ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 23

ความเปราะบางของคนเก่ง

ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
"ถ้าคิดว่าการเปิดคลิปขู่เด็กอนุบาลจะทำให้ฉันคายรหัสผ่านออกมา ไอรีน... คุณคงประเมินสมองของตัวเองสูงเกินไปจนระบบพังไปแล้วนะคะ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของ ดร.น่านน้ำ ดังแทรกขึ้นทันทีที่ภาพบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่หยุดนิ่งที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธของคนในกล้องวงจรปิด ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปก้าวฉับๆ ไปยังแผงควบคุมหลักอย่างไร้ความลังเล ปลายนิ้วเรียวยาวกดคีย์ลัดตัดสัญญาณภาพทั้งหมดภายในสามวินาที กิริยาปราดเปรียวและเด็ดขาดนั้นทำเอาบรรยากาศในห้องแล็บชั้นใต้ดินที่เคยตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก พลิกกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของเธออีกครั้งอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่า... ความเงียบงันไม่ได้อยู่กับพวกเรานานนัก เมื่อแรงกระชากที่ข้อแขนดึงร่างของน่านน้ำให้เซถอยหลังไปปะทะกับแผงอกกว้างของใครบางคนที่มีกลิ่นอายคุ้นเคย รวิศนั่นเอง—วิศวกรซอฟต์แวร์หนุ่มผู้มักจะมีรอยยิ้มกวนประสาทประดับมุมปากเสมอ บัดนี้กลับมีดวงตาคมกริบที่ไหวระริกด้วยความเครียดขึง สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปิดแป้นพิมพ์ที่น่านน้ำกำลังจะกดคำสั่งทำลายข้อมูลทิ้ง "หยุดรั้นสักนาทีจะได้ไหมครับ... เอ้ย! ได้ไหมคะ... ให้ตายเ ถอะ ฉันติดปากพูดตามคุณจนเพี้ยนไปหมดแล้ว!" รวิศสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียเมื่อเผลอหลุดคำลงท้ายแบบที่น่านน้ำใช้เป็นประจำ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เขาควรใส่ใจในวินาทีนี้ น่านน้ำตวัดสายตาดุๆ กลับไปมองคนฉวยโอกาสที่ถือวิสาสะรวบเอวเธอไว้แน่น เธอพยายามจะบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงกดมหาศาลจากฝ่ามืออุ่นจัดนั้นกลับตรึงเธอไว้กับที่ราวกับคีมเหล็ก "ปล่อยค่ะ รวิศ! คุณกำลังทำให้ทุกอย่างมันยุ่งยากขึ้นนะ" น้ำเสียงของเธอกอดเก็บความหงุดหงิดไว้ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อรับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจอีกฝ่ายที่สะท้อนผ่านแผ่นหลัง แน่น หนักหน่วง และร้อนรุ่มเสียจนน่ากลัว "ถ้าปล่อยตอนนี้ คุณต่างหากที่จะเป็นคนพังทุกอย่างด้วยมือตัวเอง" รวิศก้มลงกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ลลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำเอาน่านน้ำชะงักไปชั่วขณะ กลไกการป้องกันตัวทางจิตวิทยาหรือ Defense Mechanism ที่เธอมักจะหยิบยกมาอธิบายพฤติกรรมมนุษย์เสมอ บัดนี้กลับใช้ไม่ได้ผลกับสารเคมีในสมองของเธอเองที่กำลังหลั่งสารแห่งความตื่นตระหนกและ... ความหวั่นไหว ในทางจิตวิทยาแล้ว มนุษย์เรามักจะสร้างกำแพงที่หนาเตอะที่สุดขึ้นมาเพื่อปกป้องความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด แต่น่านน้ำไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเธอจะได้เห็นรอยร้าวบนกำแพงของรวิศ—ผู้ชายที่ดูเหมือนไม่เคยสะทกสะท้านกับอะไรบนโลกใบนี้ รวิศหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะคลายมือจากการกุมข้อมือเธอ แล้วเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายดึงร่างบางเข้าไปซบลงกับอกเสื้อของเขาแน่นขึ้น แรงกอดนั้นไม่ได้รุนแรง แต่เต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างประหลาด "คุณคิดว่าฉันเก่งใช่ไหมล่ะ... ดร.