กลิ่นอายกำยานหมื่นลี้คละคลุ้งหนาทึบจนเกือบมองไม่เห็นภาพสลักหยกขาวบนผนังตำหนักอักษรโสภณ แสงจากตะเกียงสำริดรูปหงส์คาบดวงประทีปสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะลมหายใจของผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทรงอักษร หลินเฟยหงไม่แม้แต่จะชายตามองถ้วยชาอู่หลงชั้นดีที่ส่งควันกรุ่นอยู่เบื้องหน้า นิ้วเรียวภายใต้อาภรณ์ปักลายเมฆสีชาดกำลังพลิกกระดาษแผ่นบางที่เพิ่งถูกคัดลอกมาจากกรมพิธีการด้วยความระมัดระวัง
ดวงตาหงส์คู่คมกวาดอ่านอักษรจีนตัวบรรจงทีละบรรทัดอย่างพินิจพิเคราะห์ ความเงียบงันภายในห้องทรงพระอักษรช่างกดดันจนน่าอึดอัด หากแต่สำหรับนางแล้ว ความเงียบนี้คือดนตรีบรรเลงแห่งการล้างแค้นที่กำลังร้อยเรียงเข้าสู่ท่วงทำนองอันลึกล้ำ
"เจ้าสำนักกรมพิธีการช่างรอบคอบยิ่งนัก... ถึงกับกล้าใช้วิธีซ่อนหมึกทองคำขาวทับลงบนหมึกปรกติเพื่อบิดเบือนลำดับขั้นการแต่งตั้งสนตระกูลหลี่" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงหินกระทบกันดังขึ้นจากมุมมืดของเสาต้นใหญ่ อ๋องเฉินอี้ก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงินขยับเข้ามาใกล้ รัศมีอันเยือกเย็นและดุดันแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลง
หลินเฟยหงมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงวางแผ่นกระดาษลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา มุมปากประดับรอยยิ้มเยาะหยันที่หาได้ยากยิ่ง "หาใช่ความรอบคอบไม่ ท่านอ๋อง... แต่มันคือความโลภที่ถูกบงการจากเบื้องสูงต่างหาก หากไม่มีพระราชโองการลับจากจักรพรรดิเจิ้นหลง มีหรือที่ขุนนางชั้นผู้ใหญ่จะกล้าอาจหาญสับเปลี่ยนตำแหน่งพระสนมเอกผู้พิทักษ์ทิศตะวันออกให้กลายเป็นเพียงนางกำนัลชั้นสามข้ามคืนเช่นนี้"
นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตาทั้งคู่ประกายแสงแห่งความเฉียบคมสะท้อนเงาเปลวไฟในตะเกียง ความใกล้ชิดระหว่างคนทั้งสองในยามวิกาลเช่นนี้ หากมีผู้ใดล่วงรู้คงเป็นชนวนเหตุแห่งการประหารเก้าชั่วโคตร ทว่าพวกเขากลับยืนอยู่บนจุดที่อันตรายกว่านั้น... จุดที่กำลังจะคว่ำกระดานบัลลังก์มังกร
"เจ้ากำลังสงสัยว่าเจิ้นหลงตั้งใจสร้างหมากตัวนี้ขึ้นมาเพื่อคานอำนาจตระกูลใด?" อ๋องเฉินอี้โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองเหลือเพียงคืบ กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมยบนตัวนางอย่างลงตัว
"มิใช่เพื่อคานอำนาจ... แต่เป็นการตัดตอน" หลินเฟยหงเอ่ยกระซิบ น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกราก "ตระกูลหลี่กุมกำลังพลคลังเสบียงชายแดนเหนือมาสามชั่วอายุคน เจิ้นหลงย่อมระแวงว่าข้าที่ตายไปแล้วอาจจะยังทิ้งเครือข่ายไว้เบื้องหลัง การลดขั้นบุตรสาวตระกูลหลี่และแต่งตั้งสตรีไร้หัวนอนปลายเท้าจากตระกูลสายรองขึ้นมาแทน คือการส่งสัญญาณเตือนภัยที่เลือดเย็นที่สุด... มันกำลังเตือนข้า... ว่าคนรอบตัวข้ากำลังจะทยอยหายไปทีละคน"
