจะไปสะกิด 'ใครบางคน' ที่ซ่อนตัวอยู่ลึกยิ่งกว่าในวังหลวงเข้าเสียแล้ว" เฉินอี้รับกล่องไม้นั้นมาถือไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวกล่อง เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ก่อนจะหมุนตัวก้าวออกจากตำหนักไปท่ามกลางราตรีอันมืดมิด ทิ้งให้หลินเฟยหงยืนอยู่ท่ามกลางเงาสลัวของควันกำยานที่กำลังมอดดับลง นางหันกลับมามองจอกชาที่ยังคงหลงเหลือไอร้อนจางๆ บนโต๊ะ รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... เกมกระดานนี้ สนุกกว่าที่คิดไว้เสียอีก --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเผาไหม้ไปกับเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%