น่านน้ำ" เสียงหัวเราะในลำคอของรวิศแห้งผากและขื่นขม "คิดว่าโค้ดทุกบรรทัดที่ฉันเขียน ระบบทุกระบบที่ฉันสร้างมันขึ้นมา จะปกป้องคนที่ฉันรักได้..." น่านน้ำชะงัก เธอนิ่งฟังโดยไม่ขัดขืน อ้อมแขนที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นทิ้งน้ำหนักแนบชิดกับอกอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว "คุณกำลังพูดถึงอะไร..." "ไอ้คลิปเมื่อกี้... มันไม่ใช่แค่เรื่องข้อมูลบริษัทรั่วไหลหรอกนะ" รวิศผละใบหน้าออกเล็กน้อยเพื่อก้มลงมองสบตาเธอดวงตาคู่นั้นไม่มีประกายความกวนประสาทเหลืออยู่เลย มีเพียงความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความอัจฉริยะมาเนิ่นนาน "คนในจอคนนั้น... คือน้องชายแท้ๆ ของฉันเอง" ความเงียบราวกับถูกดูดกลืนไปชั่วขณะ น่านน้ำเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองส่วนพรีฟรอนตาลคอร์เทกซ์ของเธอประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ข้อมูลประวัติส่วนตัวของรวิศที่ถูกเข้ารหัสไว้สูงสุด... ครอบครัวที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสี่ปีก่อน ปมปัญหาเรื่องระบบความปลอดภัยที่เคยถูกเจาะ... ทุกอย่างถูกเชื่อมโยงเข้าหากันในเสี้ยววินาที "น้องชายของคุณ..." น่านน้ำทวนคำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "คนที่ถูกรายงานว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสี่ปีก่อน..." "นั่นคือสิ่งที่ระบบบอกให้โลกเชื่อ" รวิศยิ้มหยันให้ตัวเอง ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเนียนของน่านน้ำแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้ขอบตาของนักประสาทวิทยาผู้เย็นชาพาลจะร้อนผ่าว "แต่ความจริงคือ... สมองของเขาถูกทดลองโดยโปรเจกต์ลับที่ไอรีนกับพวกมันร่วมมือกันสร้างขึ้นมา เพื่อดึงเอาความทรงจำทั้งหมดออกมาทำสำเนาดิจิทัล และฉัน... คือคนเขียนอัลกอริทึมตัวนั้นขึ้นมาเองกับมือ" คำสารภาพนั้นพุ่งตรงเข้ามากระแทกใจน่านน้ำอย่างจัง รวิศไม่ได้แค่ต่อสู้เพื่อความถูกต้องหรือผลประโยชน์ของบริษัท แต่เขากำลังต่อสู้กับ "ความผิดบาป" ที่ตัวเองเป็นคนสร้างมันขึ้นมา "มันไม่ใช่ความผิดของคุณนะ รวิศ..." น่านน้ำเผลอหลุดปากพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า มือเรียวเล็กยื่นไปแตะที่ต้นแขนแกร่งของเขาโดยสัญชาตญาณ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและปลอบประโลมจิตใจที่แตกสลายของผู้ชายตรงหน้า "ในทางวิทยาศาสตร์... คุณในอดีตกับคุณในตอนนี้ ไม่ใช่คนเดียวกัน เซลล์ในร่างกายถูกรีใหม่ ความคิดถูกพัฒนาขึ้น คุณควบคุมสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นในอดีตไม่ได้หรอกค่ะ" รวิศมองหน้าเธอนิ่ง แววตาคมกริบฉายแววระbasaความคลั่งรักและความเจ็บปวดปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก "แต่ถ้าฉันเสียคุณไปอีกคน... สมองของฉันคงไม่ยอมประมวลผลอะไรอีกต่อไปแล้วจริงๆ น่านน้ำ" เขาก้มหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียวในบรรยากาศที่บีบคั้นและเร้าอารมณ์จนหัวใจเต้นรัว น่านน้ำเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยความโหยหาและเปราะบางจากคนปากแข็ง รสชาติของความรักที่เคล้าด้วยน้ำตาและคราบเลือดแห่งความจริงกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ทว่า—ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะทาบทับกันเพื่อปิดกั้นโลกทั้งใบไว้เบื้องหลัง... *แกร๊ก! ปัง!* ประตูนิรภัยของห้องแล็บชั้นใต้ดินถูกถีบเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงปรบมือดังสนั่นก้องห้อง และร่างของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบด้วยพิษร้าย "โอ๊ะโอ... ขัดจังหวะเวลาซึ้งของคู่รักนักประสาทวิทยาหรือเปล่าคะเนี่ย? แต่ดูท่าทาง... ความลับที่อุส่าห์ซ่อนไว้ คงไม่ต้องรอให้เปิดเผยแล้วล่ะมั้งคะ เพราะตอนนี้... พวกคุณกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของฐานข้อมูลถาวรในเซิร์ฟเวอร์ของฉันแล้ว!" ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและถอดรหัสหัวใจไปพร้อมกับจิตวิทยาเพื่อทุกคนนะคะ
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%