ความตึงเครียดแผ่ขยายออกไปดั่งใยแมงมุม อ๋องเฉินอี้จ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง ในแววตาของนางไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่โชติช่วงราวกับหงส์เพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล ชายหนุ่มยกมือขึ้นหมายจะสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนนุ่ม แต่นางกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่ซ่อนความเยียบเย็น
"ท่านอ๋องโปรดสำรวมด้วย... ที่นี่คือเขตพระฐานใน"
"ต่อให้เป็นท้องพระโรง หากเป้าหมายคือการยืนอยู่เคียงข้างเจ้า ข้าก็ยินดีจะพังมันลงมา" อ๋องเฉินอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง ดวงตาลึกล้ำคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของนางเพียงผู้เดียว ความรักของเขาไม่ใช่คำหวานพร่ำเพรื่อ หากแต่เป็นคำสัญญาที่เดิมพันด้วยชีวิตและกองกำลังนับแสนนาย
ก่อนที่หลินเฟยหงจะทันได้เอื้อnเอวาจาใดโต้ตอบ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะเกราะของทหารยามหน้าตำหนักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ทูลท่านอ๋อง! ทูลพระชายา!... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขันทีสนิทหน้าซีดเผือดตะโกนก้องอยู่เบื้องนอก ประตูตำหนักถูกผลักเปิดออกอย่างไม่เกรงใจ กลิ่นอายความโกลาหลพัดพาเข้ามาพร้อมกับลมหนาว
ขันทีผู้นั้นคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นเทายิ่งกว่าลูกนกตกน้ำ ชูห่อผ้าสีเหลืองทองชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือดขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นเทา "มี... มีพระราชโองการด่วนที่สุดส่งตรงมาจากตำหนักใน... สั่งปลด... สั่งปลดสนมเอกหลี่ และ... และ..."
หลินเฟยหงและอ๋องเฉินอี้สบตากันชั่วพริบตา สัญชาตญาณกุนซือบอกพวกเขาทันทีว่าเกมนี้มีผู้เล่นคนที่สามกระโดดลงมาขัดจังหวะ
"และอะไร? พูดมาให้หมด!" อ๋องเฉินอี้ตวาดเสียงกร้าว แรงกดดันจากยอดแม่ทัพแผ่พุ่งจนขันทีผู้นั้นหมอบราบกับพื้น
ขันทีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ "และมีพระราชเสาวณาลับ... ประกาศให้ท่านหลินเฟยหง... อดีตจักรพรรดินีผู้ล่วงลับ... ถูกประกาศว่าเป็นกบฏนอกคอก ย้อนรอยแผ่นดิน และราชองครักษ์หลวงกำลังนำกำลังพลสามพันนายปิดล้อมตำหนักนี้เพื่อจับกุมตัวไปรับโทษทัณฑ์ทันทีพ่ะย่ะค่ะ!"
บรรยากาศภายในตำหนักนิ่งงันดั่งต้องมนต์สะกด ห่อผ้าเปื้อนเลือดบนพื้นคล้ายดั่งหัวใจที่ถูกควักออกมาขยี้ ทว่าบนใบหน้าของหลินเฟยหงกลับไม่มีแม้แต่รอยตื่นตระหนก นางเพียงเหยียดยิ้มเยาะให้กับความไร้เดียงสาของจักรพรรดิเจิ้นหลง ชายผู้คิดว่ากรงขังแห่งอดีตจะสามารถกักขังวิญญาณของนางได้ตลอดไป
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงหมากตานี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา•ตอนที่ 8
เบื้องหลังราชโองการ
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยคมดาบฝังแค้น เหนือบัลลังก์กาลเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!